ตอนที่ 81 หล่อบาดใจจริงๆ
แปลโดย เนสยังน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม ทำให้สถานการณ์อันวุ่นวายสงบลงในพริบตา ชายหนุ่มโยนด้ามไม้กวาดในมือเล่นเบาๆ กวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ ก่อนจะเหวี่ยงด้ามไม้กวาดทิ้งออกไปนอกประตู
เสิ่นเมิ่งเงยหน้าขึ้นมอง ก็ต้องตกใจจนใจหายวาบ ใบหน้าที่เคยปรากฏอยู่ในความฝันนับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแล็กสีดำขับเน้นรูปร่างให้ดูสูงโปร่ง ทรงผมสั้นเกรียนดูทะมัดทะแมง ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน แววตาดุดัน แตกต่างจากสภาพสกปรกมอมแมมในความฝันอย่างสิ้นเชิง
ชั่วขณะนั้น เสิ่นเมิ่งถึงกับมองตาค้าง มิน่าล่ะที่ชาวเน็ตในชาติก่อนชอบพูดกันว่า ผู้ชายหล่อๆ ล้วนแต่เอาไปรับใช้ชาติกันหมด เธอเองก็เพิ่งจะตระหนักได้ในตอนนี้แหละ ผู้ชายคนนี้หล่อบาดใจจริงๆ
ท่าทีขึงขังของลู่เจิ้นผิง ทำให้ลู่ฉางจู้และหลิวซานจินรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ส่วนลู่เจียเหอที่กอดลู่เจียเซิ่งอยู่ก็รีบปล่อยมือทันที เขารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพิ่งจะเริ่มชุลมุน ยังไม่ทันได้หาโอกาสเข้าไปขโมยของมีค่าในบ้านเลย ดันมาเจอกับพี่ใหญ่ที่เพิ่งกลับมาพอดี นี่มันจะซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย!
“เจิ้นผิงกลับมาแล้วเหรอ?”
ไม่รู้ว่าใครในฝูงชนเอ่ยขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดลง
มุมปากของหลิวซานจินกระตุกยิกๆ ก่อนจะเปล่งเสียงร้อง “โฮ” ออกมา
“ลูกเอ๊ย ในที่สุดแกก็กลับมาแล้วนะ ถ้าแกไม่กลับมา พ่อกับแม่ของแกคงโดนเมียแกแกล้งจนตายไปแล้วแน่ๆ โฮๆๆ แม่เขียนจดหมายไปหาแกตั้งหลายฉบับ แกก็ไม่ยอมตอบกลับมาเลย เมียแกเป่าหูอะไรแกล่ะ ถึงไม่ยอมกลับมาบ้าน เจิ้นผิงเอ๊ย แกต้องทวงความยุติธรรมให้พ่อแม่กับพี่น้องของแกนะ!”
หลิวซานจินร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร ลู่ฉางจู้ก็เบือนหน้าหนี เอามือท้าวสะเอวหอบหายใจแฮกๆ ทำท่าเหมือนกับว่าคนที่ถูกตีคือตัวเขาเอง
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่กลับมาซะทีนะ พี่ไม่รู้หรอกว่าตอนที่พี่ไม่อยู่ พ่อกับแม่ต้องทนรับความอยุติธรรมขนาดไหน บ้านเราวุ่นวายไปหมดแล้ว” โจวเจียวเจียวปาดน้ำตาพลางพูด ราวกับมีความนัยแอบแฝง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาตรงๆ
เด็กทั้งสามคน หมิงหยาง หมิงเลี่ยง และหมิงฟาง ไม่ได้เจอเขามาสามปีแล้ว พอได้ยินคนพูดชื่อ “เจิ้นผิง” พวกเขาถึงเพิ่งจะนึกออก
แต่พวกเขาก็ไม่ได้เข้าไปทักทาย หรือเดินเข้าไปหาเขาเลย กลับหันหลังมายืนล้อมรอบเสิ่นเมิ่งเอาไว้ในท่าทางปกป้อง คนพวกนี้ล้วนแต่มาเพื่อจะรังแกแม่ พ่อกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ พ่อแอบดูพวกเขารังแกแม่ รังแกพวกตนอยู่ข้างนอกหรือเปล่า คุณย่ากับอาสะใภ้สี่ก็เอาแต่พูดจาให้ร้ายแม่ พ่อจะเข้าข้างพวกเขา แล้วก็มารังแกแม่ด้วยไหม
ลู่หมิงข่ายไม่เคยเจอหน้าลู่เจิ้นผิงมาก่อน แต่ตั้งแต่เด็ก เขาก็มักจะได้ยินคนพูดถึงชื่อ “ลู่เจิ้นผิง” อยู่บ่อยครั้งว่าเป็นพ่อของเขา ตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัว รีบคว้าขากางเกงของเสิ่นเมิ่งไว้แน่น แล้วพยายามซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเธอ แต่ดวงตาคู่เล็กกลับจับจ้องไปที่ลู่เจิ้นผิงไม่วางตา
