บทที่ 99 การซื้ออาวุธ
แปลโดย เนสยังไมเคิลจ้องมองยอดเงินในบัญชีของเขาอย่างเหม่อลอยขณะที่เขาค่อยๆ เดินออกจากศูนย์การค้า
[ยอดเงินคงเหลือในบัญชีของคุณคือ 16,803,543 ดอลลาร์]
สิบหกล้านดอลลาร์
นั่นคือจำนวนเงินทั้งหมดที่เขาได้รับจากการขายซากการ์กอยล์
ไมเคิลรู้สึกยังไงน่ะเหรอ?
กลัว
จำนวนเงินที่มหาศาลนี้ทำให้เขากลัวไปชั่วขณะ
แต่หลังจากความกลัว ก็มีความโลภแวบเข้ามา
โลภอะไรน่ะเหรอ?
ง่ายมากหอคอยสีดำนั่นไง
ไมเคิลนับไม่ถ้วนเลยว่าเขาเห็นซากการ์กอยล์กี่ชิ้นในที่แห่งนั้น โดยเฉพาะบนชั้นสอง
และนั่นยังไม่รวมถึงตัวหอคอยเลยนะ ซึ่งน่าจะมีมูลค่ามหาศาลมากทีเดียวที่สามารถทนต่อการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอย่างลัคกี้ได้
ถ้าแค่ส่วนเล็กๆ ของมันยังทำเงินให้เขาได้มากขนาดนี้ แล้วโครงสร้างทั้งหมดกับของที่อยู่ข้างในจะมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหนกันล่ะ?
ก่อนหน้านี้ ไมเคิลเคยระมัดระวังแทบจะไม่อยากกลับไปที่ซากปรักหักพัง
แต่ตอนนี้ เขากระตือรือร้นที่จะครอบครองพวกมันแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อตระหนักได้ว่ามันไม่ง่าย เขาก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
เพื่อจะเข้าเรียนในสถาบัน เขาจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง
เพื่อที่จะวิวัฒนาการซากศพคืนชีพของเขาอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สูญเสียการควบคุมเมื่อพวกมันแข็งแกร่งขึ้นเขาจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง
และตอนนี้ เพื่อที่จะครอบครองสมบัติที่มีค่าอย่างหอคอยสีดำ เขาก็ยังต้องการความแข็งแกร่งอีก
อันนี้น่าหงุดหงิดเป็นพิเศษ เพราะถ้าไม่มีพลังมากพอ สิ่งที่เขาต้องเผชิญมันไม่ใช่แค่ความล้มเหลวแต่มันคือความตาย
ความแข็งแกร่ง
มันคือสิ่งเดียวที่ไมเคิลมีไม่พอ
ความแข็งแกร่งและเงิน
“อ๊าก” ไมเคิลร้องครวญครางเมื่อความตื่นเต้นเริ่มลดลง ดึงเขากลับสู่ความเป็นจริง
แม้เขาจะอยากทิ้งเงินไว้ในบัญชีโดยไม่แตะต้องมันให้นานกว่านี้ แต่โลกอันบิดเบี้ยวนี้ก็ไม่เคยเป็นไปตามแผนเลย
“แต่มันไม่มีทางที่เงิน 16 ล้านจะหมดเร็วขนาดนั้นหรอกใช่ไหม? ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเงินมากขนาดนี้ ถึงฉันจะซื้ออุปกรณ์ที่ดีกว่าให้ซากศพคืนชีพตอนที่พวกมันแข็งแกร่งขึ้น มันก็น่าจะยังเหลืออีกเยอะแหละ เนอะ?”
เมื่อพูดถึงการเติบโตของตัวเอง ไมเคิลจะมาทำเป็นงกไม่ได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สนุกกับความเย่อหยิ่งที่ได้รู้ว่าตัวเองมีเงินเป็นล้านอยู่ในบัญชีหรอกนะ
“ไม่มีทางที่พรสวรรค์ของฉันจะนำฉันไปสู่หนทางแห่งความยากจนไม่มีที่สิ้นสุดหรอกใช่ไหม?”
ไมเคิลไม่ค่อยแน่ใจ แต่ส่วนหนึ่งในตัวเขากระซิบว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้น
อาจจะไม่ใช่ตอนนี้ แต่เป็นทีหลังแน่ๆ
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องซื้ออุปกรณ์ให้ออร์ค ไมเคิลจึงเดินกลับไปที่ศูนย์การค้า
“คุณอยากจะซื้ออาวุธเหรอครับ?” ชายวัยกลางคนที่เคาน์เตอร์ถามเพื่อความแน่ใจ เขาประหลาดใจที่ไมเคิลกลับมา
“ใช่ครับ”
“แล้วคุณอยากได้แบบที่ใหญ่และหนักด้วยเหรอครับ?” ชายคนนั้นอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองรูปร่างที่ผอมบางของไมเคิลขณะพูด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ใหญ่และหนักสำหรับผู้มีพลังเหนือธรรมชาติอย่างพวกเขา ก็เหมือนกับภูเขาสำหรับคนธรรมดา
มันไม่ใช่อะไรที่ง่ายๆ เลย
หางตาของไมเคิลกระตุกเมื่อเขาสังเกตเห็น
ชายคนนั้นไม่ต้องพูด ไมเคิลก็เดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“อาวุธพวกนั้นไม่ได้เอามาให้ผมใช้หรอกครับ” ไมเคิลชี้แจง แม้เขาจะรู้สึกทันทีว่าตัวเองอาจจะพูดมากเกินไป
นี่เขาไม่ได้กำลังยืนยันหรอกเหรอว่าเขาไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เห็น?
