ตอนที่ 39 พรจากมกุฎราชกุมาร
แปลโดย เนสยังเดิมทีน้ำตบนางฟ้านั้นโด่งดังเฉพาะแค่ภายในพระราชวังแวร์ซายส์เท่านั้น แต่หลังจากที่บรรดาคุณหญิงคุณหนูทั้งหลายได้ทดลองใช้ สรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ของมันก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งปารีสในเวลาอันรวดเร็ว
ยามนี้ในบรรดาสตรีชั้นสูงของปารีส ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเครื่องสำอางสุดวิเศษชนิดนี้เลย
ไม่ว่าจะเป็น “ลดเลือนสิวได้ในสองวัน”, “ทำให้ผิวเนียนนุ่มได้ในห้าวัน”, “ลดเลือนจุดด่างดำได้ในหนึ่งสัปดาห์” และอื่นๆ ล้วนแต่มีผู้คนจำนวนมากออกมายืนยันด้วยตนเองทั้งสิ้น
โดยเฉพาะเมื่อสิบวันก่อน โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ทุกฉบับ ซึ่งกินพื้นที่ทั้งหน้ากระดาษแต่กลับมีเพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ๆ อยู่ประโยคเดียว “น้ำตบนางฟ้า สิ่งที่คุณคู่ควร”
เรียบง่าย แต่ตรงประเด็น
มันพุ่งทะลุทะลวงเข้าไปถึงกลางใจของผู้หญิงทุกคนราวกับลูกศรที่คมกริบ ใช่แล้ว แม้ว่าน้ำตบนางฟ้าที่ดูหรูหราและสูงส่งจะมีราคาที่แพงหูฉี่ แต่ตัวฉันนั้นมีค่าพอที่จะได้ครอบครองมันสักขวด!
เมื่อพลิกดูหน้าอื่นๆ ของหนังสือพิมพ์ ก็จะพบข่าวการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของร้านค้าเฉพาะทาง แองเจิลแห่งปารีส โดยระบุอย่างชัดเจนว่าต่อจากนี้น้ำตบนางฟ้าจะสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าเฉพาะทางแห่งนี้เท่านั้น อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกวางจำหน่ายที่นี่เป็นจำนวนมากอีกด้วย
กำหนดการเปิดร้านอย่างเป็นทางการคือเวลาเที่ยงตรง แต่ตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนฟ้าสาง ก็มีคนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่หน้าร้านแล้ว พวกเขายื่นคอชะโงกหน้ามองผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้าไปสำรวจดูสินค้าที่จัดแสดงอยู่ภายในร้านอย่างอยากรู้อยากเห็น
โจเซฟขมวดคิ้วมองดูถนนที่ถูกฝูงชนที่มารอร้านเปิดเบียดเสียดจนแทบจะไม่มีที่เดิน แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของร้าน แต่เขากลับไม่สามารถเบียดเข้าไปใกล้ประตูร้านได้เลย…
จนกระทั่งโครซอร์ดสั่งให้กองทหารองครักษ์ลงไปเคลียร์พื้นที่และดูแลความสงบเรียบร้อย ถึงได้มีทางเดินแคบๆ ปรากฏขึ้นมาบนถนนช็องเซลีเซ
เวลา 12 นาฬิกาตรง พนักงานขายสิบกว่าคนที่มีความสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผมทอง ตาสีฟ้า หน้าตาหล่อเหลา สวมเครื่องแบบผ้ากำมะหยี่สีแดงสดที่รีดจนเรียบกริบ ก็เดินออกมาจากร้านแองเจิลแห่งปารีส
พวกเขายืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบที่หน้าประตูร้านที่เต็มไปด้วยดอกไม้ประดับประดา ด้านหลังมีวงดนตรีบรรเลงเพลงเฉลิมฉลองอันสนุกสนาน หญิงสาวรูปร่างอ้อนแอ้นสองคนดึงริบบิ้นสีแดงที่มีพุ่มดอกไม้อยู่ตรงกลางมากั้นขวางไว้ที่หน้าประตูร้าน
ผู้จัดการร้านค้าเฉพาะทางเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าสุด เขาโค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังว่า:
“ขออัญเชิญ ‘บุตรแห่งเทวบัญชา’ แห่งแวร์ซายส์ มกุฎราชกุมารแห่งฝรั่งเศสผู้สูงศักดิ์ เป็นผู้ตัดริบบิ้นเปิดร้านของเราในวันนี้!”
เสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องไปทั่วถนนช็องเซลีเซในทันที ผู้คนที่เห็นกองทหารรักษาพระองค์มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยเมื่อครู่นี้ ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะมีบุคคลสำคัญระดับสูงมาเยือน แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นถึงมกุฎราชกุมารที่เสด็จมาด้วยพระองค์เอง
โจเซฟแต่งกายด้วยชุดเต็มยศ เดินออกมาจากภายในร้าน เขาโบกมือทักทายฝูงชน ก่อนจะประกาศเสียงดังว่า:
“วันนี้ ร้านค้าเฉพาะทางแห่งแรกภายใต้บริษัท แองเจิลแห่งปารีส ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว
“ปณิธานของแองเจิลแห่งปารีสคือ การทำให้ผู้หญิงชาวฝรั่งเศสทุกคนสามารถรักษาความเยาว์วัยและความงามเอาไว้ได้ตลอดไป!
“ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง!”
ฝูงชนเกิดความตื่นเต้นและโห่ร้องยินดีอีกครั้ง ถึงขั้นมีกลุ่มแฟนคลับสาวๆ เริ่มส่งเสียงตะโกน: “มกุฎราชกุมารจงเจริญ!”
โจเซฟรับกรรไกรมาจากผู้จัดการร้าน ตัดริบบิ้นสีแดงตรงหน้าให้ขาดออกจากกัน จากนั้นเขาก็รีบ “หลบหนี” ออกจากพื้นที่ทางประตูหลัง ภายใต้การคุ้มกันของโครซอร์ดทันที
ช่วยไม่ได้ ขืนเขาเดินช้ากว่านี้สักนิด มีหวังได้ถูกพวกคุณหนูคุณนายขุนนางที่ตาเป็นประกายวาววับเข้ามารุมทึ้งกลืนลงท้องไปแน่ๆ
ดอกกุหลาบจำนวนนับไม่ถ้วนถูกโปรยปรายลงมาจากทั่วสารทิศ ผู้จัดการร้านส่งยิ้มให้สัญญาณว่าทุกคนสามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้าภายในร้านได้แล้ว
ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงพิธีเปิดร้านที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร พลางหลั่งไหลกันเข้าไปในร้าน เพียงชั่วพริบตา ร้านค้าเฉพาะทางขนาดใหญ่สองชั้นที่มีพื้นที่กว่าหนึ่งพันตารางเมตรก็ถูกลูกค้าอัดแน่นจนเต็มเอียด แต่ด้านนอกร้านก็ยังมีคนอีกกว่าพันคนที่ยืนรอให้คนข้างในออกมาอย่างใจจดใจจ่อ
หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งสง่างาม สวมชุดเดรสยาวสีน้ำเงินเข้ม สวมหมวกปีกกว้างที่มีผ้าคลุมบางๆ ปิดบังใบหน้า มองดูฝูงชนที่มืดฟ้ามัวดินอยู่ด้านนอกร้านแองเจิลแห่งปารีส นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางบ่นพึมพำว่า:
“ทำไมคนถึงเยอะขนาดนี้นะ? รู้อย่างนี้ให้คุณบาร์วีโตมาซื้อให้ก็ดีหรอก…”
นางลูบรอยสิวบนแก้มที่แทบจะมองไม่เห็นราวกับได้ตัดสินใจแน่วแน่
เมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อนสนิทของนางได้มอบ “น้ำตบนางฟ้า” ซึ่งว่ากันว่าเป็นสกินแคร์ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้มาให้ค่อนขวด นางลองใช้ไปแค่ไม่กี่ครั้ง สิวที่ทำให้นางเป็นกังวลนักหนาก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่ “น้ำตบนางฟ้า” ก้นขวดนั้นใกล้จะหมดเต็มที เพื่อรักษาใบหน้าอันสวยงามของตนเอง ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ นางก็ต้องซื้อกลับไปให้ได้สักขวด!
นางมองสำรวจร้านแองเจิลแห่งปารีสครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวขาทั้งสองข้างมุ่งหน้าไปทางด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว
โจเซฟเดินออกมาจากประตูหลังของร้าน รถม้าจอดรอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นรถ จู่ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายอายุประมาณแปดเก้าขวบ สภาพมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง นั่งอยู่ที่ปากตรอก เขากำลังวิงวอนขอร้องอย่างน่าสงสาร:
“ท่านลอร์ดผู้ใจบุญ คุณนายผู้สูงศักดิ์ ได้โปรดบริจาคเงินสักนิดเถิดครับ”
เด็กผู้ชายเหลือบมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กกว่าที่นอนพิงกำแพงอยู่ที่มุมถนน น้ำเสียงของเขาก็เริ่มร้อนรนขึ้น:
“ได้โปรดเถอะครับ ขอแค่ 5 เดอนีเย ให้ผมได้ซื้อ ‘พรจากมกุฎราชกุมาร’ สักเม็ดให้ไล่ล่าด้วยเถอะครับ! ขอร้องล่ะครับ เธอไข้ขึ้นมาทั้งวันแล้ว…”
ทว่า ในตรอกแห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านอยู่แล้ว ต่อให้บังเอิญมีคนเดินผ่านไปมาสักสองคน พวกเขาก็ไม่ได้เหลือบมองเด็กผู้ชายคนนั้นเลยแม้แต่น้อย
โจเซฟเดินเข้าไปหา แล้ววางเหรียญเงินสองเหรียญลงในกระป๋องแตกๆ ที่เด็กผู้ชายถืออยู่ เด็กคนนั้นตื่นเต้นจนรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที เสียงของเขาสั่นเครือ:
“ขอบคุณท่านลอร์ด ขอบคุณครับ! ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงคุ้มครองท่าน!”
