You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

หลี่เชี่ยนเชี่ยนเมื่อกี้ยังหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ที่เสิ่นเมิ่งมาปลดเชือกผูกกางเกงแล้วล้วงมือเข้าไปคลำ แต่พอเห็นคราบเลือดบนนิ้วของหล่อน สีหน้าก็ซีดเผือดลงในพริบตา

หล่อนใช้สองมือกุมท้องไว้แน่น จ้องมองเสิ่นเมิ่งด้วยสายตาวิงวอน

“สหายคะ ได้โปรดช่วยลูกของฉันด้วยเถอะนะคะ ช่วยฉันด้วยเถอะ บ้านสามีฉันทำงานอยู่ที่โรงงานทอผ้าของอำเภอ ถ้าคุณช่วยฉันไว้ ครอบครัวเราจะต้องตอบแทนคุณอย่างงามแน่นอนค่ะ สหาย”

พอโจวเจียวเจียวได้ยินแบบนั้น ก็ลืมความกลัวไปจนหมดสิ้น หล่อนรีบกอดหลี่เชี่ยนเชี่ยนไว้แน่น

“คุณวางใจเถอะนะคะสหาย พวกเราจะต้องช่วยคุณแน่นอน พี่สะใภ้ใหญ่ยังจะมัวยืนบื้ออยู่อีกทำไมล่ะ รีบไปตะโกนเรียกคนมาช่วยสิ พี่ก็แค่เคยคลอดลูก ไม่ได้เป็นหมอเสียหน่อย จะไปรู้อะไรล่ะ ถ้าเกิดมัวแต่ชักช้าจนช่วยคนไม่ทัน พี่จะรับผิดชอบไหวเหรอ?”

หลี่เชี่ยนเชี่ยนได้ยินคำพูดของโจวเจียวเจียวก็ถึงกับชะงักไป ใช่สิ เคยคลอดลูกมาแล้วก็ไม่ได้แปลว่าเป็นหมอสักหน่อย ตอนนี้คนที่ช่วยหล่อนได้ก็มีแต่หมอที่โรงพยาบาลเท่านั้น

จู่ๆ หล่อนก็เหงื่อแตกพลั่ก เมื่อกี้หล่อนเพิ่งบอกไปว่าบ้านสามีทำงานที่โรงงานทอผ้า ผู้หญิงสองคนนี้จะแกล้งทำเป็นยื้อเวลาเพื่อหวังผลประโยชน์ หรือหวังจะเอาหน้าเอาตา จนทำให้หล่อนได้รับการรักษาล่าช้าหรือเปล่านะ หล่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ หวังว่าจะมีใครเดินผ่านมาอีกสักคนสองคน จะได้ช่วยพาหล่อนไปส่งโรงพยาบาล

ตอนนี้หล่อนรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนของแม่สามี ดื้อดึงจะออกมาเดินเล่นตอนเที่ยงแสกๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้หรอก!

เสิ่นเมิ่งปรายตามองโจวเจียวเจียวเหมือนมองคนโง่คนหนึ่ง จากนั้นก็รีบจัดการสวมกางเกงให้หลี่เชี่ยนเชี่ยนอย่างรวดเร็ว และก็แกล้งทำเป็นเช็ดมือเปื้อนเลือดลงบนตัวของหล่อนอย่างแนบเนียน

“คุณไม่ต้องกลัวนะสหาย ตอนนี้คุณมีเลือดออกแค่นิดหน่อย สงสัยเจ้าตัวเล็กคงจะรอไม่ไหว อยากจะออกมาเจอหน้าพ่อกับแม่แล้วล่ะ ตอนนี้คุณปวดท้องเป็นระลอกๆ ใช่ไหม ฉันเห็นคุณใส่นาฬิกาข้อมืออยู่ คุณลองจับเวลาดูนะว่าปวดถี่แค่ไหน ประมาณห้านาทีปวดครั้งนึงหรือเปล่า สหาย คุณไม่ต้องกลัวนะ แล้วก็ไม่ต้องเกร็งด้วย ฟังฉันนะ หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา ทำแบบนี้ซ้ำๆ เด็กคงไม่คลอดออกมาเร็วขนาดนั้นหรอก ฉันรู้จักหมอเฉิงที่แผนกสูตินรีเวชโรงพยาบาลประจำอำเภอ เดี๋ยวพวกเราไปโรงพยาบาลกันเลย”

ตอนแรกหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ยังแอบลังเลอยู่ แต่พอได้ยินชื่อหมอเฉิง หล่อนก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที บ้านสามีของหล่อนทำงานที่โรงงานทอผ้าก็จริง แต่คราวนี้หล่อนไม่ได้ฝากครรภ์กับหมอเฉิง หมอเฉิงไม่สนเรื่องเส้นสายหรือของกำนัล หล่อนใส่ใจแต่คนไข้เท่านั้น ถึงสามีของหล่อนจะหอบของขวัญไปให้ตั้งมากมาย ก็ยังไม่สามารถย้ายหล่อนไปอยู่ในความดูแลของหมอเฉิงได้เลย

