บทที่ 45 ความเงียบคือทอง
แปลโดย เนสยังเมื่อเกมการตัดสินของหวังหย่งซินสิ้นสุดลง ติงเหวินเฉียงก็มาถึงหน้าห้องขังหมายเลข 4 แล้วเช่นกัน
[ห้องขังหมายเลข 4: ความเงียบคือทอง]
[นักโทษจะเข้าไปในกลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็ก และถูกเข็มของกลไกแทงในเวลาและตำแหน่งแบบสุ่ม การส่งเสียงดังเกิน 60 เดซิเบล จะทำให้ถูกเข็มแทงเพิ่มมากขึ้น การถูกเข็มแทงแต่ละครั้งจะได้รับเวลาวีซ่า 1,000 นาที]
[เมื่อเล่นเกมหลายครั้ง จำนวนและความถี่ในการแทงเข็มจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างต่อเนื่อง]
พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ทำให้เสียวฟัน กลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็กขนาดเท่าคนจริงก็ปรากฏขึ้นใจกลางห้องขังหมายเลข 4
ตอนนี้มันอยู่ในสถานะเปิดอยู่ สามารถมองเห็นว่ามีรูพรุนหนาแน่นอยู่เต็มไปหมด
ข่าวดีก็คือ รูเหล่านี้หลีกเลี่ยงตำแหน่งสำคัญๆ ของร่างกาย เช่น อวัยวะต่างๆ ศีรษะ และอื่นๆ แต่ข่าวร้ายก็คือ รูพวกนี้ไม่ได้เล็กเลย
สิ่งที่เรียกว่าการแทงด้วยเข็มนั้น ทุกครั้งที่โดนแทงก็จะเป็นแผลเลือดออก
จางเผิงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ตอนนี้เขายิ่งรู้สึกว่าห้องขังหมายเลข 3 ดูน่ารักขึ้นมาทันตาเห็น
ส่วนเกาจ้านขุยนั้น เขาไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังคิดหาวิธีอยู่ แต่สุดท้ายมันก็เปล่าประโยชน์
ภายใต้ข้อจำกัดของกฎของเกม ความรุนแรงใดๆ ล้วนไม่มีประโยชน์
ติงเหวินเฉียงมีคทา ขอเพียงแค่ข้อเรียกร้องของเขาตรงตามกฎของเกม เกาจ้านขุยก็ต้องทำตามอย่างว่าง่าย
จะแย่งงั้นหรือ? ความเป็นไปได้สูงคือไม่ได้
ต่อให้แย่งมาได้ ก็อาจจะกระตุ้นพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎ และถูกลงโทษให้ตายในทันที
ดังนั้น เกาจ้านขุยที่ผิดใจกับติงเหวินเฉียงไปแล้ว ก็ทำได้เพียงหุบปาก และปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม
ติงเหวินเฉียงหยิบวิดีโอเทปม้วนสุดท้ายออกมา แล้วใส่เข้าไปในเครื่องเล่นวิดีโอ
ภาพในฉากดูคุ้นตาดี ดูเหมือนว่าจะเป็นสถานีจัดส่งอาหาร
พนักงานส่งอาหารหลายคนนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารอรับออเดอร์ ส่วนเกาจ้านขุยกำลังชี้หน้าด่าพนักงานส่งอาหารคนหนึ่งอยู่
[ในฐานะหัวหน้าสถานีจัดส่งอาหาร งานของคุณในแต่ละวันนั้นง่ายมาก:]
[หลอกให้คนเข้ามาทำงานผ่านนายหน้าจัดหางานและช่องทางอื่นๆ จากนั้นก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมต่างๆ นานาในการปอกลอกพวกเขาจนหมดตัว]
[สร้างภาพด้วยการประชุมตอนเช้า เก็บค่าปรับแบบเนียนๆ ปรับลดยอดออเดอร์ของพนักงานที่ไม่ชอบหน้า เร่งให้พนักงานที่บาดเจ็บกลับมาทำงานทันที]
[หน้าที่ระบุไว้ว่าต้องให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย แต่ในการทำงานจริงกลับกลายเป็นการยุยงให้พนักงานฝ่าไฟแดง]
[ประกาศรับสมัครงานเขียนว่ามีที่พักและอาหารให้ แต่ความจริงแล้วกลับเป็นการเอาหอพักราคาถูกและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไปปล่อยเช่าให้พนักงานเพื่อกินส่วนต่าง]
[ถ้าบอกว่าแพลตฟอร์มคือพวกสูบเลือดสูบเนื้อ คุณก็คือพวกที่คอยเป็นลูกมือให้คนชั่ว]
[คุณมักจะเรียกพนักงานว่าเป็นพี่เป็นน้อง แต่ไม่รู้เลยว่าในใจของพวกเขา เมื่อเทียบคุณกับเจ้านายที่อยู่สูงส่งแล้ว ใครกันแน่ที่พวกเขาอยากจะฆ่าให้ตายมากกว่ากัน?]
