You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“แกรู้สึกถึงมันหรือเปล่า?” เฉียวซางถาม

หมาเขี้ยวไฟชะงักไป ก้มลงมองน้ำที่เจิ่งนองเต็มพื้น กับหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกรงเล็บของตัวเอง

มันยืนมองอยู่นานสองนาน ก่อนจะเบิกตากว้าง

ที่แท้ลูกโป่งแตกนี่ก็ไม่ใช่อุบัติเหตุสินะ แต่เป็นเพราะผู้ฝึกอสูรของมันจงใจอยากให้มันได้สัมผัสถึงพลังงานที่อัดแน่นอยู่ข้างในนี่เอง!

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าอย่างจริงจัง

มันรู้สึกได้แล้ว!

เฉียวซางรู้สึกผิดอยู่ในใจ ความจริงแล้วเธอแค่อยากให้หยาเป่ารับลูกโป่งน้ำไปถือดูเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าการอัปคะแนนเพิ่มจะทำให้กรงเล็บของมันแหลมคมขึ้นขนาดนี้

เดี๋ยวคงต้องตัดเล็บให้ซะหน่อยแล้ว ก็หยาเป่าไม่ได้มีทักษะอะไรที่ต้องใช้กรงเล็บสักหน่อยนี่นา

“รู้สึกได้ก็ดีแล้ว ลูกบอลพลังงานก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าไม่ไปแตะต้องมันก็ไม่มีอะไร แต่พอไปแตะปุ๊บ พลังงานข้างในก็จะระเบิดออกมาทันที” เฉียวซางฉวยโอกาสอธิบายต่อ “สิ่งที่พวกเราต้องทำเป็นอันดับแรกในตอนนี้ก็คือ การสร้างลูกบอลพลังงานให้สำเร็จให้ได้”

หมาเขี้ยวไฟฟังแล้วก็คันไม้คันมือ อยากจะลองรีดเร้นพลังงานในร่างกายขึ้นมาทดลองดูเดี๋ยวนั้นเลย

“อย่ามาฝึกในห้องนี้นะ! แกจำวีรกรรมทีวีเครื่องนั้นไม่ได้เหรอ!” เฉียวซางตกใจรีบร้องห้ามเสียงหลง

คลุกคลีกับหยาเป่ามาตั้งนาน แค่เห็นสีหน้ากับกรงเล็บที่เริ่มอยู่ไม่สุขของมัน เธอก็เดาออกแล้วว่ามันกำลังจะทำอะไร

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟหยุดชะงักด้วยความเขินอาย

มันลืมไปซะสนิทเลยจริงๆ

“นี่มันไม่เหมือนกับตอนที่แกรีดเร้นพลังงานในร่างกายให้กลายเป็นเปลวไฟหรอกนะ แกต้องบีบอัดพลังงานธาตุไฟให้ควบแน่นเข้าด้วยกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องบีบอัดให้มันแน่นๆ โครงสร้างภายในต้องเสถียร”

“ไม่งั้นลูกบอลพลังงานยังไม่ทันลอยขึ้นฟ้าก็คงระเบิดไปซะก่อน การระเบิดแบบควบคุมไม่ได้แบบนั้น มันไม่เรียกว่าท่าฝนสะเก็ดไฟหรอกนะ” เฉียวซางอธิบายต่อ

ลูกบอลพลังงาน พูดง่ายๆ ก็คือพลังงานทรงกลมที่เกิดจากการบีบอัดพลังงานเข้าด้วยกันนั่นแหละ

การจะสร้างมันขึ้นมาดูเหมือนจะไม่ยากเท่าไหร่

แต่การจะทำให้พลังงานไม่รั่วไหลออกมาในขณะที่บีบอัด แถมยังต้องบังคับให้มันลอยขึ้นไปในอากาศให้ได้ระดับความสูงที่กำหนด โครงสร้างภายในมันต้องเสถียรสุดๆ ซึ่งตรงนี้แหละที่ยากหิน

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟตั้งใจฟังจนจบ แล้วก็พยักหน้าอย่างแรง

เฉียวซางเห็นแบบนั้นก็พอใจสุดๆ

ไม่พูดถึงเรื่องอื่นนะ แค่เห็นทัศนคติในการเรียนรู้แบบนี้ ก็เหมือนจะประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงเลย

“ก่อนจะเริ่มฝึก เรามีเรื่องต้องทำอีกอย่างนึงนะ” เฉียวซางบอก

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟทำหน้างง ยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอ?

