You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลัวเฉียนกลืนคำพูดลงคอไป

ฉินเหวินคนนี้ทั้งดุทั้งหัวโบราณ ถ้าขืนปล่อยให้เธอได้ยินว่าเขาทำผิดขั้นตอนการแบ่งกลุ่ม โดยชิงชวนนักเรียนเข้ากลุ่มประกวดความงามล่วงหน้าล่ะก็ มีหวังโดนเธอด่าเปิงแน่ๆ…

หลัวเฉียนมองไปที่ร่างที่ลอยอยู่ข้างๆ ฉินเหวินแล้วสีหน้าก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที ทำไมค้างคาวเทียนเสี่ยนของท่านรองผู้อำนวยการถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

“สัตว์อสูรของครูเสี่ยนชื่ออะไรนะคะ? ฉันรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามาก แต่นึกชื่อไม่ออก” เฉียวซางถามขึ้น

“ชื่อค้างคาวเทียนเสี่ยน เป็นสัตว์อสูรจากภูมิภาคเหลียนเคอ ที่เธอรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาก็น่าจะเพราะเพิ่งเห็นจากข่าวที่ติดเทรนด์ค้นหายอดฮิตเมื่อไม่นานมานี้ไง ข่าวที่บอกว่านักแสดงที่ชื่อเกาเซวียนจัดฉากหลอกลวงนั่นแหละ” จินเฟยฝานอธิบาย

เฉียวซางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกอย่างรวดเร็ว

เกาเซวียนเป็นนักแสดงระดับแนวหน้าของวงการ ในสังคมนี้คนที่มาถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ได้มีคนตามกรี๊ดตามเชียร์มากมายเหมือนในชาติก่อนของเธอ

ดาราที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่ก็มักจะมีความเกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรทั้งนั้น สาเหตุหลักที่เกาเซวียนโด่งดังขึ้นมาได้ ก็เป็นเพราะสัตว์อสูรธาตุพลังจิตของเขาที่ชื่อ ‘เหยี่ยวเนตรพลังจิต’

เกาเซวียนเคยใช้เหยี่ยวเนตรพลังจิตช่วยชีวิตคนกว่า 23 คนในกองถ่ายที่เกือบจะเสียชีวิตจากเหตุดินถล่มเอาไว้ได้ และบังเอิญมีกล้องเบื้องหลังถ่ายภาพเหตุการณ์นั้นไว้ได้พอดี เขาจึงมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา

แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีคนออกมาแฉว่าคนที่ช่วยชีวิตคนพวกนั้นไว้ไม่ใช่เหยี่ยวเนตรพลังจิตของเกาเซวียน แต่เป็นผู้ฝึกอสูรที่บังเอิญเดินผ่านมา และสัตว์อสูรที่ใช้ก็คือค้างคาวเทียนเสี่ยนต่างหาก

แสงสีฟ้าที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเหยี่ยวเนตรพลังจิตในคลิปเบื้องหลัง เป็นเพียงแค่การเตรียมตัวสำหรับฉากต่อไปเท่านั้น ซึ่งบังเอิญตรงกับเวลาที่คนพวกนั้นถูกช่วยชีวิตไว้พอดี

ผู้ฝึกอสูรที่บังเอิญเดินผ่านมาช่วยคนเสร็จก็จากไป ส่วนคนที่รอดชีวิตมาก็กำลังอยู่ในอาการตื่นตระหนก จึงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คลิปเบื้องหลังก็ถูกนำไปตัดต่อใหม่ กลายเป็นการจัดฉากหลอกลวงประชาชนไปโดยปริยาย

คนที่ออกมาแฉเรื่องนี้ก็คือตากล้องที่ถ่ายคลิปเบื้องหลังในตอนนั้นนั่นเอง

ตอนนั้นเฉียวซางแค่อ่านข่าวผ่านๆ ไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดอะไร

มิน่าล่ะถึงรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกชื่อไม่ออก…

“เสี่ยน”

ในขณะที่เฉียวซางกำลังคิดทบทวนอยู่นั้น จู่ๆ ครูเสี่ยนก็โผล่มาปรากฏตัวตรงหน้าเธอด้วยทักษะเคลื่อนย้ายพริบตา

“เชี่… ว้าว” เฉียวซางเปลี่ยนคำอุทานได้ทันท่วงที

เห็นเพียงครูเสี่ยนมองกระดาษที่กำอยู่ในกรงเล็บ สลับกับมองหน้าเฉียวซาง

“ครูเสี่ยนคะ เธอคือเฉียวซางค่ะ” ฉินเหวินพูดจบก็หันไปมองเฉียวซางแล้วยิ้ม “ท่านรองผู้อำนวยการเรียกพบเธอน่ะ”

เฉียวซางชะงักไป ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ครูเสี่ยนก็สะบัดกรงเล็บขวาขึ้นข้างบน แล้วเธอก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

“…”

