You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ผู้คนนับสิบในห้องต่างก็ลิงโลดใจ ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีโชคหล่นทับแบบนี้

เงิน 20,000 ปอนด์เทียบเท่ากับ 500,000 ฟรังก์ เงินสนับสนุนที่มากมายมหาศาลขนาดนี้ ไม่ว่าจะแบ่งกันอย่างไร ตนเองก็ต้องได้รับส่วนแบ่งก้อนโตอย่างแน่นอน

ทุกคนจึงล้อมหน้าล้อมหลังชาลเมอร์สด้วยความกระตือรือร้น และเริ่มต้นการประจบสอพลอขนานใหญ่

“ท่านคือทูตสวรรค์แห่งเสรีภาพและความยุติธรรมอย่างแท้จริง!”

“ความมีน้ำใจของท่านนำพาความหวังมาสู่ชาวคอร์ซิกาทุกคน!”

“ฉันขอเป็นตัวแทนชาวคอร์ซิกาแสดงความขอบคุณต่อท่านอย่างสุดซึ้ง ขอพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองท่าน…”

ชาลเมอร์สยิ้มแย้มกล่าวถ่อมตัวกับพวกเขาสักพัก ก่อนจะปั้นหน้าขรึมขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ทว่า สำหรับการใช้เงินก้อนนี้ ฉันมีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือผู้ที่ได้รับการสนับสนุนจะต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับหมอนั่น ปาโอลี!”

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างก็พยักหน้าแสดงความเข้าใจ ก็แหงล่ะ ปาโอลียักยอกเงิน 25,000 ปอนด์ของคนอื่นไป เป็นใครก็ต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แล้ว และพวกเขาก็เพิ่งจะพิสูจน์ได้ว่าปาโอลีมีพฤติกรรมทรยศต่อองค์กร เดิมทีพวกเขาก็เตรียมจะโค่นล้มปาโอลีอยู่แล้ว

จิโรลาโมเป็นผู้นำในการประกาศจุดยืน “มิสเตอร์ชาลเมอร์ส โปรดวางใจได้ ตราบใดที่ยังไล่ปาโอลีออกจากองค์กรฟื้นฟูชาติไม่ได้ ฉันจะไม่มีวันหยุดยั้งอย่างเด็ดขาด!”

ชาลเมอร์สพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมาก มิสเตอร์จิโรลาโม ฉันตัดสินใจแบ่งเงิน 1,500 ปอนด์เพื่อสนับสนุนท่านในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาคอร์ซิกา!”

สายลับจากหน่วยข่าวกรองและไส้ศึกต่างก็รับส่งมุกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ปลุกปั่นอารมณ์ของทุกคนในที่นั้นให้พุ่งพล่านทันที เงิน 1,500 ปอนด์เท่ากับ 37,000 ฟรังก์ มีเงินทุนสำหรับลงสมัครรับเลือกตั้งมากขนาดนี้ คู่แข่งของพวกเขาไม่มีทางชนะได้เลยแม้แต่น้อย อันที่จริง การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ใช้เงินเพียงครึ่งเดียวก็ยังไม่หมดด้วยซ้ำ

บาร์โตลิโอรีบแสดงเจตนารมณ์ที่จะตัดขาดกับปาโอลีตามมาทันที จากนั้นก็เป็นเอริโอเช่ เชซาเร…

ไม่นาน ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรฟื้นฟูชาติกว่าสิบคนก็ได้รับเงินสนับสนุนคนละ 30,000 ถึง 40,000 ฟรังก์ แต่ละคนต่างก็ดีอกดีใจและพึงพอใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับกล่าวเยินยอชาลเมอร์สยกใหญ่

ทว่า พวกเขาทุกคนต่างก็มองข้ามปัญหาข้อหนึ่งไป นั่นคือเงิน 20,000 ปอนด์นั้นมากพอที่จะสนับสนุนสมาชิกสภาได้อีกหลายคน แต่ชาลเมอร์สกลับแบ่งเงินให้เพียงพวกเขาทั้ง 13 คนเท่านั้น จนทำให้เงินทุนของพวกเขาล้นเหลือเกินความจำเป็น

ในความเป็นจริงแล้ว นี่ก็คือกลยุทธ์ที่โจเซฟนำมาใช้เพื่อบ่อนทำลายพรรคฟื้นฟูชาติคอร์ซิกานั่นเอง เริ่มจากการสร้างความแตกแยก แล้วจึงค่อยชักนำเป้าหมายทางการเมืองให้เบี่ยงเบนไป

