ตอนที่ 87 คดีที่ใหญ่ที่สุด
แปลโดย เนสยังสเปรย์ปฐมพยาบาลแบบนี้ใช้รักษาได้แค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น แค่ฉีดลงบนแผลก็พอ
เฉียวซางเลือกที่จะทายาให้หนูแม่เหล็กตัวที่เธอพากลับมาด้วยก่อน เพราะถ้าเกิดหนูแม่เหล็กตัวที่ปล่อยสายฟ้าใส่เธอเมื่อกี้ฟื้นขึ้นมาก่อน มีหวังเธออาจจะโดนฟ้าผ่าอีกรอบก็ได้
เพราะยาพวกนี้ไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วทันใจเหมือนพวกทักษะสายรักษา กว่าหนูแม่เหล็กจะฟื้นก็ปาเข้าไป 15 นาที
หนูแม่เหล็กฟื้นขึ้นมาก็ยังมึนๆ อยู่ พอตั้งสติได้ก็รีบหันไปมองรอบๆ ทันที
พอหันไปเห็นแม่ของมันยังนอนสลบอยู่บนพื้น
มันเห็นว่าแผลของแม่ได้รับการทายาแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนั้นเองมันถึงเพิ่งจะสังเกตเห็นมนุษย์ที่อยู่ข้างๆ
“จี๊ด”
“จี๊ดๆ”
หนูแม่เหล็กหันไปอธิบายกับเฉียวซางอย่างร้อนรน
ด้วยความช่วยเหลือในการแปลภาษาจากหมาเขี้ยวไฟ เฉียวซางก็เข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสองตัวนี้ได้อย่างรวดเร็ว… แม่ลูกกันนี่เอง
ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูด หนูแม่เหล็กอีกตัวก็ฟื้นขึ้นมาพอดี
หมาเขี้ยวไฟรีบตั้งท่าระวังตัวทันที
แล้วมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหนูแม่เหล็กผู้เป็นแม่ลืมตาขึ้นมาปุ๊บก็มองหาเฉียวซางทันที
ในจังหวะที่กระแสไฟฟ้าบนตัวมันกำลังจะแผ่กระจายออกมาเตรียมโจมตี เปลวเพลิงบนตัวหมาเขี้ยวไฟก็ลุกโชนขึ้นมาเช่นกัน
ศึกใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น
ตอนนั้นเอง เฉียวซางก็คว้าตัวหนูแม่เหล็กตัวลูกที่ตอบสนองช้าไปจังหวะนึงมาอุ้มไว้บังหน้าตัวเอง
“อย่าเพิ่งช็อตนะ! เรามาคุยกันดีๆ ก่อน!”
แม่ลูกหนูแม่เหล็กสบตากัน ตัวนึงทำหน้างง ส่วนอีกตัวทั้งโกรธทั้งสงสารลูก
วินาทีต่อมากระแสไฟฟ้าบนตัวผู้เป็นแม่ก็สลายไป
หมาเขี้ยวไฟยืนอึ้งไปเลย แบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย?
“รีบอธิบายให้แม่แกฟังเร็ว” เฉียวซางบอกหนูแม่เหล็กในมือ
5 นาทีต่อมา
แม่หนูแม่เหล็กมองเฉียวซางด้วยสายตาสำนึกผิด
เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดกันไปเอง
“เอาล่ะ ในเมื่อแกได้เจอครอบครัวแล้ว พวกเราก็ไม่กวนเวลาครอบครัวแล้วล่ะ” เฉียวซางบอกหนูแม่เหล็ก
ต่อไปเธอคงต้องไปหาสัตว์อสูรป่าตัวอื่นต่อ ถ้าหาอีกครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่เจอก็คงต้องกลับแล้วล่ะ
หนูแม่เหล็กพยักหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ แต่แม่ของมันกลับเดินมาขวางหน้าเฉียวซางไว้
“จี๊ดๆ!”
“จี๊ด!”