“อ้อ” ชายวัยกลางคนพูด โชคดีที่เขาไม่ได้วิจารณ์อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อของไมเคิล
ไม่นานนัก ไมเคิลก็ถูกพาไปยังประตูอีกบานหนึ่ง
ระหว่างทาง เขาอยากจะถามเหลือเกินว่าสมาคมนี้มันใหญ่ขนาดไหนกันแน่
จากข้างนอก มันก็ดูใหญ่โตอยู่แล้ว แต่ข้างในกลับดูใหญ่กว่าเดิมอีก
เอาจริงๆ มันใหญ่กว่าที่เห็นเยอะเลย
ห้องเก็บอุปกรณ์มีพื้นที่กว้างขวาง แม้จะไม่กว้างเท่ากับห้องใต้ดินที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ก็ตาม
ภายในห้องมีตู้หลายตู้ที่เต็มไปด้วยอาวุธที่จัดแบ่งตามประเภท
อย่างไรก็ตาม ไมเคิลอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาอยากจะติดอาวุธให้ซากศพคืนชีพทั้งหมด อุปกรณ์ในห้องนี้อาจจะไม่พอ
ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
เขาคิดว่าสมาคมคงมีวิธีจัดการคลังสินค้าของตัวเอง
แม้จะไม่แน่ใจว่ามีผู้มีพลังเหนือธรรมชาติกี่คนในเมืองวูดสโตน แต่ไมเคิลก็เดาว่าน่าจะเยอะอยู่
ต่อให้มีสาขาของสมาคมผู้มีพลังพิเศษอีกแห่งในเมือง ความต้องการอาวุธก็ต้องสูงมากอยู่ดี
ถึงกระนั้น ไมเคิลก็เก็บความคิดนี้ไว้ในใจ
ถ้าถึงเวลาที่เขาต้องซื้ออุปกรณ์แบบเหมาล็อต เขาค่อยเรียนรู้ว่าสมาคมจัดการกับเสบียงพวกนี้ยังไง
ร้านค้าบนเว็บบอร์ดของสมาคมก็ขายอาวุธเหมือนกัน มีตั้งแต่แบบธรรมดาไปจนถึงแบบพิเศษ แต่การซื้อแบบเหมาล็อตนั้นค่อนข้างยุ่งยาก
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไมเคิลไม่คิดจะใช้มันเพื่อติดอาวุธให้ซากศพคืนชีพ
หลังจากปล่อยให้ไมเคิลสำรวจห้องเก็บอุปกรณ์สักพัก ชายวัยกลางคนจากศูนย์การค้าก็เอ่ยปากพูด
“แล้วคุณกำลังมองหาอาวุธประเภทไหนอยู่ครับ? ดาบ หอก ง้าว ค้อน หรืออย่างอื่น ลองบอกชื่อมา ถ้าเรามี ผมจะพาคุณไปดูโมเดลครับ”
ไมเคิลจับคีย์เวิร์ดได้
โมเดล
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น
เขาหันความสนใจไปที่การตัดสินใจว่าอาวุธแบบไหนจะเหมาะกับซากศพคืนชีพของเขา
ในบรรดาซากศพคืนชีพร่างมนุษย์ของเขา ไมเคิลตัดสินใจว่าเขาไม่จำเป็นต้องติดอาวุธให้ออร์คเพศเมียหรือพวกหมาป่า
พวกออร์คเพศเมียเป็นนักเวทที่ไม่ได้พึ่งพาอาวุธทางกายภาพ แม้ว่าไม้กายสิทธิ์หรือคทาอาจจะเหมาะกับพวกเธอก็ตาม
ส่วนพวกหมาป่า ก็ดูเหมือนจะไม่ต้องการอุปกรณ์อะไรในตอนนี้
เมื่อตัดออร์คเพศเมียห้าตัวและหมาป่าซากศพสามตัวออกไป ไมเคิลก็เหลือซากศพคืนชีพอีกสิบสองตัวที่ต้องสวมใส่อุปกรณ์
ออร์คเพศผู้สิบตัวและวานรน้ำเงินสองตัว
ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่เน้นพละกำลัง
ไมเคิลคิดอยู่ไม่กี่วินาทีก็ตัดสินใจได้
“ดาบใหญ่ ขวาน และค้อนครับ ทั้งหมดขอแบบใหญ่และหนักเลยนะครับ” เขากล่าวอย่างหนักแน่น
ชายวัยกลางคนพยักหน้า แม้เขาจะสงสัยว่าทำไมไมเคิลถึงอยากได้อาวุธที่ใหญ่โตขนาดนั้น
เขาสัมผัสได้ว่าไมเคิลไม่ได้อ่อนแอ และน่าจะสามารถใช้อาวุธหนักได้ด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ขนาดนั้นสำคัญอาวุธที่ใหญ่เกินไปอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ใช้ไม่ถนัดในการใช้มัน
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องตั้งคำถาม
เด็กหนุ่มก็บอกแล้วด้วยว่าอาวุธพวกนี้มีไว้ให้คนอื่นใช้
ลูกค้าจะซื้ออะไรไป ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา
“เชิญตามผมมาครับ” ชายคนนั้นกล่าวหลังจากยืนยันตัวเลือกของไมเคิล

0 Comments