ทุกคนต่างเงียบกริบ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เจิ้งอี๋หนิงก็เดินเข้าไปหาจินเฟยฝานและถามว่า “เธอว่าท่านรองผู้อำนวยการเรียกท่านเทพเฉียวไปพบแบบนี้ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

เพื่อนของเพื่อนก็คือเพื่อน เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้เดินมาพร้อมกับท่านเทพเฉียว แถมตอนหลังก็ยังยืนคุยกันอยู่ตลอด เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา

จินเฟยฝานชะงักไป ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเข้ามาทักทายเธอก่อน

“ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้งคะ” จินเฟยฝานตอบเสียงเบา

จริงๆ แล้วในใจเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน การที่นักเรียนถูกครูเรียกไปพบที่ห้องพักครู ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหรอก ยิ่งคราวนี้คนที่เรียกไปคือท่านรองผู้อำนวยการด้วยแล้ว

หลัวเฉียนที่ได้สติกลับมาเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัยว่า “ท่านรองผู้อำนวยการเรียกนักเรียนเฉียวซางไปพบมีธุระอะไรเหรอ?”

ฉินเหวินเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “เรื่องดีน่ะ”

หลัวเฉียน “…”

อีกด้านหนึ่ง เฉียวซางกำลังจ้องมองผู้ชายสวมเสื้อกาวน์สีขาวและหวีผมเรียบแปล้ด้วยสายตาขุ่นเคือง

วันหลังตอนที่ครูเสี่ยนจะใช้ทักษะเคลื่อนย้ายมิติพาเธอไปไหน ช่วยส่งสัญญาณบอกล่วงหน้าหน่อยได้ไหม!

แบบนี้ถ้าเป็นคนเป็นโรคหัวใจ มีหวังได้ช็อกตายกันพอดี!

“ท่านรองผู้อำนวยการ เรียกหนูมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?” เฉียวซางพยายามฝืนยิ้มและถามขึ้น

“ใช่ นั่งลงก่อนสิ นั่งตรงไหนก็ได้นะ” หลิวเย่าพูดพลางเทของเหลวสีแดงลงในหลอดทดลอง

เฉียวซางกวาดสายตามองไปรอบๆ

สถานที่นี้แตกต่างจากห้องทำงานคราวที่แล้ว ที่นี่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงวางอยู่เต็มไปหมด เห็นได้ชัดว่ามีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นอย่างเข้มงวด มองแวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นห้องปฏิบัติการ

เฉียวซางเดินไปที่โต๊ะทดลองแล้วหาเก้าอี้นั่งลงอย่างลวกๆ

หมาเขี้ยวไฟมองดูยาที่หลิวเย่ากำลังผสมอยู่ในมือด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันอดไม่ได้ที่จะยื่นจมูกเข้าไปดม

“โฮ่ง!”

หอมจัง!

หลิวเย่าได้ยินเสียงหมาเขี้ยวไฟร้องก็หัวเราะออกมา “เหล่าเสี่ยน เอาผลไม้นั่นออกมาหน่อยสิ”

“เสี่ยน”

ค้างคาวเทียนเสี่ยนรับคำก่อนจะหายวับไป

เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ข้างๆ มันก็มีผลไม้สีแดงขนาดเท่าลูกเชอร์รี่และมีลวดลายเกลียวอยู่บนเปลือกวางอยู่บนจานลอยตามมาด้วย

วินาทีต่อมา จานผลไม้นี้ก็มาวางอยู่บนโต๊ะทดลองตรงหน้าเฉียวซาง

“โฮ่ง!”

สายตาของหมาเขี้ยวไฟถูกจานผลไม้นี้ดึงดูดไปในทันที

มันยื่นหน้าเข้าไปดมใกล้ๆ ดวงตาพลันเป็นประกายขึ้นมาทันที

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ลอยเข้าไปดมด้วยความสงสัยเช่นกัน

แต่ไม่นานมันก็ลอยกลับไปอยู่บนหัวของเฉียวซางและจ้องมองค้างคาวเทียนเสี่ยนแทน

เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบกับผลไม้แล้ว ผีค้นสมบัติตัวน้อยสนใจค้างคาวเทียนเสี่ยนมากกว่า

เฉียวซางมองผลไม้ตรงหน้าด้วยความรู้สึกใจคอไม่ดี

ไม่คิดเลยว่าเกิดมาจนป่านนี้ จะมีผลไม้ที่เธอไม่รู้จักด้วย…

นี่มันเรียกว่าอะไรนะ…

แต่จะโทษเธอก็ไม่ได้ โลกนี้มีผลไม้เยอะแยะมากมาย แต่ละภูมิภาค แต่ละประเทศ แต่ละดวงดาวก็มีผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ส่วนเธอก็เคยกินแต่ผลไม้ที่หาได้ทั่วไปในภูมิภาคอวี้หัวเท่านั้น

