You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เป้าหมายสูงสุดของการกลับมาบ้านเกิดในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนนี้ ก็คือการช่วยหมาเขี้ยวไฟฝึกฝนเพื่อการวิวัฒนาการ

การหาสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติป่ามาต่อสู้ด้วย ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝน

อันที่จริงสถานที่ที่เฉียวซางถูกใจที่สุดก็คือป่าเล็กๆ แถวหมู่บ้านถานอัน

เพราะการขึ้นเขามันเหนื่อยและยุ่งยาก แต่ป่าเล็กๆ ที่หมู่บ้านถานอันนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ เดินทางไปกลับได้สบายๆ

แต่ในเมื่อตอนนี้มาถึงตีนเขาหวงหมิงแล้ว เธอเลยกะจะแวะขึ้นไปหาสัตว์อสูรป่าเพื่อฝึกซ้อมสักหน่อย

บนเขาหวงหมิง

เฉียวซางคอยสังเกตการณ์รอบด้านอย่างระแวดระวัง

ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่เขตแดนลี้ลับ และไม่มีทางที่สัตว์อสูรป่าระดับสูงจะโผล่มา แต่การป้องกันตัวก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีสัตว์อสูรป่าอาศัยอยู่ สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือความประมาท

ทางเดินบนภูเขาคดเคี้ยว เฉียวซางเดินไปตามทางแคบๆ โดยมีหมาเขี้ยวไฟกับหนูแม่เหล็กเดินนำหน้าอยู่

รอบด้านเงียบสงัดจนผิดปกติ เดินมาตั้งหลายสิบนาที กลับไม่เห็นสัตว์อสูรป่าเลยสักตัวเดียว

เฉียวซางเบนสายตาไปมองหนูแม่เหล็กที่กำลังเดินนำหน้า

จะว่าไม่มีสัตว์อสูรป่าเลยสักตัว ก็คงจะไม่ใช่…

หนูแม่เหล็กตัวสั่นเทา จู่ๆ ก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

สิบนาทีต่อมา

ในที่สุดเฉียวซางก็เห็นสัตว์อสูรป่าตัวแรก… หนอนอานม้า

ลำตัวของมันเป็นสีน้ำตาล สวมเสื้อกั๊กสีเขียวอมเหลือง ทำให้ดูเหมือนอานม้า และบนตัวที่คล้ายอานม้านั้นก็มีขนปุยสีขาวปกคลุมอยู่เต็มไปหมด

“หยาเป่า!” เฉียวซางร้องเรียกทันที

“โฮ่ง!”

หมาเขี้ยวไฟหยุดเดินและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที ทำเอาหนูแม่เหล็กตกใจจนต้องหยุดเดินตามไปด้วย

ส่วนผีค้นสมบัติตัวน้อยที่เกาะอยู่บนหัวเฉียวซางก็มองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หนอนอานม้าได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ก็หันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะคลานกระดึ๊บๆ ผ่านหน้าเฉียวซางไปอย่างเชื่องช้าโดยไม่สนใจอะไรเลย

เฉียวซางยืนอึ้งไปครู่ใหญ่

บรรยากาศเริ่มจะกระอักกระอ่วนแล้วสิ…

สัตว์อสูรป่าระดับเริ่มต้นบางตัวก็ค่อนข้างจะซื่อๆ ไม่มีสัญชาตญาณในการโจมตี ตราบใดที่ไม่มีใครไปหาเรื่องมันก่อน มันก็มักจะไม่เป็นฝ่ายโจมตีใครสุ่มสี่สุ่มห้า

และเห็นได้ชัดว่าหนอนอานม้าก็จัดอยู่ในประเภทนี้

สำหรับสัตว์อสูรป่าประเภทนี้ เฉียวซางก็รู้สึกทำใจลงมือไม่ลงเหมือนกัน

“โฮ่ง?”

หมาเขี้ยวไฟหันมามองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความงุนงง

เฉียวซางกระแอมไอเบาๆ แล้วบอกว่า “ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่จะบอกให้แกเดินระวังๆ หน่อยน่ะ”

“โฮ่ง”

หมาเขี้ยวไฟรู้สึกเขินอายขึ้นมา

ที่แท้มันก็เข้าใจความหมายของผู้ฝึกอสูรผิดไปเอง

เดินไปตามทางบนเขาอีกประมาณสิบกว่านาที

หนูแม่เหล็กก็หยุดเดิน ชี้ไปที่จุดหนึ่ง แล้วทำท่าเชื้อเชิญ

“จี๊ด”

“จี๊ดๆ”

ไม่ต้องรอให้หมาเขี้ยวไฟแปล เฉียวซางก็ดูออกว่าหนูแม่เหล็กหมายความว่าอะไร

เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่หางตาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน

เมื่อเทียบกับพุ่มไม้อื่นๆ พุ่มไม้ตรงนั้นมันสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

“หยาเป่า!”