“มานี่ มาตัดเล็บซะดีๆ”

“…”

……

หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เฉียวซางก็เตรียมตัวจะพาหมาเขี้ยวไฟไปที่ลำธารหลิวกาน

เพิ่งจะก้าวพ้นประตูบ้าน ก็เห็นหมูพุ่งทะยานตัวหนึ่งแบกกระเป๋าสีเขียวไว้บนหลัง กระพือปีกสีเทาขาวบินกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่หน้าบ้าน

ที่แท้ก็น้ำยาฟื้นฟูพลังงานระดับ F กับมุกรวมเพลิงและมุกรวมจิตระดับ E ที่สั่งซื้อไว้เมื่อคราวก่อนมาส่งนี่เอง

เฉียวซางมองดูหมูพุ่งทะยานที่วางพัสดุลงแล้วก็หันหลังบินจากไปพลางถอนหายใจด้วยความทึ่ง

สัตว์อสูรนี่มีข้อได้เปรียบเรื่องการหางานทำจริงๆ นะเนี่ย ไม่คิดเลยว่าแม้แต่หมูก็ยังมาเป็นพนักงานส่งพัสดุได้…

พอมาถึงลำธารหลิวกาน หมาเขี้ยวไฟก็สวมมุกรวมเพลิงแล้วเริ่มทดลองบีบอัดลูกบอลพลังงานทันที

เฉียวซางหาที่ว่างๆ แล้วก็นั่งขัดสมาธิลง

เธอยื่นมือไปอุ้มผีค้นสมบัติตัวน้อยลงมาจากหัว

แต่เพราะกรงเล็บเล็กๆ ของผีค้นสมบัติตัวน้อยยังกำปอยผมของเธอไว้แน่นอยู่สองปอย กระบวนการอุ้มลงมาก็เลยเจ็บนิดๆ

เฉียวซางสวมมุกรวมจิตให้มัน พอมองดูผีค้นสมบัติตัวน้อยที่ยังคงหลับตาปี๋ เธอก็เริ่มจะกังวลขึ้นมาแล้ว

ไม่ใช่บอกว่าหลับไปตื่นนึงก็หายแล้วไง? นี่มันหลับนานไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย?

จะปาเข้าไปสองวันแล้วนะ

เฉียวซางเอานิ้วจิ้มๆ แก้มผีค้นสมบัติตัวน้อย ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย

เธอถอนหายใจ แล้วจับผีค้นสมบัติตัวน้อยไปวางแหมะไว้บนหัวเหมือนเดิม

ในมุมที่เฉียวซางมองไม่เห็น ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็จัดการใช้กรงเล็บคว้าปอยผมของเธอมากำไว้ในมืออีกสองปอยอย่างรู้งาน

หมาเขี้ยวไฟยังคงพยายามบีบอัดพลังงานอยู่ แต่ทุกครั้งที่อ้าปากพ่นออกมาก็ยังคงเป็นเปลวไฟเหมือนเดิม

เฉียวซางไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ได้แต่นั่งดูอยู่เงียบๆ

บางทีการได้นั่งมองสัตว์อสูรของตัวเองฝึกซ้อมมันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ

หลังจากล้มเหลวไปถึงสิบสามครั้ง พอครั้งที่สิบสี่ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหมาเขี้ยวไฟกลับไม่ใช่เปลวไฟอีกต่อไป แต่เป็นลูกบอลพลังงานขนาดเท่าเล็บมือ

เฉียวซางตาลุกวาว

ไม่ต้องไปสนเรื่องขนาดของลูกบอลพลังงานหรอก ขอแค่บีบอัดสำเร็จก็ถือว่าก้าวแรกผ่านฉลุยแล้ว

สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการทำให้โครงสร้างภายในมันเสถียร

ขอแค่โครงสร้างภายในมันเสถียร ยิ่งอัดพลังงานเข้าไปเยอะ ลูกบอลพลังงานมันก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นเอง

“โฮ่ง!”