หมาเขี้ยวไฟทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาให้อีกครั้ง
ที่แท้แม่หนูแม่เหล็กก็อยากจะมอบผลไม้ป่าให้เพื่อเป็นการตอบแทนนั่นเอง
ตอนแรกเฉียวซางกะจะปฏิเสธ แต่คิดไปคิดมาก็ตอบตกลง
ผลไม้ป่าที่สัตว์อสูรป่าชอบกิน จะต้องเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยพลังงานอย่างแน่นอน
ถึงแม้ผลไม้ป่าบนเขาในชนบทแบบนี้จะหวังให้มีราคาค่างวดอะไรมากไม่ได้ แต่ตราบใดที่มันเป็นพืชวิญญาณ ก็ย่อมมีประโยชน์แน่นอน
ถ้าเป็นพืชที่คนปลูกเอง คงไม่มีใครเอามาปลูกบนเขาที่มีสัตว์อสูรป่าเพ่นพ่านแบบนี้หรอก
ไม่พูดถึงเรื่องคุณภาพดิน เรื่องสภาพอากาศ เรื่องเวลาใส่ปุ๋ย หรือการดูแลรักษาสมดุลของต้นไม้ ที่ต้องอาศัยการดูแลจากคนอย่างใกล้ชิด
แถมยังต้องมีเทคนิคการตัดแต่งกิ่งอีก
การปลูกผลไม้ป่าส่วนใหญ่ก็หวังให้มันแตกกิ่งก้านสาขา แผ่ใบเยอะๆ ผลผลิตจะได้ดกๆ แถมยังเก็บเกี่ยวง่าย
การตัดแต่งกิ่งก็เพื่อจุดประสงค์นี้ เพื่อไม่ให้สารอาหารไปเลี้ยงแค่ส่วนยอดของต้นไม้ จึงต้องตัดยอดออกเพื่อกระตุ้นให้สารอาหารไปเลี้ยงกิ่งก้านส่วนอื่นๆ แทน ทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขนาดต้นไม้ธรรมดายังต้องดูแลจุกจิกขนาดนี้ แล้วผลไม้ที่อุดมไปด้วยพลังงานจะยิ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่มากขนาดไหน ไม่มีทางที่จะเอามาปลูกทิ้งๆ ขว้างๆ บนภูเขาที่ใครก็ขึ้นมาได้แบบนี้หรอก
ในเมื่อเป็นผลไม้ป่าจริงๆ เฉียวซางก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว
แม่หนูแม่เหล็กเดินนำทางไป เดินไปได้ประมาณ 6 นาที มันก็มุดเข้าไปในพุ่มไม้
เฉียวซางชะงักไปนิดนึง ก่อนจะเดินตามเข้าไป
……
ตำบลฉีถัง
สถานีตำรวจ
ชายหนุ่มอายุ 20 ต้นๆ ทำหน้างงงวย “ต่อให้ยืนยันแล้วว่าคนร้ายหนีเข้ามาในมณฑลเจ้อไห่ ก็น่าจะไปที่เซียงหลินสิ ทำไมถึงมาโผล่ที่หางกั่งของเราล่ะ?”
หญิงวัยกลางคนหน้ากลมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอบว่า “สืบเส้นทางมาหมดแล้ว หมอนั่นสลัดหลุดจากกล้องวงจรปิด แล้วก็ไปกบดานอยู่แถวตรอกหมิง แถมเพราะหน้าตาดี ก็เลยโดนนักศึกษาหญิงแอบถ่ายรูปแล้วเอาไปลงในแชทกลุ่ม ตำรวจถึงได้เบาะแสมาไงล่ะ”
พูดถึงตรงนี้ หญิงวัยกลางคนก็หัวเราะออกมา “บางทีคนเราเกิดมาหน้าตาดีก็ไม่ได้เป็นเรื่องดีเสมอไปหรอกนะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “รูปก็ถ่ายมาได้แล้ว โจวเซี่ยนหนีมาได้ตั้งนานป่านนี้ยังไม่โดนจับอีกเหรอ”
สมัยนี้กล้องวงจรปิดมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรก็มักจะทิ้งร่องรอยเอาไว้เสมอ
ข้อมูลของสัตว์อสูรก็ถูกบันทึกไว้ในศูนย์ฝึกอสูรหมดแล้ว ต่อให้ส่งสัตว์อสูรไปทำธุระแทน ก็ควรจะถูกตรวจสอบพบได้ทันที
ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C แถมยังเป็นหนุ่มหล่อที่หน้าตาดีพอๆ กับเขา ต่อให้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามภูเขา ก็ควรจะมีคนในพื้นที่สังเกตเห็นบ้างสิ
แต่นี่ผ่านไปตั้งหลายวันแล้วก็ยังไม่มีเบาะแสอะไรเลย
ศัลยกรรมเหรอ? แปลงเพศเหรอ?
หรือว่าเขาจะทำสัญญากับโคลนแปลงโฉมมาพอกหน้าไว้?
แต่ในประวัติบอกว่าเขาเพิ่งจะเลื่อนเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ C ได้แค่ปีเดียวเอง ข้อมูลสัตว์อสูรทุกตัวก็ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่ห้าได้เร็วขนาดนี้หรอก
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะไปซ่อนตัวอยู่ในซอกหลืบภูเขาที่ไม่มีใครผ่านไปมาเลย
แล้วเรื่องกินเรื่องอยู่ล่ะจะทำยังไง?