“โฮ่ง!”

แววตาของหมาเขี้ยวไฟเปลี่ยนไป มันกลับมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้อีกครั้ง

วินาทีต่อมา หนูแม่เหล็กที่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อยก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ แล้วเปิดฉากโจมตีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

กระแสไฟฟ้าสีเหลืองทองแผ่กระจายออกจากตัวมัน สายฟ้าฟาดพุ่งตรงดิ่งมาทางเฉียวซางในพริบตา

หมาเขี้ยวไฟเห็นดังนั้น ก็ไม่คิดชีวิต พุ่งตัวเข้าไปหวังจะใช้ร่างกายบังสายฟ้านั้นไว้

โชคดีที่เฉียวซางตาไวและมือไว เธอรีบคว้าตัวหมาเขี้ยวไฟที่พุ่งเข้ามาขวางหน้า แล้วกลิ้งหลบไปด้านข้างได้ทันท่วงที

สายฟ้าฟาดลงบนพื้นดินจนเกิดประกายไฟกระเด็นไปทั่ว ทิ้งรอยไหม้เป็นหลุมเล็กๆ ไว้

“โฮ่ง!”

“โฮ่งๆ!”

หมาเขี้ยวไฟหันขวับมามองเฉียวซางด้วยความเป็นห่วง

“ฉันไม่เป็นไร” เฉียวซางรีบลุกขึ้นยืนแล้วส่ายหัวบอก

เธอกลัวว่าถ้าชักช้า สายฟ้าอีกเส้นอาจจะพุ่งเข้ามาหาเธออีก

พอเห็นผู้ฝึกอสูรของมันปลอดภัย หมาเขี้ยวไฟก็มีเปลวเพลิงสีแดงลุกพรึ่บขึ้นมาบนตัว มันจ้องมองหนูแม่เหล็กที่จู่ๆ ก็โผล่มาด้วยความโกรธจัด เตรียมจะพุ่งเข้าใส่

แต่จังหวะที่หมาเขี้ยวไฟกำลังจะพุ่งออกไป กลับพบว่าหนูแม่เหล็กตัวนั้นค่อยๆ ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ

“จี๊ด!!!”

หนูแม่เหล็กที่ลอยเคว้งอยู่พยายามดิ้นรนสุดชีวิต มันจ้องเฉียวซางเขม็งด้วยความโกรธแค้น ราวกับอยากจะพุ่งเข้ามาขย้ำเธอให้ได้

เฉียวซางก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เธอชะงักไปนิดนึง ก่อนจะหันไปมองผีค้นสมบัติตัวน้อยที่อยู่ข้างๆ

ตอนนี้ในแววตาของผีค้นสมบัติตัวน้อยไม่มีความอยากรู้อยากเห็นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

เห็นเพียงร่างของมันเปล่งแสงสีฟ้า ลอยตัวอยู่กลางอากาศ และดวงตาสีเหลืองก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้าด้วย

เฉียวซางอึ้งไปพักใหญ่

การใช้พลังจิตควบคุมสิ่งของ กับการควบคุมสิ่งมีชีวิต มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะ

พลังงานที่ต้องใช้มันต่างกันลิบลับ

แต่ผีค้นสมบัติตัวน้อยกลับสามารถใช้พลังจิตควบคุมสิ่งมีชีวิตได้ แถมยังควบคุมสัตว์อสูรป่าที่กำลังดิ้นรนสุดชีวิตได้อีกต่างหาก

ต้องรู้ไว้ด้วยนะว่าผีค้นสมบัติตัวน้อยเพิ่งจะเกิดมาได้แค่สี่วันเอง…

หมาเขี้ยวไฟดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

ขาหลังของมันตะกุยพื้น เปลวเพลิงบนตัวก็แผ่ขยายวงกว้างขึ้น แล้วมันก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ

ความเร็วของมันไวมากจนมองเห็นเป็นเพียงเส้นแสงสีแดง

จังหวะที่หมาเขี้ยวไฟกระโดดพุ่งตัว เตรียมจะพุ่งชนหนูแม่เหล็กตัวนั้น ร่างสีเหลืองร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าเอาไว้

ท่าพุ่งชนเปลวเพลิงของหมาเขี้ยวไฟนั้นรุนแรงมาก มันพุ่งชนร่างสีเหลืองนั้นจนกระเด็นไปกระแทกกับหนูแม่เหล็กที่อยู่ด้านหลัง จนลอยละลิ่วไปด้วยกันทั้งคู่

“จี๊ด!”