ทางด้านหมาเขี้ยวไฟพอมองเห็นลูกบอลพลังงานตรงหน้าก็ตื่นเต้นสุดขีด

มันเงยหน้าขึ้นแล้วส่งเสียงเห่าเรียกผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความดีใจ

ในขณะเดียวกัน ลูกบอลพลังงานก็หลุดการควบคุม พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งมาทางเฉียวซาง

“โฮ่ง!!”

หมาเขี้ยวไฟตกใจแทบสิ้นสติ

มันตั้งท่าจะใช้ทักษะอะไรสักอย่างเพื่อสกัดลูกบอลนั้นไว้

แต่พออ้าปากก็เพิ่งนึกขึ้นได้

ถ้าไม่ปล่อยทักษะก็แล้วไปเถอะ ขืนปล่อยออกไป ผู้ฝึกอสูรของมันที่ตอนแรกอาจจะไม่บาดเจ็บก็คงจะได้เจ็บตัวจริงๆ คราวนี้แหละ…

“เชี่ย!”

เฉียวซางหลุดอุทานคำสบถออกมาเมื่อเห็นลูกบอลพลังงานพุ่งตรงมาที่หน้า

โชคดีที่ลูกบอลพลังงานลูกนี้มีขนาดแค่เท่าเล็บมือ เฉียวซางก็เลยเอนหัวหลบไปด้านหลัง 75 องศาได้อย่างฉิวเฉียด

ถึงจะหลบลูกบอลพลังงานพ้น แต่หัวกลับต้องมาเจอกับความเจ็บปวดอีกรูปแบบหนึ่ง

พอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่หนังหัว เฉียวซางก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่ามีอะไรแปลกๆ

ผีค้นสมบัติตัวน้อยมันไปกำผมเธอไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

แถมหลับอยู่แท้ๆ ทำไมถึงเกาะหนึบได้ขนาดนี้?

แต่เสียงเห่าของหมาเขี้ยวไฟก็ดังขัดจังหวะความคิดของเธอซะก่อน

“โฮ่ง!”

“โฮ่งๆ!”

หมาเขี้ยวไฟวิ่งเข้ามาหา มองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความเป็นห่วง

“ฉันไม่เป็นไรหรอก” เฉียวซางเอ่ยปลอบใจ

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟถอนหายใจอย่างโล่งอก

“แต่ถ้าแกทำแบบนี้อีกรอบ ฉันก็ไม่รับประกันแล้วนะว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

หมาเขี้ยวไฟ: “…”

การฝึกซ้อมในช่วงต่อมา หมาเขี้ยวไฟมีสมาธิจดจ่อกับการควบคุมลูกบอลพลังงานมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ

เฉียวซางค่อยๆ ขยับย้ายที่นั่ง แล้วก็นั่งขัดสมาธิลงเหมือนเดิม

คราวนี้เธอแบ่งสมาธิครึ่งนึงไปไว้ที่หมาเขี้ยวไฟ ส่วนอีกครึ่งก็เอาไว้จับตาดูผีค้นสมบัติตัวน้อย

พอเอาจิตไปจดจ่ออยู่ที่หัว ไม่นานเธอก็พบความผิดปกติ

หัวเธอมันสั่นกึกๆ เป็นระยะๆ

นี่ถ้าไม่ได้ตั้งใจจับผิดล่ะก็ สั่นเบาๆ แค่นี้คงไม่มีทางรู้สึกได้หรอก

เฉียวซางเดาออกทันที

ท้องผีค้นสมบัติตัวน้อยกำลังร้อง…

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เจ้าตัวเปี๊ยกนี่น่าจะตื่นแล้วล่ะ…