ในฐานะนักเพาะเลี้ยงระดับ A ท่านรองผู้อำนวยการย่อมมีฐานะร่ำรวย การที่เขาจะซื้อผลไม้หายากจากภูมิภาคอื่นมากินเล่นก็เป็นเรื่องปกติ

ถึงจะไม่รู้จัก แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ต้องห้ามแสดงความโง่เขลาออกมาเด็ดขาด

“ขอบคุณค่ะท่านรองผู้อำนวยการ” เฉียวซางพูดจบก็หยิบผลไม้สีแดงขึ้นมาหนึ่งลูก ทำท่าจะเอาเข้าปาก

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟร้องออกมาอย่างร่าเริง มันก็ใช้ขาหน้าหยิบขึ้นมาหนึ่งลูกหมายจะเอาเข้าปากเหมือนกัน

“เดี๋ยวก่อน!” หลิวเย่าที่ปกติจะสงบนิ่งมาตลอด จู่ๆ ก็พูดเสียงดังขึ้นมา

เฉียวซางสะดุ้งตกใจ “มีอะไรเหรอคะ?”

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟกะพริบตาปริบๆ ขาหน้าที่ถือผลไม้อยู่หยุดชะงักอยู่ที่ริมฝีปาก

หางตาของหลิวเย่ากระตุกเล็กน้อย เขาอธิบายว่า “นี่คือผลหมื่นอัคคี มีแต่สัตว์อสูรธาตุไฟเท่านั้นที่กินได้”

พูดจบเขายังรู้สึกว่าไม่พอ จึงพูดเสริมขึ้นมาอีกประโยคว่า “คนกินไม่ได้นะ”

เฉียวซาง “…”

นี่แหละมั้งที่เขาเรียกว่าตายคาที่ในสังคม…

“ฮ่าๆ หนูรู้ค่ะ มานี่ หยาเป่า กินซะสิ” เฉียวซางหัวเราะแห้งๆ สองที แล้วยัดผลไม้นั่นเข้าไปในปากหมาเขี้ยวไฟ

“โฮ่ง…”

หมาเขี้ยวไฟอ้าปากรับผลไม้ที่ถูกยัดเข้ามาพอดี

มันเคี้ยวกลืนลงไปตามสัญชาตญาณ

“โฮ่ง!”

อร่อยจังเลย!

แถมพลังงานในร่างกายก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมา รู้สึกได้เลยว่ามันกำลังเพิ่มมากขึ้น!

หลังจากกลืนผลไม้สีแดงลูกนั้นลงไปรวดเดียว หมาเขี้ยวไฟก็เอาผลไม้ลูกที่ถืออยู่ในมือยัดเข้าปากตามไปติดๆ

“ฮ่าๆ กินช้าๆ ก็ได้ ไม่ต้องรีบ ยังมีอีกเยอะ” เฉียวซางหัวเราะแห้งๆ พลางหยิบผลไม้สีแดงขึ้นมาอีกลูกแล้วป้อนไปที่ปากหมาเขี้ยวไฟ

หลิวเย่า “…”

“เมื่อกี้ครูฉินติดต่อมาบอกฉันว่า ค่าพลังงานของหมาเขี้ยวไฟของเธอพุ่งไปถึง 13966 แล้ว” หลิวเย่าพูดขึ้น

เฉียวซางชะงักไป ที่แท้ที่ท่านรองผู้อำนวยการเรียกเธอมาพบ ก็เพราะความโดดเด่นของหมาเขี้ยวไฟนี่เอง

“ค่ะ” เฉียวซางรับคำขณะป้อนผลไม้ให้หมาเขี้ยวไฟ

“เธอรู้ไหมว่าช่วงพลังงานของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นอยู่ที่เท่าไหร่?” หลิวเย่าถาม

หรือว่าค่าพลังงานของหมาเขี้ยวไฟจะเกินช่วงปกติของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นไปแล้ว?

เฉียวซางคาดเดาขึ้นมาทันที

เธอก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร ต่อให้ค่าพลังงานของหมาเขี้ยวไฟจะเกินมาตรฐานแล้วไงล่ะ?

นั่นก็แสดงว่ามันยอดเยี่ยมมากยังไงล่ะ!

“15000 เหรอคะ?” เฉียวซางเดาสุ่มตัวเลขไป

หลิวเย่าเขย่าหลอดทดลองในมือสองครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “อยู่ที่ 1 ถึง 10000 ตามปกติแล้ว เมื่อสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นมีพลังงานถึง 10000 พวกมันก็จะวิวัฒนาการ”

“ส่วนสัตว์อสูรที่ต้องอาศัยเงื่อนไขพิเศษในการวิวัฒนาการ ก็เป็นเพราะพลังงานในร่างกายของพวกมันถูกจำกัดเอาไว้ ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก จึงต้องใช้วิธีเหล่านั้นในการทะลวงขีดจำกัด”

“แต่ทุกเรื่องย่อมมีข้อยกเว้น”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note