คนทั้ง 13 คนในห้องนี้ ภายใต้การสนับสนุนทางการเงิน อีกไม่นานพวกเขาจะกลายเป็น “กลุ่มผู้มีอิทธิพล” ภายในองค์กร และจะค่อยๆ เกิดความบาดหมางกับคนอื่นๆ

ส่วนชาลเมอร์สก็สามารถใช้อิทธิพลที่มีต่อคนกลุ่มนี้ หาทางให้พวกเขาแยกตัวออกมาเพื่อตั้งองค์กรใหม่

องค์กรฟื้นฟูชาติทั้งสองกลุ่มจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงทรัพยากรทางการเมืองอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นจะมีใครจดจำเป้าหมายดั้งเดิมได้อีก พวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มคนที่แก่งแย่งอำนาจเพื่ออำนาจล้วนๆ

ท้ายที่สุดแล้ว สมาชิกสภาเหล่านี้ก็เคยมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น สำหรับโจเซฟที่เคยเห็นการเลือกตั้งในโลกตะวันตกยุคหลังมาแล้ว ตราบใดที่ไม่มีปาโอลีเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ เพียงแค่ใช้ลูกไม้สกปรกในการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองนิดหน่อย ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาแตกฉานซ่านเซ็นได้แล้ว

ต้องรู้ไว้ว่า องค์กรฟื้นฟูชาติคอร์ซิกามีกองกำลังติดอาวุธเป็นของตัวเอง นั่นคือกองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) และยังเลี้ยงดูมือสังหารไว้จำนวนมาก ข้าราชการที่รัฐบาลฝรั่งเศสส่งไปประจำที่คอร์ซิกามักจะถูกลอบสังหารอยู่บ่อยครั้ง เหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆ ก็ไม่เคยหยุดหย่อน ครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว กลุ่มกบฏติดอาวุธเกือบพันคนปะทะกับกองทัพนานกว่าหนึ่งเดือน กว่าจะสงบลงได้อย่างยากลำบาก

หากต้องใช้กำลังทหาร เหมือนอย่างในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสียเงินทองมากมาย แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีนัก นอกจากจะบีบบังคับให้ปาโอลีต้องลี้ภัยแล้ว ก็ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นอะไร

ในประวัติศาสตร์ แม้แต่นโปเลียนเองก็เคยพ่ายแพ้ที่คอร์ซิกามาแล้ว

จนกระทั่งนโปเลียนสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิ เขาได้ส่งกองทัพจำนวนมากไปกวาดล้างที่เกาะคอร์ซิกา จึงจะถือว่าสามารถแก้ปัญหากลุ่มฟื้นฟูชาติได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็เพราะการกระทำนี้เอง ที่ทำให้ชาวคอร์ซิกาเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ หลังจากที่เขาถูกเนรเทศ ชาวคอร์ซิกาก็ได้โยนรูปปั้นของเขาลงทะเล และยังทำลายบ้านเกิดของเขาจนราบเป็นหน้ากลอง

โจเซฟไม่อยากจะใช้กำลังทหารที่คอร์ซิกามากนัก ถึงจะไม่สนเรื่องค่าใช้จ่ายมหาศาลของกองทัพและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคอร์ซิกา แต่เพียงแค่การกวาดล้างด้วยกำลังทหารจะทำให้ชาวคอร์ซิกาเกลียดชังราชวงศ์มากขึ้น ข้อนี้ก็ถือว่าได้ไม่คุ้มเสียแล้ว

ประชาชนที่แตกแยกกับรัฐบาล ย่อมไม่อาจคาดหวังให้พวกเขาตั้งใจพัฒนาประเทศได้

ดังนั้น โจเซฟจึงเลือกใช้กลยุทธ์การบ่อนทำลายจากภายใน

จัดการกับเนื้อร้ายอย่างองค์กรฟื้นฟูชาติของปาโอลีให้ได้เสียก่อน ก็จะไม่มีใครไปปลุกระดมชาวคอร์ซิกาให้ต่อต้านรัฐบาลอีก

เมื่อถึงตอนนั้น ค่อยใช้นโยบายที่เหมาะสมมาสนับสนุน ปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวคอร์ซิกาให้ดีขึ้น ใครจะยังว่างมาก่อกบฏอีกเล่า การได้เป็นชาวฝรั่งเศสที่สง่างาม ทำให้พวกรัสเซียหรืออิตาลีอิจฉาตาร้อน มันไม่ดีกว่าหรือ