คิดไม่ถึงเลยว่า ผู้หญิงที่บังเอิญเจอริมถนน จะรู้จักกับหมอเฉิงด้วย

“ตกลงค่ะสหาย ฉันจะทำตามที่คุณบอก”

พอหล่อนพูดจบ ก็ต้องกัดฟันแน่น ลูกในท้องของหล่อนเหมือนจะรู้ว่าแม่กำลังเจ็บ ก็เลยดิ้นถีบท้องหล่อนอย่างแรง

หล่อนพยายามตั้งสติ ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ แล้วก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น โดยมีโจวเจียวเจียวกับเสิ่นเมิ่งช่วยประคอง

เสิ่นเมิ่งเข็นจักรยานมาเทียบ ให้หลี่เชี่ยนเชี่ยนขึ้นไปนั่ง

“สหายคะ คุณกำลังจะได้เป็นแม่คนแล้วนะ เพื่อลูก คุณต้องอดทนไว้นะ พอไปถึงโรงพยาบาล คุณก็จะได้เห็นหน้าลูกของคุณแล้วล่ะ เขาจะต้องเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ผ่านไปสักปีครึ่งปี เขาก็จะเรียกคุณว่าแม่แล้วนะ”

หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็เป็นแค่หญิงสาวบอบบางคนหนึ่ง พอได้ยินคำพูดของเสิ่นเมิ่ง หล่อนก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ร้องไห้ออกมา

“ตกลงค่ะ ฉันจะอดทนให้ได้”

โจวเจียวเจียวเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะไปแล้ว ในใจก็ร้อนรนขึ้นมา หล่อนรีบก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปพยุงหลี่เชี่ยนเชี่ยนที่กำลังตัวสั่นเทา

“สหายคะ เดี๋ยวฉันช่วยพยุงนะคะ!”

หลี่เชี่ยนเชี่ยนอยากจะขอบคุณหล่อนจากใจจริง แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหล่อนคือการรีบไปโรงพยาบาล เพื่อคลอดลูกออกมาให้ปลอดภัย

“ไม่ต้องพยุงฉันหรอกค่ะ ฉันต้องรีบไปโรงพยาบาลแล้ว ถ้าคุณมีน้ำใจ เดี๋ยวถ้ามีใครมาตามหาฉัน รบกวนคุณช่วยบอกพวกเขาหน่อยนะคะว่าฉันไปโรงพยาบาลแล้ว ขอบคุณมากนะคะสหาย!”

เสิ่นเมิ่งบอกให้หลี่เชี่ยนเชี่ยนจับจักรยานให้แน่น หล่อนเอาเท้าไถบันไดจักรยานสองสามที แล้วก็ปั่นพุ่งฉิวออกไปอย่างรวดเร็ว โจวเจียวเจียววิ่งตามยังไงก็ไม่ทัน หล่อนก็ไม่กล้าวิ่งเร็วเกินไปด้วย เพราะตัวเองก็กำลังท้องอยู่เหมือนกัน สุดท้ายก็เลยต้องกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ แล้วยอมแพ้หยุดวิ่งตามไป

หล่อนหันขวับกลับไปมองข้างหลัง ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจยืนรออยู่ตรงนั้นแหละ

เสิ่นเมิ่งปั่นจักรยานไปอย่างสุดกำลัง ปากก็ตะโกนบอกทางไปด้วย

“หลีกทางหน่อยจ้า หลีกทางหน่อย จะรีบไปโรงพยาบาล หลีกทางหน่อยนะจ๊ะ ขอทางหน่อยจ้า”

ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาบนถนน พอเห็นผู้หญิงร่างผอมบางคนหนึ่ง ปั่นจักรยานเหงื่อแตกพลั่ก ข้างหลังมีหญิงตั้งครรภ์ร้องโอดครวญนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ก็พากันหลีกทางให้ทันที

พอมาถึงที่ที่ค่อนข้างโล่ง เสิ่นเมิ่งก็ลงจากจักรยาน ในจังหวะที่หลี่เชี่ยนเชี่ยนกำลังมองหล่อนด้วยความสงสัย เสิ่นเมิ่งก็ล้วงเอาโสมรากหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ (ซึ่งความจริงแล้วหล่อนหยิบออกมาจากมิติ) แล้วก็ดึงรากฝอยออกมาสองสามเส้น

“อมไว้ในปากนะ นี่คือโสม ช่วยบำรุงกำลังได้ ฉันบังเอิญไปเจอเข้าบนเขา กะว่าจะเอาไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า แต่ตอนนี้ชีวิตคุณกับลูกสำคัญกว่า”

หลี่เชี่ยนเชี่ยนซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล รับมาแล้วก็รีบยัดเข้าปาก ระหว่างที่ยัดเข้าปาก ก็ยังก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองไปด้วย

