ตอนที่ 102 สายฟ้าสีแดง
แปลโดย เนสยังการที่จิ้งจอกหางทะเลทรายของเยี่ยหรั่นหรั่นทำผลงานได้ดีขนาดนี้เป็นสิ่งที่เฉียวซางไม่คาดคิดมาก่อน เธอจึงรู้สึกผ่อนคลายลง
สัตว์อสูรสองร้อยกว่าตัว หมาเขี้ยวไฟได้วิ่งเป็นตัวที่สอง ยังไงก็ไม่มีทางได้ที่โหล่แน่นอน
ทางด้านหมาเขี้ยวไฟ พอสวมสายสะพายไม้ผลัดสีเหลืองเสร็จก็พุ่งพรวดออกไปทันที
“จ๊วบ!”
“จ๊วบ!”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยตะโกนเชียร์สุดเสียง
แถมยังตะโกนไปลอยตามไปอีกต่างหาก
เฉียวซางตาไว รีบคว้าตัวมันกลับมา
“จ๊วบ?”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยทำหน้าไร้เดียงสา
“แกอย่าเพิ่งเปลืองแรงเลย ไม้ผลัดที่หกยังต้องพึ่งแกอยู่นะ พวกเราไปรอหยาเป่าที่แม่น้ำหลิวหยางกันเลยดีกว่า” เฉียวซางกล่าว
คำพูดนี้ครึ่งจริงครึ่งเท็จ ครึ่งแรกเท็จ ครึ่งหลังจริง เธอไม่ได้หวังพึ่งผีค้นสมบัติตัวน้อยในไม้ผลัดที่หกเลยสักนิด
ส่วนเรื่องจะวิ่งตามน่ะลืมไปได้เลย ไม้ผลัดที่สามอยู่ที่แม่น้ำหลิวหยางซึ่งห่างออกไปสิบกิโลเมตร ขาสั้นๆ อย่างเธอวิ่งไปยังไม่ทันถึงครึ่งทางก็คงร่วงแล้ว
อีกอย่างการแข่งขันมาราธอนก็ไม่อนุญาตให้มีการวิ่งตามด้วย ระหว่างทางพวกเขามีทีมแพทย์และฝ่ายเทคนิคผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล การจัดการด้านโลจิสติกส์ก็ปลอดภัยมาก
การวิ่งตามอาจทำให้เกิดความยุ่งยากและวุ่นวายโดยไม่จำเป็นระหว่างการแข่งขัน และอาจทำให้ควบคุมความเรียบร้อยได้ยากขึ้น
เฉียวซางมองไปทางที่หมาเขี้ยวไฟหายลับไป
หยาเป่าเอ๊ย ฉันทำได้แค่ส่งกำลังใจให้แกนะ!
สู้ๆ เข้าล่ะ!
…
หมาเขี้ยวไฟวิ่งตะบึงไปข้างหน้าอย่างสุดชีวิต
มันจำได้ว่าเจ้านายบอกให้วิ่งตามกลุ่มใหญ่ข้างหน้า แต่ข้างหน้าอย่าว่าแต่กลุ่มใหญ่เลย แม้แต่คู่แข่งสักตัวก็ยังไม่เห็น
ตอนนั้นเองมันก็นึกถึงหอยทากหกหนวดที่วิ่งออกไปก่อนหน้ามันขึ้นมาได้
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟเร่งความเร็วขึ้น
งั้นก็ต้องตามหอยทากหกหนวดตัวนั้นให้ทันก่อน!