แกล้งหลับอยู่นี่เอง

เฉียวซางคว้าตัวผีค้นสมบัติตัวน้อยลงมา แล้วถ่างตามันออก

ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

จั๊กจี้รักแร้

ก็ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

แหม แกล้งหลับได้เนียนใช้ได้เลยนะ

“เสี่ยวสวินเป่า ถ้าแกยังไม่ตื่นอีก ฉันจะส่งแกไปโรงพยาบาลแล้วนะ” เฉียวซางขู่

ผีค้นสมบัติตัวน้อยยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง

“ถ้าแกไปนอนโรงพยาบาล ตื่นเมื่อไหร่ฉันค่อยไปรับแกกลับมาก็แล้วกัน” เฉียวซางขู่ต่อ

คราวนี้ เปลือกตาของผีค้นสมบัติตัวน้อยขยับยุบยิบ

“จ๊วบ~”

วินาทีต่อมามันก็ลืมตาขึ้น แล้วใช้กรงเล็บขยี้ตา ทำท่าเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนไม่มีผิด

เฉียวซาง: “…”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยเห็นผู้ฝึกอสูรของมันเงียบไป ก็เลยเอาหัวมาถูไถอย่างออดอ้อน

“บอกมาเถอะ ทำไมต้องแกล้งหลับด้วย” เฉียวซางคาดคั้น

ทางด้านหมาเขี้ยวไฟได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็หยุดฝึกแล้วหันมามอง

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความดีใจ

ลูกน้องของมันตื่นสักที!

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยเห็นสายตาคาดคั้นของผู้ฝึกอสูรก็เริ่มลนลาน มันไม่ลังเลเลยสักนิด รีบสารภาพความในใจออกมาจนหมดเปลือก

“จ๊วบ!”

“จ๊วบๆ, จ๊วบ, จ๊วบ”

“จ๊วบๆ”

ที่แท้ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็คิดว่าตัวเองทำงานพลาดนี่เอง

ตอนแรกตกลงกันไว้ว่าจะไปหลอกล่อศัตรู แต่เพราะดันตะกละเห็นแก่กิน ก็เลยไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น

กลัวว่าจะโดนเกลียด ก็เลยไม่กล้าตื่นขึ้นมา

เฉียวซางถอนหายใจแล้วบอกว่า “แกเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง ทำไมคิดมากขนาดนี้เนี่ย สำหรับฉันแล้ว ขอแค่แกปลอดภัยก็พอแล้ว อีกอย่าง ตอนนั้นแกก็ทำได้ดีมากนะ ถ้าไม่ใช่เพราะแกหลอกล่อวิญญาณหมวกหินไปล่ะก็ แผนหลังจากนั้นฉันก็คงทำไม่สำเร็จหรอก”

ดวงตาของผีค้นสมบัติตัวน้อยรื้นไปด้วยน้ำตาทันที

“สองวันนี้ฉันกับหยาเป่าเป็นห่วงแกมากเลยนะ” เฉียวซางพูดต่อ

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟพยักหน้าเห็นด้วย

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยสะอื้นไห้

“หิวแล้วใช่ไหมล่ะ รีบเอานมออกมากินเร็วเข้า ฉันได้ยินเสียงท้องแกร้องแล้วนะ” เฉียวซางหัวเราะ

ราวกับจะยืนยันคำพูดนั้น ท้องของผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ร้องจ๊อกๆ ขึ้นมาพอดี

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยหน้าแดงแจ๋ ลืมร้องไห้ไปเลย มุดหน้าหนีความอายซุกอกเฉียวซางทันที

เฉียวซางกับหมาเขี้ยวไฟเห็นแบบนั้นก็กลั้นขำไม่อยู่

ภายใต้แสงตะวันยามเย็น ริมลำธาร บรรยากาศช่างอบอุ่นและมีความสุขเสียนี่กระไร

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note