“จี๊ด!”

เสียงร้องโหยหวนของหนูแม่เหล็กสองตัวที่โทนเสียงต่างกันดังขึ้นพร้อมกัน

ไม่นาน หนูแม่เหล็กทั้งสองตัวก็สลบเหมือดไป

เฉียวซางมองดูหนูแม่เหล็กตัวเล็กกว่าที่พุ่งเข้ามาขวางหน้า ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที

หนูแม่เหล็กตัวใหญ่ที่โผล่มาโจมตีเมื่อกี้ เห็นได้ชัดว่ารู้จักกับหนูแม่เหล็กตัวที่เธอพากลับมา

คงจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นคนไม่ดี ก็เลยโจมตีใส่สินะ…

เฉียวซางมองดูหนูแม่เหล็กที่เธอพากลับมานอนสลบไสลอยู่บนพื้นด้วยความเห็นใจ

เด็กคนนี้ช่วงสองสามวันมานี้เจอแต่เรื่องซวยๆ ตลอดเลยแฮะ

อุตส่าห์หนีรอดมาได้ กำลังจะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว ดันมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีก

เธอคิดว่าประสบการณ์ช่วงนี้เอาไปเขียนเป็นหนังสือได้เลยนะเนี่ย

ชื่อหนังสือก็คิดไว้แล้วล่ะ ให้ชื่อว่า ‘บันทึกการผจญภัยของหนูแม่เหล็ก’

“โฮ่ง!”

“โฮ่ง!”

พอหมาเขี้ยวไฟรู้ตัวว่าตัวเองพุ่งชนเพื่อนที่อุตส่าห์นั่งคุยกันมาตลอดทางจนสลบ มันก็รีบวิ่งมาหาเฉียวซางแล้วเห่าอย่างร้อนรน

“ไม่เป็นไรหรอกน่า แกก็ไม่ได้ตั้งใจนี่นา ต่อให้แกรู้ตัวว่ามันพุ่งมาขวางหน้าในระยะประชิดขนาดนั้น แกก็คงเบรกท่าพุ่งชนเปลวเพลิงไม่ทันอยู่ดีแหละ”

เฉียวซางลูบหัวหมาเขี้ยวไฟแล้วปลอบใจ “ฉันพกยามาด้วยนะ เดี๋ยวจะทายาให้มันเอง”

เพราะไม่ได้ทำสัญญากับสัตว์อสูรสายรักษา เฉียวซางก็เลยซื้อยารักษาบาดแผลติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน

ยาพวกนี้ ตอนที่ไปทำสัญญากับผีค้นสมบัติตัวน้อยที่ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูร เธอก็แวะซื้อติดมาด้วย

ถึงไม่ได้เข้าไปในเขตแดนลี้ลับ แต่พกติดตัวไว้ก็ไม่เสียหายอะไรหรอก

และแล้วมันก็ได้ใช้งานเร็วทันใจจริงๆ

“เสี่ยวสวินเป่า ขอยาหน่อย” เฉียวซางหันไปบอกผีค้นสมบัติตัวน้อย

ในเมื่อหมาเขี้ยวไฟมีชื่อแล้ว เฉียวซางก็ไม่อยากให้เกิดความลำเอียง แต่ตอนนั้นเธอก็นึกชื่อดีๆ ไม่ออก ก็เลยตัดคำว่า ‘ผี’ ออก แล้วเรียกมันว่า ‘เสี่ยวสวินเป่า’ ซะเลย

เรียกชื่อนี้มาสองวันแล้ว ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็ดูจะชอบใจอยู่ไม่น้อย

ผีค้นสมบัติตัวน้อยกำลังลอยอยู่ข้างๆ หนูแม่เหล็กตัวใหญ่ เตรียมจะใช้ท่ากินฝันเพื่อฟื้นฟูพลังงานที่เสียไปเมื่อกี้

พอโดนเฉียวซางเรียก มันก็สะดุ้งโหยง ทำหน้าเหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนจับได้

“จ๊วบ~”

ผีค้นสมบัติตัวน้อยล้มเลิกความคิดเมื่อกี้ทันที

มันลอยกลับมาหาเฉียวซาง ถอดห่วงบนหัวออก แล้วล้วงเอาสเปรย์ปฐมพยาบาลออกมาให้

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note