ไม่รู้ว่าวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว
หมาเขี้ยวไฟลากขาทั้งสี่อย่างเหนื่อยล้า พยายามฝืนพาร่างกายขยับไปข้างหน้า
ตอนนี้อย่าว่าแต่วิ่งเลย แค่เดินยังลำบาก
แม้มาราธอนสัตว์อสูรจะต่างจากมาราธอนมนุษย์แบบดั้งเดิม แต่โดยหลักๆ แล้วก็คือกีฬาแข่งขันที่ต้องใช้ความพยายามสูง ปริมาณการออกกำลังกายมาก และระยะทางไกล
ถึงแม้สัตว์อสูรจะสามารถใช้คุณลักษณะและทักษะเพื่อเร่งความเร็วและเพิ่มความสนุกให้กับการแข่งขันได้ แต่การใช้คุณลักษณะและทักษะอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
การใช้พลังงานมากเกินไปอาจทำให้สัตว์อสูรหมดแรงกลางทางได้
ดังนั้น สัตว์อสูรที่มีประสบการณ์แข่งมาราธอนจะวิ่งด้วยตัวเองไปสักระยะ แล้วค่อยใช้ทักษะเป็นครั้งคราวเพื่อเพิ่มความเร็ว
เมื่อใกล้ถึงเส้นชัยจึงจะใช้คุณลักษณะหรือทักษะเพื่อพุ่งเข้าเส้นชัย เหมือนอย่างที่จิ้งจอกหางทะเลทรายของเยี่ยหรั่นหรั่นทำ
แต่หมาเขี้ยวไฟไม่รู้เรื่องนี้ ตั้งแต่ออกสตาร์ทมันก็วิ่งสุดชีวิตมาตลอด
ตอนแรกก็ยังโอเคอยู่ แต่พอความเร็วมันตกลง สัตว์อสูรที่เข้าแข่งขันหลายสิบตัวก็ทยอยวิ่งแซงหน้ามันไป
หมาเขี้ยวไฟก็ไม่ได้โง่
ระหว่างทางพอเห็นสัตว์อสูรบางตัวใช้ทักษะ มันก็เลยลองปล่อยทักษะเพื่อเร่งความเร็วบ้าง
ทักษะพุ่งชนเพลิง ทักษะพุ่งชน มันงัดมาใช้หมด
แต่ไม่นานมันก็หมดแรง
หมาเขี้ยวไฟไม่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ ช่วงนี้สิ่งที่มันฝึกหลักๆ ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับทักษะการต่อสู้ทั้งนั้น
การวิ่งรอบลำธารหลิวกานแค่ไม่กี่รอบ แทบไม่ได้ช่วยฝึกฝนอะไรสำหรับการวิ่งมาราธอนเลย
ในแง่ของพละกำลัง มันอาจจะถือว่าดีในหมู่สัตว์อสูรระดับเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ของการวิ่งมาราธอนอยู่ดี
แสงแดดแผดเผาพื้นดิน
แม้แต่หมาเขี้ยวไฟที่ไม่เคยกลัวความร้อนก็ยังรู้สึกทรมาน
หมาเขี้ยวไฟแลบลิ้น หายใจลำบาก มันรู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องใช้แรงมหาศาลกว่าจะยกขาแต่ละข้างขึ้นมาได้ ยากยิ่งกว่าตอนใส่ห่วงถ่วงน้ำหนักซะอีก
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟร้องออกมาอย่างเลื่อนลอย ลำคอแห้งผากราวกับมีไฟสุม
ตอนนั้นเองมันก็นึกถึงน้ำที่เจ้านายเคยบอกไว้
มันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นโต๊ะหรือน้ำเลยสักนิด
ยังไม่ถึงอีกเหรอ?
หมาเขี้ยวไฟตาลาย มองไปข้างหน้าอย่างพร่ามัว เป็นครั้งแรกที่มันนึกถึงคำว่ายอมแพ้
เหนื่อยจัง…
เหนื่อยเหลือเกิน…
“อู๊ด”
หมูลูกเด้งตัวหนึ่งกระโดดผ่านมาพอดี
หางของมันเหมือนสปริง ปลายหางเป็นลูกบอลสีเทา บนตัวมีป้ายหมายเลข 099 ติดอยู่
หางของมันตั้งตรง ลูกบอลสีเทาที่ปลายหางสัมผัสพื้น มันใช้คุณลักษณะหางสปริงกระโดดเด้งดึ๋งแซงหน้าหมาเขี้ยวไฟไปในพริบตา
“อู๊ด”
หมูลูกเด้งไม่ได้จากไปทันที มันหันกลับมายิ้มเยาะใส่หมาเขี้ยวไฟอย่างได้ใจ แถมยังชูนิ้วเท้าที่สั้นที่สุดขึ้นมาอย่างท้าทาย
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟโกรธจัดขึ้นมาทันที
มันอยากจะคำรามใส่หมูลูกเด้งตัวนี้ แต่เสียงคำรามที่เปล่งออกมากลับแผ่วเบาจนมีแต่มันเองที่ได้ยิน
เมื่อเห็นหมูลูกเด้งตรงหน้าหันกลับไปกระโดดเด้งดึ๋งจากไป หมาเขี้ยวไฟก็รู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนอยู่ในใจ อยากจะพุ่งเข้าไปหา
แต่ใจสู้ทว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว
แรงกระตุ้นที่จะพุ่งออกไปมันรุนแรงเกินไป ขาทั้งสี่ที่อ่อนล้าจนหมดแรงไม่สามารถทนรับได้ เดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว ขาของหมาเขี้ยวไฟก็อ่อนยวบจนล้มลง
ในความเลือนลาง ราวกับได้ยินเสียงเจ้านายเรียกชื่อมัน
หยาเป่า
จริงๆ แล้วมันไม่ค่อยชอบชื่อนี้เลย ไม่มีความน่าเกรงขามเอาซะเลย แต่เจ้านายชอบ มันก็ช่วยไม่ได้
ถ้ามันมาล้มลงตรงนี้ เจ้านายจะผิดหวังไหมนะ
แถมยังมีลูกน้องตัวเล็กที่รอสายสะพายไม้ผลัดจากมันอยู่อีก
หมาเขี้ยวไฟรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาทันที
เจ้านายเชื่อใจมันขนาดนั้น บอกว่าจะรอที่แม่น้ำหลิวหยาง ถ้ามันไปไม่ถึงล่ะ…
อยากจะลุกขึ้นสู้ต่อจัง…
ประกายไฟที่ริบหรี่ในตัวหมาเขี้ยวไฟค่อยๆ กลายเป็นเปลวเพลิง วินาทีต่อมาเปลวเพลิงก็ลุกโชน เปลวไฟสีแดงฉานพุ่งพรวดขึ้นมา แผดเผาครอบคลุมตัวมันตั้งแต่ข้างในจนถึงข้างนอกในชั่วพริบตา
“ตรงนี้มีหมาเขี้ยวไฟตัวหนึ่ง น่าจะหมดสติไปแล้ว รีบส่ง… เชี่ย!” เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนสะดุ้งเฮือก
“เกิดอะไรขึ้น? มีปัญหาอะไรเหรอ?” ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร แค่หมาเขี้ยวไฟที่ล้มไปแล้วอยู่ๆ ตัวก็ลุกเป็นไฟ… น่าจะปลุกคุณลักษณะเพลิงเดือดขึ้นมาน่ะ แล้วก็วิ่งหายวับไปเลย ฉันเพิ่งเคยเห็นสัตว์อสูรธาตุไฟวิ่งมาราธอนจนไฟเดือดก็คราวนี้แหละ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนอธิบายด้วยน้ำเสียงยังคงตื่นตระหนก
มันเหมือนกับการเห็นคนป่วยที่ล้มพับไปแล้ว จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมากระโดดตีลังกากลับหลังให้ดูอย่างมีชีวิตชีวา น่ากลัวพิลึก…
…
แม่น้ำหลิวหยาง
เฉียวซางมองดูหมูลูกเด้งที่ใช้หางกระโดดเด้งดึ๋งมุ่งหน้าไปยังจุดส่งไม้ผลัดที่สามอย่างรวดเร็วอยู่ไม่ไกล แล้วก็อดอุทานไม่ได้ว่า “หางนั่นเหมาะกับการแข่งขันแบบนี้ชะมัด”
“ฉันยังคิดว่าทักษะของแรคคูนน้ำแข็งนั่นต่างหากที่เหมาะ ถึงกับทำให้เนื้อหยุ่นๆ ที่อุ้งเท้าเคลือบลูกบอลน้ำแข็งแล้วไถลมาได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดแผนแบบนี้ได้ยังไง” เยี่ยหรั่นหรั่นกล่าว
“หน้าร้อนแบบนี้ พื้นก็ร้อน ลูกบอลน้ำแข็งนั่นคงทนได้ไม่นานเดี๋ยวก็ละลายแล้ว คงเอาไว้ช่วยผ่อนแรงช่วงกลางทางเฉยๆ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวมาดี เรื่องการทรงตัวนี่ไร้ที่ติเลย” เฉียวซางวิเคราะห์
“มาราธอนสัตว์อสูร แค่คิดวิธีผ่อนแรงระหว่างทางเพื่อพักเหนื่อยชั่วคราวได้ก็พอแล้ว สำคัญที่สุดคือต้องดูพละกำลังและความอดทนของสัตว์อสูร” เยี่ยหรั่นหรั่นหัวเราะ
เฉียวซางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นว่า “แล้วถ้าไม่มีวิธีผ่อนแรงเลยล่ะคะ?”
เยี่ยหรั่นหรั่นครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ใช้แต่แรงกับความอดทนล้วนๆ เลยเหรอ? คงไม่หรอกมั้ง แบบนั้นมันเหนื่อยแย่เลย มาราธอนสัตว์อสูรทุกคนต้องเตรียมแผนมาอยู่แล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นไอ้โง่ที่ไหนมาแข่งแบบไม่มีแผนเลยนะ”
เฉียวซาง “…”
หึ ไอ้โง่ที่ว่าก็ยืนอยู่ตรงนี้นี่ไงล่ะ
“จ๊วบ!”
“จ๊วบ!”
จู่ๆ ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้นสองครั้ง
เฉียวซางหันไปมองที่ลู่วิ่ง
เห็นเพียงเงาร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงพุ่งทะยานมาจากที่ไกลๆ ราวกับสายฟ้าสีแดงที่พาดผ่านหน้าเธอไปในชั่วพริบตา มันแซงหน้าหมูลูกเด้งที่กำลังจะถึงจุดส่งไม้ผลัดไปก่อนที่จะหยุดลง

0 Comments