ตามมาติดๆ บนหน้าจอก็ปรากฏข้อมูลของเกาจ้านขุยขึ้นมา
[เกาจ้านขุย ชาย อายุ 45 ปี]
[อาชีพ: หัวหน้าสถานีจัดส่งอาหาร]
[หักเงินเดือนพนักงานส่งอาหาร ยุยงให้พนักงานไม่ทำตามกฎจราจร ใช้ทุกวิถีทางเพื่อกินส่วนต่างจากพนักงาน]
[ผลการตัดสิน: ไม่เคยถูกดำเนินคดี]
เมื่อเห็นเช่นนี้ จางเผิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยสัญชาตญาณ
เขารู้ว่าตัวเองปลอดภัยแล้วชั่วคราว
เป็นไปตามคาด สีหน้าที่ติงเหวินเฉียงใช้มองเกาจ้านขุยนั้นยิ่งเต็มไปด้วยความขยะแขยง
เมื่อเทียบกับเจ้านายอย่างหวังหย่งซินแล้ว ติงเหวินเฉียงยิ่งเกลียดลูกกระจ๊อกอย่างเกาจ้านขุยมากกว่า แน่นอนว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติของคนส่วนใหญ่นั่นแหละ
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงก็คือ เกาจ้านขุยกลับแข็งกร้าวกว่าที่เขาคิดไว้
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว ข้าเข้าเอง”
คิดไม่ถึงเลยว่าเกาจ้านขุยจะเดินเข้าไปในห้องขังหมายเลข 4 ตรงๆ
ติงเหวินเฉียงหน้าตึง ชูคทาขึ้น: “ไสหัวออกมา! ฉันกำลังตัดสินแก ก่อนที่ฉันจะให้แกเข้าไป แกก็อยู่ข้างนอกนิ่งๆ ไปซะ!”
เกาจ้านขุยจ้องหน้าติงเหวินเฉียง แต่สุดท้ายก็ก้าวเท้าเดินออกจากห้องขังหมายเลข 4 แล้วมายืนอยู่ที่หน้าประตู
“เข้าไป”
ติงเหวินเฉียงถึงจะใช้คทาชี้ไปที่เกาจ้านขุยอีกครั้ง และไล่เขาเข้าไปในห้องขังหมายเลข 4
[เกมจะเริ่มต้นขึ้นในอีก 30 วินาที โปรดเข้าไปในกลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็ก และเตรียมตัวให้พร้อม]
[การถูกเข็มแทงแต่ละครั้งจะได้รับเวลาวีซ่า 1,000 นาที หลังจากผ่านไป 10 นาที กลไกจะถูกปลดล็อคโดยอัตโนมัติ]
เกาจ้านขุยไม่ได้เข้าไปในกลไกในทันที แต่เขากลับถอดเสื้อของตัวเองออก แล้วฉีกมันออกเป็นริ้วๆ
เริ่มจากการยัดผ้าเข้าไปในปากของตัวเอง จากนั้นก็เอาผ้าอีกชิ้นมากัดไว้ แล้วไปมัดให้แน่นที่หลังหัว
สุดท้าย ก็เอาผ้าอีกชิ้นมาพาดคาง แล้วมัดไว้บนหัว
จากการมัดอย่างยุ่งเหยิงนี้ ปากของเขาจึงถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้เขาอยากจะอ้าปากส่งเสียงก็ยังทำได้ยาก
เกาจ้านขุยยังคงมองติงเหวินเฉียงด้วยสายตาไม่ยอมแพ้ ก่อนจะก้าวเข้าไปในกลไกหญิงสาวพรหมจารีเหล็ก
เสียง “กริ๊ก” ดังขึ้น กลไกปิดลง
การนับถอยหลังผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที ติงเหวินเฉียงมองไม่เห็นสถานการณ์ภายในกลไกเลย และแทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรด้วยซ้ำ
จะต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจเท่านั้น ถึงจะพอได้ยินเสียงครางอู้อี้ที่ดังออกมาจากกลไกเป็นบางครั้ง รวมถึงเสียงหอบหายใจที่ดังแว่วๆ
เพียงแต่เสียงเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ดังเกิน 60 เดซิเบลที่เกมจำกัดไว้ ดังนั้นจึงไม่ทำให้ถูกเข็มแทงเพิ่มมากขึ้น
…
เมื่อมองผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ หลินซือจือก็มองไปยังในสนาม
เมื่อเกมใกล้จะจบลง ลำโพงเล็กๆ ที่ได้ยินเฉพาะผู้ชมก็เริ่มมีเสียงประกาศใหม่ดังขึ้น
[โปรดทำการลงคะแนนเสียงให้กับความยุติธรรมของการกระทำของพระราชา]
หลินซือจือกลับมาที่โต๊ะ และจมดิ่งสู่ห้วงความคิดสั้นๆ
หากพิจารณาจากเนื้อหาของเกม ก็ดูจะสอดคล้องกับพฤติกรรมการยุยงของเกาจ้านขุย