ลู่เจิ้นผิงหมุนตัว กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะคาบบุหรี่ในมือไว้ที่ริมฝีปาก ไม่รอให้ใครตอบรับ เขาก็เดินตรงดิ่งเข้าไปหาเสิ่นเมิ่ง เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของหล่อนที่กำลังกุมอยู่
“เจ็บใช่ไหมล่ะ ทำไมไม่รู้จักหลบล่ะ หืม ให้ฉันดูหน่อยสิ”
เขาไม่สนใจใครเลย ตรงดิ่งเข้าไปหาเสิ่นเมิ่ง นิ้วเรียวยาวค่อยๆ เชยคางหล่อนขึ้นมา โน้มตัวลงไปมองใกล้ๆ แล้วใช้ปลายนิ้วกดลงไปที่แผลเบาๆ
“ซี๊ด~”
“แดงแล้ว เดี๋ยวจะทายาให้ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันกลับมาแล้ว จะไม่ยอมให้เธอและเด็กๆ ต้องมารับเคราะห์ฟรีๆ แน่”
ลู่เจิ้นผิงพูดประโยคนี้ต่อหน้าทุกคน ซึ่งเป้าหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการพูดให้ใครฟัง หลิวซานจินและลู่ฉางจู้ถึงกับโกรธจนลมออกหู
ไอ้ลูกทรพี เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ทำหน้าบูดบึ้งใส่พ่อแม่ แถมยังไปเข้าข้างนังตัวกาลกิณีนั่นอีก
เสิ่นเมิ่งยืนอึ้ง หล่อนจ้องมองลู่เจิ้นผิงอย่างตกตะลึง ถึงแม้หล่อนจะเคยเอาชื่อเขามาแอบอ้างทำเรื่องต่างๆ มากมาย แต่ตัวจริงนี่เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก แถมการกระทำของเขาก็ดูคลุมเครือจนทำให้เสิ่นเมิ่งรู้สึกขัดเขิน ต้องเบือนหน้าหนี
ลู่เจิ้นผิงคิดว่าหล่อนยังโกรธอยู่ เขากวาดสายตามองเด็กๆ ก็พบว่าพวกเขาจ้องมองเขาด้วยสายตาโกรธเคือง แต่กลับทำตัวสนิทสนมกับเสิ่นเมิ่ง ภาพในหัวก็พลันนึกถึงเนื้อหาในจดหมายของลู่ฉางหง ก่อนหน้านี้เขาเชื่อแค่ครึ่งเดียว แต่ตอนนี้เขาเชื่อหมดใจเลย เสิ่นเมิ่งเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ หล่อนดีกับเด็กๆ มาก ไม่อย่างนั้น เด็กที่มีความระแวดระวังตัวสูงอย่างพวกลู่หมิงหยาง คงไม่ยอมทำดีกับหล่อนขนาดนี้หรอก
“เจิ้นผิง แกหมายความว่ายังไง หล่อนโดนรังแกงั้นเหรอ หล่อนโดนรังแกอะไรฉันขอถามแกหน่อย แกยังไม่รู้เลยว่าหล่อนทำอะไรลงไปบ้าง บ้านเราแทบจะโดนหล่อนผลาญจนหมดตัวแล้ว ขนข้าวของไปให้บ้านแม่ตัวเองหมด แกไม่รู้หรอกว่าเด็กๆ พวกนี้ต้องทนลำบากขนาดไหน”
“ห้ามพูดถึงแม่ผมแบบนี้นะ แม่ดีกับพวกเรามากๆ ดีมากๆ เลย ให้พวกเรากินอิ่มนอนอุ่น ให้พวกเราไปโรงเรียน แถมยังทำของอร่อยๆ ให้กินทุกวันด้วย แม่คือแม่ที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีใครมีสิทธิ์มาว่าแม่ทั้งนั้น ไม่มีใครมีสิทธิ์”
ลู่หมิงฟางตาแดงก่ำ ตะคอกใส่หลิวซานจิน หล่อนไม่ยอมให้ใครมารังแกแม่ของหล่อนเด็ดขาด ไม่ว่าใครก็ไม่ได้
“หมิงฟางพูดถูก แม่คือแม่ที่ดีที่สุดในโลก แม่ทำอะไรก็นึกถึงพวกเราตลอด ซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้าให้พวกเรา แต่ตัวเองกลับไม่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยสักตัว เวลาฝนตกก็ยังปั่นจักรยานไปรับพวกเรา ใครกล้ามารังแกแม่ ผมจะสู้ตายกับมันเลย”
ลู่หมิงหยางเห็นน้องๆ แสดงจุดยืนแล้ว ก็รีบพูดเสริมว่า “คุณย่าเอาแต่บอกว่าแม่เอาของไปให้บ้านคุณตา แต่พวกเราก็แยกบ้านกันแล้ว ของในบ้านก็เป็นของแม่ แม่จะเอาไปกตัญญูกับพ่อแม่ตัวเองบ้างไม่ได้เหรอครับ ย่าเองก็ยังแอบเอาเงินให้หลานชายบ้านเกิดตัวเองอยู่บ่อยๆ เลย พวกเราก็เคยเห็นตั้งหลายครั้ง ย่าก็ไม่ยอมให้บอกใคร แถมขู่ว่าถ้าพวกเรากล้าเอาไปบอกใคร จะไล่พวกเราออกจากบ้าน”
หลิวซานจินไม่คาดคิดเลยว่าเด็กพวกนี้จะไม่เห็นแก่ความดีของหล่อนเลยสักนิด ตอนที่พวกเขาอยู่ที่บ้านเก่า หล่อนก็เคยให้พวกเขากินข้าวชามเดียวกันกับหล่อนนะ!
