บทที่ 104 อันตราย?
แปลโดย เนสยัง“อ่อนแอจัง”
ไมเคิลไม่ได้รู้สึกกังวลกับชีวิตที่เขาเพิ่งพรากไปสิ่งที่ไมเคิลในช่วงก่อนการปลุกพลังจะต้องลังเล แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงแค่แมลงก็ตาม
กลับกัน ความสนใจของเขาจับจ้องไปที่ค่าประสบการณ์ที่เขาได้รับ หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่ได้รับจากแมลงเหล่านี้
ไม่ได้อะไรเลย
พวกมันอ่อนแอเกินกว่าจะให้ค่าประสบการณ์แม้แต่แต้มเดียว แม้ว่าจะถูกจัดให้อยู่ในระดับทั่วไป 1 ดาวก็ตาม
ไมเคิลรู้สึกว่าระดับนี้อาจจะมีอยู่เพียงเพราะไม่มีหมวดหมู่ไหนที่ต่ำกว่าระดับทั่วไปแล้ว
แม้ว่าจะมี เขาก็สงสัยว่าแมลงพวกนี้จะมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์หรือไม่
“หรือบางทีอาจไม่ใช่เพราะพวกมันอ่อนแอเกินไป แต่เป็นเพราะฉันแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะได้รับค่าประสบการณ์จากพวกมันกันแน่” เขาพึมพำ ความสงสัยเริ่มคืบคลานเข้ามา
เขาไม่เคยเจอเรื่องนี้ในเว็บบอร์ดเลย และไม่มีโพสต์ไหนพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าการเพิ่มระดับจำเป็นต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่าหรือมีระดับใกล้เคียงกัน
ว่ากันว่าสัตว์ประหลาดที่อ่อนแอกว่าจะไม่ให้ผลประโยชน์ใดๆ เมื่อถึงระดับหนึ่ง
“เป็นไปได้ไหมที่เหมือนกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดระดับสูงกว่าจะให้ค่าประสบการณ์มากกว่า การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่อ่อนแอกว่ามากก็จะทำให้ได้ค่าประสบการณ์น้อยลงหรือไม่เลย?”
ไมเคิลไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่มีประสบการณ์ตรงที่จะยืนยันเรื่องนี้
“ไม่หรอก น่าจะเป็นแค่ความอ่อนแอตามธรรมชาติของแมลงพวกนี้แหละพวกมันไม่มีค่าแม้แต่แต้มเดียวเลยด้วยซ้ำ”
เขานึกถึงความรู้แรกที่เขาได้รับเกี่ยวกับการมีอยู่ของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติสายมารเมื่อไม่กี่วันก่อน
พลังส่วนใหญ่ของพวกเขาได้มาจากการสังเวยชีวิตมนุษย์ โดยผู้บ่มเพาะสายมารที่แข็งแกร่งกว่าจะต้องการเครื่องสังเวยจำนวนมากขึ้น
นี่เป็นนัยว่าชีวิตมนุษย์ยังคงมีมูลค่ามหาศาล
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันของเขา ไมเคิลสงสัยว่าการสังเวยแมลงพวกนี้สักล้านตัวจะสร้างความแตกต่างได้หรือไม่
“ช่างเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็เอาพวกมันเข้าไปในดินแดนต้นกำเนิดได้แล้ว”
ความตื่นเต้นค่อยๆ คืบคลานเข้ามาเมื่อไมเคิลพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ
เขารู้สึกทึ่งมากกว่าเมื่อคิดที่จะปลุกแมลงเหล่านี้ขึ้นมาเป็นซากศพคืนชีพและทดสอบพรสวรรค์ของเขากับพวกมัน
มดที่สามารถแบกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากกว่าตัวเองได้หลายสิบเท่า หากลักษณะนี้ยังคงอยู่แม้หลังจากการวิวัฒนาการ มันจะไม่ใช่ศักยภาพที่น่ากลัวหรอกหรือ?
ไมเคิลยังรู้สึกตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ของแมลงตัวอื่นๆ ด้วย
ไมเคิลนำโหลใส่สิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วเข้าไปในตราประทับต้นกำเนิดของเขา แล้วเดินไปที่เตียงและเอนตัวลงนอน เตรียมพร้อมเข้าสู่ดินแดนต้นกำเนิด
สิ่งที่ไมเคิลไม่รู้ก็คือ ในขณะที่เขาเริ่มเชื่อมต่อจิตสำนึกกับร่างกายอีกร่างหนึ่ง โรงแรมก็ไม่ได้สงบสุขอีกต่อไป
ในขณะที่อัญเชิญมานาออกมาก่อนหน้านี้ การควบคุมแบบมือใหม่ของเขา แม้จะน่าชื่นชมสำหรับระดับของเขา แต่มันก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
ด้วยมานาที่มีมากกว่ามนุษย์ทั่วไปถึง 100 เท่า ความปั่นป่วนที่มันก่อขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
เป็นเวลาเกือบหนึ่งนาที ที่ทุกคนในอาคารรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่หายใจไม่ออก
อากาศร้อนอบอ้าวและหนาวเหน็บขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
แม้ว่ามันจะไม่ถึงกับทนไม่ได้ แต่ความรู้สึกไม่สบายนั้นไม่อาจปฏิเสธได้
จากนั้น จู่ๆ ความรู้สึกนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความสับสนและความไม่สบายใจ
แม้ว่าจะไม่มีใครอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เสียงพึมพำและเสียงรบกวนก็ค่อยๆ เริ่มปรากฏขึ้นทั่วทั้งโรงแรม
ในห้องที่อยู่ใกล้ๆ ไมเคิล ชายวัยกลางคนสองคนที่มีใบหน้าหยาบกร้านและผ่านโลกมาอย่างโชกโชน นั่งเงียบๆ ด้วยความตึงเครียด
หากไมเคิลอยู่ใกล้พวกเขามากกว่านี้แม้จะเป็นแค่จอมเวทมรณะมือใหม่เขาก็คงจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ แห่งความตายและพลังเวทมรณะที่อ้อยอิ่งอยู่รอบๆ ตัวของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเริ่มคุ้นเคยทีละน้อย
“เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ?” ชายคนหนึ่งถาม สีหน้าของเขาเคร่งเครียด
ห้องที่ทั้งสองคนอยู่นี้บังเอิญอยู่ในทิศทางเดียวกับที่ไมเคิลยื่นมือออกไปก่อนหน้านี้พอดี ทำให้พวกเขาต้องรับผลกระทบจากแรงกดดันอย่างจัง
“ฉันไม่รู้ แต่ออร่ามันคล้ายกับคนที่เบื้องบนส่งมาให้พวกเรามากเลย นายคิดว่าเป็นเขาหรือเปล่า?”