เขายุยงให้พนักงานส่งอาหารฝ่าไฟแดงเพื่อลดเวลา งั้นในตอนนี้เขาก็ต้อง ‘เรียนรู้ที่จะหุบปาก’ ในเกมนี้
แต่การลงโทษในเกมกลับดูจะหนักไปหน่อยอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเกมก่อนหน้านี้ทั้งสองเกม แม้จะทำให้นักโทษรู้สึกเจ็บปวดทางร่างกาย แต่ก็ไม่ได้มีความเสียหายร้ายแรงอะไรในตอนที่เล่นเกมครั้งแรก
แต่เกมในห้องขังหมายเลข 4 ไม่ว่านักโทษจะเล่นยังไง ก็ต้องถูกเข็มแทงอย่างแน่นอน ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือจะโดนมากหรือโดนน้อย
เมื่อดูจากขนาดของเข็ม ก็น่าจะพอๆ กับการเดินของชาวนาก่อนหน้านี้ เพียงแต่กลไกของการเดินของชาวนาจะเน้นไปที่หัวไหล่ ส่วนหญิงสาวพรหมจารีเหล็กจะครอบคลุมทุกส่วนของร่างกายที่ไม่ใช่จุดสำคัญ
จากเวลาวีซ่าที่ได้เป็นรางวัลของเกม ก็สามารถมองออกได้ว่า เกมในห้องขังนี้อันตรายกว่าสองเกมแรกมาก
แม้ว่าในแง่ของความรู้สึกแล้ว ลูกกระจ๊อกที่คอยเป็นลูกมือให้คนชั่วอย่างเกาจ้านขุยจะน่าขยะแขยงยิ่งกว่าเจ้านายตัวจริงอย่างหวังหย่งซิน แต่หลินซือจือก็ยังคงรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าบทลงโทษมันหนักไปหน่อย
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าห้องขังหมายเลข 3 ยังว่างอยู่ มันก็ยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่ยุติธรรมเข้าไปอีก
ในตอนที่การนับถอยหลังใกล้จะสิ้นสุด ในที่สุดหลินซือจือก็เลือกที่จะทำตามความคิดในใจแล้วกด 『×』
การนับถอยหลังสิ้นสุดลง
[ผลการลงคะแนนเสียงคือ √××√×√√×√√]
[คะแนนความยุติธรรมรอบสุดท้าย: 20]
[ขอขอบคุณสำหรับการประเมินของคุณ!]
…
การนับถอยหลัง 10 นาทีสิ้นสุดลง พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่บาดแก้วหู กลไกของหญิงสาวพรหมจารีเหล็กก็เปิดออกอีกครั้ง
ร่างที่อาบไปด้วยสีแดงตกลงมาจากกลไก
แม้จะมองไม่เห็นบาดแผลขนาดใหญ่ แต่เลือดที่ซึมออกมาจากเสื้อผ้าอย่างต่อเนื่อง และรูพรุนบนผิวหนังที่เปลือยเปล่า ก็เป็นเครื่องยืนยันความโหดร้ายของเกมนี้ให้ทุกคนได้เห็น
เกาจ้านขุยกระชากผ้าที่พันศีรษะออก เช็ดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มหน้าผาก แล้วหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่
[เวลาวีซ่า 30,000 นาทีได้ถูกชำระให้กับผู้เล่นแล้ว]
ติงเหวินเฉียงพยักหน้า: “ดี นายก็ถือว่าเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง”
“ถุย” เกาจ้านขุยเอียงคอ ถ่มน้ำลายปนเลือดออกมา “ไอ้สวะที่ได้ใจตอนมีอำนาจเอ๊ย”
สีหน้าของติงเหวินเฉียงมืดมนลงอีกครั้ง มือขวากำคทาไว้แน่น
แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินมาที่หน้าห้องขังหมายเลข 5
ห้องขังหมายเลข 5 และ 6 ถูกปลดล็อคทั้งหมดแล้ว
[ห้องขังหมายเลข 5: หายนะที่ไม่ได้คาดคิด]
[นักโทษจะถูกยึดติดกับเป้าที่มีพื้นที่ 2.4 ตารางเมตร ปืนยิงตะปูจะยิงเป้าในบริเวณแบบสุ่มอย่างต่อเนื่อง การถูกยิงแต่ละครั้งจะได้รับเวลาวีซ่า 2,000 นาที]
[เมื่อเล่นเกมหลายครั้ง จำนวนและความถี่ในการยิงของปืนยิงตะปูจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล]
[ห้องขังหมายเลข 6: ลิขิตสวรรค์]
[สุ่มเกมในห้องขังหมายเลข 1-5]
วิดีโอเทปถูกเปิดดูจนหมดแล้ว ห้องขังทั้งหมดก็ถูกปลดล็อคแล้ว
[จำนวนครั้งของการตัดสินที่ทำสำเร็จ: 3/10]

0 Comments