“พูดจาเหลวไหล พวกแกนี่มันเด็กเนรคุณจริงๆ ย่าเคยดีกับพวกแกขนาดนั้น พวกแกยังจะมาตอบแทนย่าแบบนี้อีกเหรอ ฮึ?”
นางจ้องมองเด็กทั้งสามคนด้วยสายตาดุดัน ทำเอาหมิงฟางถึงกับตัวสั่น
เสิ่นเมิ่งรีบดึงเด็กๆ ไปหลบอยู่ข้างหลัง หล่อนโดนตีฟรีไปสองที เจ็บจนแทบจะทนไม่ไหว หล่อนไม่มีทางยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่
ในเมื่อลู่เจิ้นผิงเพิ่งจะพูดว่า จะไม่ยอมให้หล่อนต้องมารับเคราะห์ฟรีๆ งั้นหล่อนก็จะรอดูว่าเขาจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเลย แม้แต่ประตูบ้านเขาก็อย่าหวังจะได้เข้า วันข้างหน้าเด็กพวกนี้ก็ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก หล่อนจะพาเด็กๆ หนีไปให้หมด ไม่เหลือไว้ให้เขาสักคนเดียว
“ผมจำได้ว่าจดหมายคราวก่อนเพิ่งจะเขียนมาบอกว่าแยกบ้านกันแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเจียเซวียนไม่ได้ไปทำงานที่คอมมูนแล้วเหรอ?”
โจวเจียวเจียวได้ยินก็ตัวแข็งทื่อ หล่อนไม่รู้ว่าที่ลู่เจิ้นผิงพูดถึงเรื่องนี้หมายความว่ายังไง แต่หล่อนก็รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
“แกหมายความว่ายังไง แกเป็นพี่คนโต ช่วยเหลือน้องชายมันก็เป็นเรื่องสมควรไม่ใช่เหรอ อีกอย่างน้องชายแกก็เป็นคนมีความสามารถ ไม่อย่างนั้นคอมมูนจะรับเขาเข้าทำงานได้ยังไง?”
ลู่ฉางจู้ชี้หน้าลู่เจิ้นผิงด้วยความโกรธ ความโมโหก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้กำลังพูดถึงเรื่องงานของเจียเซวียนอยู่เหรอ กำลังพูดถึงเรื่องเสิ่นเมิ่งนังตัวผลาญสมบัติอยู่นะ
“เขามีความสามารถอะไรเหรอ หนังสือก็ไม่เอาถ่าน งานใช้แรงก็ไม่ได้เรื่อง ถ้าพ่อคิดว่างานนี้มันได้มาง่ายเกินไป ผมก็ไปคุยกับทางคอมมูนให้ได้นะ ให้เขากลับมาทำงานเป็นผู้ดูแลโกดังเหมือนเดิม”
“แกพูดว่าอะไรนะ แกทำแบบนี้ได้ยังไง นั่นน้องชายแกนะ!”
“แม่ ตอนนั้นผมก็อธิบายไปชัดเจนแล้วนี่ ตอนนี้ก็แยกบ้านกันแล้ว แม่กับพ่อยังกล้าบุกมาหาเรื่องรังแกเมียกับลูกของผมถึงบ้านกลางวันแสกๆ แบบนี้ แล้วทำไมผมถึงจะทำให้เจียเซวียนตกงานไม่ได้ล่ะ?”
เสิ่นเมิ่งแอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ ถ้าไม่โดนตีที่ตัวเองก็คงไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน ตอนนี้ถ้าไปยุ่งกับงานของลู่เจียเซวียน สองตายายบ้านลู่ก็คงต้องทุกข์ใจแน่ๆ แต่นี่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ลู่เจิ้นผิงโจมตีที่จุดอ่อน เพื่อทวงความยุติธรรมให้เด็กๆ ส่วนบัญชีแค้นของหล่อน หล่อนจะต้องเป็นคนจัดการชำระความด้วยตัวเอง

0 Comments