ชายอีกคนตอบ น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความวิตกกังวล
“ฉันไม่แน่ใจ” ชายคนแรกพึมพำ “แต่ดูเหมือนจะยังไม่มีใครมาหาเรา มันก็อาจจะเป็นเขาก็ได้ บางทีเขาอาจจะกำลังส่งสัญญาณให้เรารีบๆ เข้าก็ได้”
“นายพูดถูก แต่ให้ตายเถอะ พวกเบื้องบนปฏิบัติกับเราเหมือนเราเป็นแค่เบี้ยใช้แล้วทิ้ง! เรากำลังเป็นเพื่อนบ้านกับสาขาของสมาคมผู้มีพลังเหนือธรรมชาติอยู่นะโว้ย!”
“ก็เพราะว่าพวกเราเป็นแบบนั้นจริงๆ ไง” ชายคนแรกสวนกลับ
“เลิกบ่นได้แล้ว เราคือจุดเชื่อมต่อสุดท้ายในแผนการใหญ่ ถ้าเราทำสำเร็จ เราจะได้ทรัพยากรมากพอที่จะเลื่อนไปสู่ขั้น 3 สักที”
น้ำเสียงจริงจังของเขาดูเหมือนจะทำให้เพื่อนของเขาสงบลง เขาพยักหน้า ความมุ่งมั่นที่พวกเขามีร่วมกันสะท้อนให้เห็นในสีหน้าที่แข็งกร้าวของพวกเขา
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง ชายคนแรกก็พูดต่อ “เรามาจัดการทุกอย่างให้เสร็จภายในพรุ่งนี้เช้ากันเถอะ งานเมื่อคืน ด้วยความช่วยเหลือจากพี่น้องของเราที่จุดอื่นๆ ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเยอะเลย”
จากนั้น รอยยิ้มบิดเบี้ยวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาขณะที่ความตื่นเต้นพลุ่งพล่านอยู่ภายใน
“ในสถานที่อย่างเมืองวูดสโตน มีคนเก่งๆ ไม่เยอะหรอก วันนี้จะเป็นวันที่โลกจะได้รู้จักเราเสียทีสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่า! เราไม่เคยเท่าเทียมกันหรอก! ไม่เคยเลย!”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความทะเยอทะยานที่ไร้ขอบเขต
ในขณะเดียวกัน ไมเคิลก็ยังคงไม่รู้ตัวถึงอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเขา
สำหรับเขา โรงแรมไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องกังวลอีกต่อไป
เขากลับมาอยู่ในดินแดนต้นกำเนิดแล้ว
ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงที่เริ่มเข้าสู่รัตติกาล ดินแดนต้นกำเนิดยังคงสว่างไสว ดวงอาทิตย์ยังคงลอยสูงอยู่บนท้องฟ้า
“อากาศที่นี่รู้สึกสดชื่นกว่าจริงๆ แฮะ หรืออาจจะเป็นเพราะฉันอยู่ในป่ามาหลายวันแล้วก็ไม่รู้” ไมเคิลรำพึงรำพันพลางมองดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว
ใกล้ๆ กัน ซากศพคืนชีพของเขายืนนิ่งเงียบ ขณะที่ซากสัตว์ประหลาดที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบถูกเตรียมพร้อมไว้เพื่อใช้เป็นวัสดุในการสร้างซากศพคืนชีพเพิ่ม เพื่อเติมเต็มช่องทำสัญญาที่เหลือของเขา
‘สถานะ’
[ชื่อ: ไมเคิล นอร์แมน]
[อาชีพ: จอมเวทมรณะฝึกหัด]
[ระดับ: 15]
[ค่าประสบการณ์: 1094/17,718]
[พละกำลัง: 30.42]
[ความคล่องตัว: 41.16]
[ความทนทาน: 31.72]
[สติปัญญา: 110.1]
[แต้มคุณลักษณะ: 30]
[ทักษะ: อัญเชิญซากศพ, คืนชีพซากศพ, ตรวจจับ, ยิงพื้นฐาน, แบ่งปันประสาทสัมผัส, เพลงหอก, ยิงกรด, หอกกระดูก, คำสาปหน่วง, เกราะกระดูก, ระเบิดซากศพ]
[พรสวรรค์: วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด]
[ทักษะอาชีพ: ช่องทำสัญญา {20/40}]
[พรประทาน: ตราประทับต้นกำเนิด]
จริงด้วย เมื่อเทียบกับไม่กี่วันก่อน ไมเคิลในตอนนี้แข็งแกร่งขึ้นมากและเขาจะยังคงแข็งแกร่งขึ้นต่อไป

0 Comments