“พวกเราได้เจอกันก็ถือว่าเป็นบุพเพสันนิวาสนะ โสมนี่ฉันให้คุณก็แล้วกัน เดี๋ยวพอคุณอยู่ไฟกินน้ำซุปบำรุงร่างกาย ก็ให้คนที่บ้านฝานบางๆ วันละสองชิ้นต้มใส่ซุปให้กินนะ มันดีต่อร่างกายคุณมากเลยล่ะ เมื่อกี้ตอนที่น้องสะใภ้ฉันอยู่ ฉันไม่กล้าเอาออกมา ไม่อย่างนั้นคงต้องโดน…”

เสิ่นเมิ่งพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ด้วยน้ำเสียงที่ดูทั้งอึดอัดใจและทำอะไรไม่ได้ หล่อนมั่นใจว่าหลี่เชี่ยนเชี่ยนต้องเข้าใจความหมายที่หล่อนไม่ได้พูดออกมาอย่างแน่นอน

หลังจากหลอกล่อหล่อนเสร็จ เสิ่นเมิ่งก็ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลต่อ ใช้เวลาประมาณสิบนาที ในที่สุดก็ถึงโรงพยาบาล หล่อนตะโกนเรียกเสียงดังลั่น ทำเอาหมอและพยาบาลตกใจกันไปหมด

หมอเฉิงกำลังเดินตรวจคนไข้พอดี พอเห็นเสิ่นเมิ่งพยุงหญิงตั้งครรภ์เข้ามาอย่างเร่งรีบ ก็รีบพุ่งเข้าไปหาทันที

“สหายเสิ่น นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย?”

“หมอเฉิงคะ ฉันเข้ามาซื้อของในอำเภอน่ะค่ะ บังเอิญมาเจอหล่อนเข้า หล่อนมีเลือดออกทางช่องคลอด น่าจะใกล้คลอดแล้วค่ะ”

“พยาบาลเข็นเตียงมาเร็ว เอาคนไข้ไปตรวจก่อน ถ้าหมอเจ้าของไข้ไม่อยู่ ก็เตรียมห้องผ่าตัดให้ฉันเลย ด่วนเลยนะ”

“ค่ะ!”

พยาบาลรีบเข็นเตียงมารับ หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็เอาข้อมูลที่เสิ่นเมิ่งให้จำไว้ มาบอกหมอเฉิงทีละข้อๆ ตอนที่ถูกเข็นไปตรวจ หล่อนก็ยังส่งสายตามองเสิ่นเมิ่งที่เหงื่อท่วมตัวอย่างลึกซึ้ง

หมอเฉิงมองดูเสิ่นเมิ่งที่กำลังเช็ดเหงื่อ แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ “สหายเสิ่นคะ คุณนี่สมกับเป็นครอบครัวทหารจริงๆ เลยนะคะ ทุกครั้งที่ฉันเจอคุณ คุณก็มักจะกำลังทำความดีอยู่เสมอเลยล่ะค่ะ”

เสิ่นเมิ่งหัวเราะเบาๆ หล่อนเหนื่อยจนแทบจะหมดแรงอยู่แล้วเนี่ย

“บังเอิญเจอเข้าน่ะค่ะ จะทำเป็นมองไม่เห็นก็คงไม่ได้ ช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย ฉันขอไปจ่ายค่ามัดจำค่ารักษาพยาบาลก่อนนะคะ แล้วก็จะกลับแล้วล่ะค่ะ”

เฉิงอวี้เฟินอึ้งไปครู่หนึ่ง “ไม่รอให้ญาติเขามาก่อนเหรอคะ?”

“ไม่รอแล้วล่ะค่ะ หล่อนบอกว่าบ้านหล่อนอยู่แถวๆ โรงงานทอผ้า เดี๋ยวคนก็คงตามมาแหละค่ะ ที่บ้านฉันยังมีธุระต้องไปทำอีก เด็กๆ เลิกเรียนแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีข้าวกินเอา”

เสิ่นเมิ่งพูดจบก็ไม่รอให้เฉิงอวี้เฟินตอบ หล่อนหันหลังวิ่งออกไปเลย หล่อนคิดดูแล้ว ก็เลยไปจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไว้เจ็ดหยวน

ไม่มากไม่น้อย กำลังพอดี

หล่อนไม่สนหรอกว่าโจวเจียวเจียวจะเอาหล่อนไปพูดลับหลังยังไง ยิ่งพูดยิ่งดีเลยล่ะ

เสิ่นเมิ่งจ่ายเงินเสร็จ เก็บใบเสร็จเรียบร้อยก็หันหลังเดินจากไป หลังจากแวะไปเปลี่ยนจักรยานคันใหม่ในตรอก หล่อนก็เห็นโจวเจียวเจียวกับคนกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในโรงพยาบาล

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note