เมื่อขาดการสนับสนุนจากประชาชน กองกำลังพิทักษ์ชาติคอร์ซิกาก็ย่อมอยู่ไม่ได้ แม้ว่าจะต้องปราบปรามพวกหัวรุนแรงที่เหลืออยู่บ้าง แต่ก็จะง่ายกว่าสถานการณ์ในประวัติศาสตร์มากนัก

เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากที่หน่วยข่าวกรองลงมือปฏิบัติการมาหลายเดือน กลยุทธ์การจัดการคอร์ซิกาก็เริ่มเห็นผลแล้ว รอแค่การรวบยอดเท่านั้น

อังกฤษ

ลอนดอน

คฤหาสน์ของปาโอลีได้รับการบูรณะซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว มองไม่เห็นร่องรอยของไฟไหม้ที่เคยเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ที่หน้าประตูคฤหาสน์ มิสเตอร์ปาโอลีและคุณหนูอิซาเบลลาออดอ้อนกันอยู่บนรถม้าครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมือลาเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์ พอหันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกเป็นภาษาอิตาลีด้วยความร้อนรน

“คุณอาครับ ในที่สุดคุณอาก็กลับมาเสียที ผมรอคุณอาอยู่ที่นี่มาหลายชั่วโมงแล้ว”

ปาโอลีมองตามเสียง ก็เห็นหลานชายของเขา เซซารี-โคโลนนา ปาโอลี ซึ่งเป็นผู้บัญชาการลำดับที่สองของกองกำลังพิทักษ์ชาติคอร์ซิกา ยืนอยู่หน้าประตู

“เซซารี! หลานรัก ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” เขารีบฉีกยิ้มด้วยความดีใจ เดินเข้าไปสวมกอดหลานชายแน่น

เซซารีตบหลังเขาเบาๆ สองสามที แล้วรีบผละออก หันมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณอาครับ สถานการณ์ดูไม่ค่อยดีเลยครับ”

“โอ้ เกิดอะไรขึ้นรึ” ปาโอลีสังเกตเห็นความผิดปกติ รีบดึงหลานชายเข้าไปในบ้าน ตรงดิ่งไปยังห้องหนังสือบนชั้นสอง

เซซารีล็อกประตูห้องให้แน่นหนา แล้วรีบพูดอย่างร้อนรน

“ในการประชุมประจำสัปดาห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บาร์โตลิโอและเชซาเรได้กล่าวหาคุณอาว่ายักยอกเงินสนับสนุนก้อนโต และสมคบคิดกับพวกฝรั่งเศสเพื่อขายองค์กรฟื้นฟูชาติ พวกเขาเรียกร้องให้ถอดถอนอำนาจการเป็นผู้นำของคุณอา และขับไล่คุณอาออกจากองค์กรครับ!”

ปาโอลีหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน แต่แล้วก็กลับมายิ้มอีกครั้ง

“ข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐานแบบนั้น ไม่มีใครเชื่อหรอก”

“ไม่ครับคุณอา พวกเขามีหลักฐาน” เซซารีเล่าเรื่องที่ปาโอลีไปกว้านซื้อทรัพย์สินที่อเมริกา รวมถึงเรื่องที่เวลาจลาจลรั่วไหลให้ฟัง

“พวกมันใส่ร้ายฉัน!” ปาโอลีตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว “เงินพวกนั้นถูกไฟไหม้ไปหมดแล้ว และฉันก็ไม่เคยติดต่อกับพวกฝรั่งเศสเลยด้วยซ้ำ!”

“ผมเชื่อคุณอาอย่างเต็มเปี่ยมครับ” เซซารีรีบพูด “แต่ในองค์กรมีกระแสสังคมที่ต่อต้านคุณอาเกิดขึ้นแล้ว ในการลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับคุณอาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้เห็นด้วยให้ขับไล่คุณอาออกทั้งหมด 19 เสียง และอีก 12 เสียงเห็นด้วยให้ระงับอำนาจการเป็นผู้นำของคุณอาชั่วคราว งดออกเสียง 5 เสียงครับ”

“ไอ้พวกสารเลวบัดซบ!” ปาโอลีโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน องค์กรฟื้นฟูชาติมีผู้ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในเรื่องสำคัญประมาณ 60 คน หักคนที่ไม่ได้อยู่ในคอร์ซิกาออก ก็ควรจะมีคนเข้าประชุมประมาณ 50 คน และในจำนวนนั้นก็มีถึง 31 คนที่ลงมติต่อต้านเขา

ขาดอีกเพียง 2 เสียง ก็จะถึงเกณฑ์สองในสามแล้ว!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note