โครซอร์ดรีบก้าวเข้าไปพยุงเขาขึ้นมาก่อน
โจเซฟกล่าวว่า:
“ไม่เป็นไรหรอก รีบไปซื้อยาให้น้องสาวของเจ้าเถอะ อ้อ แล้วที่เจ้าพูดถึง ‘พรจากมกุฎราชกุมาร’ เมื่อกี้นี้ มันคืออะไรหรือ?”
เด็กผู้ชายรีบตอบว่า:
“ท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ มันคือยาเม็ดเล็กๆ ที่เรียกว่าซาลิซินอะไรสักอย่างนั่นแหละครับ มันช่วยชีวิตคนได้ แล้วก็ราคาถูกมากด้วย ได้ยินมาว่ายานี้มกุฎราชกุมารทรงเป็นผู้คิดค้นขึ้นมา ทุกคนก็เลยเรียกมันว่า ‘พรจากมกุฎราชกุมาร’ ครับ”
โจเซฟส่งสัญญาณให้เอมง คนหลังรีบหยิบยาซาลิซินมาให้หลายเม็ด โจเซฟเองก็ยังคงใช้ยาซาลิซินเพื่อควบคุมอาการปอดบวมของตนเองอยู่เช่นกัน
“ใช่ยาแบบนี้ไหม?” โจเซฟยื่นยาเม็ดสีเหลืองอ่อนให้เด็กผู้ชาย
“ใช่ครับ! แบบนี้เลยครับ!” เด็กผู้ชายดีใจจนเนื้อเต้น เขารีบป้อนยาเม็ดหนึ่งเข้าปากน้องสาว แล้วป้อนน้ำตามลงไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เธออย่างหนักแน่น “กลืนลงไปนะ พอกลืนลงไปแล้ว อีกเดี๋ยวก็จะไม่ทรมานแล้วล่ะ”
โจเซฟเห็นเขาเตรียมจะคุกเข่าลงอีก จึงรีบจับตัวเขาไว้ แล้วถามว่า:
“ครอบครัวของเจ้าล่ะ?”
เด็กผู้ชายฝืนยิ้มอย่างน่าเวทนา:
“พวกเขาป่วยตายไปหมดตั้งแต่ปีที่แล้วครับ เหลือแค่ผมกับน้องสาวที่ไม่เป็นอะไร”
พูดจบ ท้องของเขาก็ส่งเสียงร้อง “โครกคราก” ดังขึ้นมาเป็นชุด
โจเซฟรู้สึกสะท้อนใจ เขาให้เงินเด็กชายไปอีกจำนวนหนึ่ง แต่จู่ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นฝูงชนที่กำลังแย่งกันซื้อน้ำตบนางฟ้าอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของตรอก
ให้ปลาเขากิน ไม่สู้สอนวิธีหาปลาให้เขา
เขาหันไปมองเด็กผู้ชาย: “เจ้าอยากจะเลิกอดอยากไหม?”
เด็กผู้ชายพยักหน้าอย่างจริงจัง
“ข้าจะสอนวิธีให้” โจเซฟชี้ไปทางฝูงชน “ตรงนั้นมีร้านที่ชื่อว่าแองเจิลแห่งปารีสอยู่ เจ้าเอาเงินพวกนี้ไปซื้อเก้าอี้มา แล้วเอาไปปล่อยเช่าที่หน้าร้านนั้น คิดค่าเช่าชั่วโมงละ 2 เดอนีเย อย่าลืมเก็บค่ามัดจำด้วยล่ะ
“พอเจ้าเริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์ในร้านแล้ว ก็ค่อยเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าสะอาดๆ มาเปลี่ยนซะ แล้วรับจ้างต่อคิวให้พวกคุณผู้หญิงคุณนายที่ไม่อยากยืนรอ หรือไม่ก็รับจ้างซื้อของแทนไปเลย น่าจะเก็บเงินได้ครั้งละ 1 ลีฟร์นะ”
เด็กผู้ชายเบิกตากว้าง ค้อมตัวลงทำความเคารพอย่างสุดซึ้ง:
“ขอบพระคุณท่านมากจริงๆ ครับ! ท่านต้องเป็นผู้ที่พระเจ้าส่งมาเพื่อช่วยชีวิตผมกับน้องสาวแน่ๆ!”
ที่มุมหนึ่งของกำแพงยื่นออกมาในตรอก หญิงสาวร่างสูงที่มีผ้าคลุมหน้าบางๆ ลอบมองโจเซฟจากที่ไกลๆ พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า:
“คนคนนั้นดูเหมือนจะเป็นมกุฎราชกุมารนี่นา? คิดไม่ถึงเลยว่าจิตใจเขาจะดีขนาดนี้ ดูท่าแล้ว ในราชวงศ์ก็ไม่ได้มีแต่พวกงูพิษกับปลิงดูดเลือดเสมอไปสินะ”

0 Comments