ผู้ฝึกอสูรไม่ได้มีแค่ตัวเองที่ต้องดูแล แต่ยังมีปากท้องของสัตว์อสูรที่ต้องคอยรับผิดชอบอีก
เขาจำได้ว่าในประวัติของหมอนั่นระบุไว้ว่ามีสัตว์อสูรระดับแม่ทัพสองตัว ระดับสูงหนึ่งตัว และระดับกลางอีกหนึ่งตัว
ปากท้องของสัตว์อสูรทั้งสี่ตัวนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะจัดการได้ง่ายๆ เลยนะ
หญิงวัยกลางคนยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นจิบ แล้วบอกว่า “ยังไงหมอนั่นก็บาดเจ็บสาหัส สัตว์อสูรก็คงเจ็บหนักเหมือนกัน ไม่กล้าไปโรงพยาบาลหรอก ช้าเร็วก็ต้องโดนจับได้อยู่ดี”
“เธอก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก หมอนั่นไม่มาถึงที่นี่หรอกน่า ตำบลฉีถังคนเยอะจะตาย พื้นที่ก็แค่นิดเดียว อย่างตอนที่รหรั่นไปดูตัว แป๊บเดียวคนก็รู้กันไปสามช่วงตึกแล้ว ถ้าหมอนั่นกล้าโผล่มาที่นี่ล่ะก็ เชื่อเถอะว่าป้าหวังแม่ค้าขายผักในตลาดต้องรู้ข่าวก่อนตำรวจอย่างพวกเราซะอีก”
เยี่ยหรั่นหรั่นที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงวัยกลางคนถึงกับอึ้ง
เธอนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ยังอุตส่าห์โดนหางเลขไปด้วยเหรอเนี่ย?
“หมอนั่นโดนจับน่ะมันแน่อยู่แล้ว แต่ที่น่ากลัวคือมันจะจนตรอกแล้วหันมาทำร้ายประชาชนนี่สิ” ชายหนุ่มแสดงความกังวล
ผู้ฝึกอสูรระดับ C ไม่ใช่หมูๆ นะ ถ้าหาแหล่งกบดานของมันไม่เจอ แล้วอพยพประชาชนไปซุ่มป้องกันไว้ล่วงหน้าไม่ได้ล่ะก็ มีหวังประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้โดนลูกหลงแน่ๆ
“กว่างเป้ย นายมาอยู่หน่วยเราก็สองปีแล้ว คดีที่ใหญ่ที่สุดที่นายเคยเจอคือคดีอะไรล่ะ?” หญิงวัยกลางคนถาม
จางกว่างเป้ยชะงักไปนิดนึง ก่อนจะตอบว่า “ก็คดีนี้ไม่ใช่เหรอครับ?”
หญิงวัยกลางคนส่ายหัว “เบื้องบนแค่สั่งให้เราคอยเฝ้าระวังหมอนั่นเฉยๆ ไม่ได้บอกว่าคดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเราสักหน่อย ต่อให้โจวเซี่ยนจะมาที่ฉีถังจริงๆ เราก็ทำได้แค่รายงานเบื้องบนให้ส่งคนมาจัดการ หน่วยเราไม่มีผู้ฝึกอสูรระดับ C ที่จะไปรับมือกับเขาหรอกนะ”
“คดีที่ใหญ่ที่สุดก็คือคดีที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้นี่แหละ อย่างคดีลักทรัพย์เมื่อเช้านี้ไง สัตว์อสูรป่าที่เพิ่งจับมาโดนขโมยไป กล้องวงจรปิดก็จับภาพอะไรไม่ได้เลย นายไม่สงสัยบ้างเหรอ?”
ความสนใจของชายหนุ่มถูกดึงกลับมาทันที เขาแย้งว่า “เห็นๆ อยู่ว่าหนูแม่เหล็กตัวนั้นมันหนีไปเอง คนจับก็เหมือนกัน อุตส่าห์ไปจับสัตว์อสูรมาจากบนเขา ปล่อยให้มันหนีไปได้แล้วยังจะมาแจ้งความให้ตำรวจช่วยหาอีก ไม่รู้ว่าหนูแม่เหล็กที่หนีไปได้นั่นจะไปทำร้ายคนในตำบลหรือเปล่า”
……
เขาหวงหมิง
เฉียวซางมองดูภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องตกตะลึง
ถ้าไม่ได้หนูแม่เหล็กพามา แถมยังมีพุ่มไม้บังไว้ซะมิดแบบนี้ เธอคงไม่รู้เลยว่าบนเขาลูกนี้จะมีสถานที่แบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย

0 Comments