ตอนที่ 212 จะเกลี้ยกล่อมอย่างไรดี
แปลโดย เนสยังเฟยเฉียนไม่ได้ให้ความสนใจชุยอี้ บิดาของชุยโฮ่วมาก่อน ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องที่ชุยโฮ่วต้องกังวลเช่นกัน
นี่เป็นความสะเพร่าของเฟยเฉียนจริงๆ และเขาก็สังเกตเห็นว่า ในครั้งนี้ นอกเหนือจากชุยอี้ บิดาของชุยโฮ่วแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีสตรีและเด็กอีกหลายคนร่วมเดินทางไปสมทบกับหวงจงเพื่อมุ่งหน้าสู่จิงเซียงด้วย ซึ่งหมายความว่า ณ หมู่บ้านตระกูลชุยแห่งนี้ คงเหลือเพียงชายฉกรรจ์เท่านั้น
ดูเหมือนว่าเหตุการณ์สังหารหมู่ตระกูลฉางแห่งหยางเหรินจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวของชุยโฮ่วไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะตระกูลฉางอาศัยอยู่ภายในป้อมปราการกันทั้งครอบครัว หากคิดจะฝ่าวงล้อมออกไปก็คงไม่อาจพาคนแก่และเด็กหนีไปด้วยได้ จึงทำได้เพียงปักหลักสู้ และเมื่อป้อมปราการแตกก็หมายถึงความหายนะของทั้งตระกูล
ตอนนี้เมื่อชุยโฮ่วได้อพยพคนแก่ สตรี และเด็กในครอบครัวออกไปก่อนแล้ว ก็หมายความว่าหากแผนการไม่สำเร็จ การหลบหนีก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก
ในขณะเดียวกัน การกระทำของชุยโฮ่วในครั้งนี้ก็เป็นการแสดงความเด็ดขาดของเขาให้เฟยเฉียนเห็น ความหมายแฝงของการส่งชุยอี้และคนอื่นๆ ไปพึ่งพิงจิงเซียงนั้นชัดเจนยิ่งนัก
ดังนั้นเฟยเฉียนจึงประสานมือคารวะชุยโฮ่วที่อยู่ด้านข้าง แล้วกล่าวว่า “ความกรุณาของพี่หย่งหยวน ข้าจะจดจำไว้ในใจ”
ชุยโฮ่วรีบตอบกลับด้วยความนอบน้อมว่า “มิกล้าๆ ข้าต้องขอขอบคุณจดหมายของน้องจื่อเยวียนต่างหาก!”
ที่แท้เฟยเฉียนก็ตระหนักได้ว่าตนเองลืมคำนึงถึงเรื่องการจัดการครอบครัวของชุยโฮ่ว เมื่อชุยโฮ่วพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้า เขาจึงไม่เพียงแต่ให้ชุยโฮ่วส่งคนไปตามหวงจงเท่านั้น แต่ยังเขียนจดหมายให้ชุยอี้นำไปมอบให้หวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวงที่จิงเซียงอีกด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้รากฐานของตระกูลชุยในลั่วหยางจะถูกทำลายจนหมดสิ้น แต่ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลหวงแห่งจิงเซียง พวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง สำหรับตระกูลชุยแล้ว นี่เปรียบเสมือนยาชูกำลังชั้นดีเลยทีเดียว
สถานการณ์ในลั่วหยางตอนนี้ การที่ตระกูลฉางแห่งหยางเหรินถูกสังหารหมู่ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผลักดันให้ตระกูลชุยหันมาสนับสนุนเฟยเฉียนอย่างเต็มที่ เดิมทีภายในตระกูลอาจจะมีเสียงบ่นเรื่องการต้องเดินทางไกลอยู่บ้าง แต่เมื่อชุยโฮ่วนำจดหมายของเฟยเฉียนออกมา ก็สามารถปิดปากคนเหล่านั้นได้ทันที
เพราะถึงอย่างไรตอนนี้เฟยเฉียนก็เป็นบุตรเขยเพียงคนเดียวของหวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวงแห่งจิงเซียง แม้ว่าหวงเฉิงเยี่ยนจะยังมีสุขภาพแข็งแรง และยังไม่ถึงเวลาต้องพิจารณาเรื่องผู้สืบทอด แต่สิทธิ์เสียงของเฟยเฉียนก็มีไม่น้อยเลย ยิ่งไปกว่านั้น เฟยเฉียนยังเป็นลูกศิษย์ของผางเต๋อกงแห่งตระกูลผางอีกด้วย ดังนั้นเมื่อมีจดหมายฉบับนี้ ก็เท่ากับว่าตระกูลชุยจะได้รับการดูแลจากสองผู้มีอิทธิพลใหญ่ในจิงเซียง ต่อให้ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดในลั่วหยางไป พวกเขาก็สามารถหาแหล่งทุนใหม่จากตระกูลหวงและตระกูลผางในจิงเซียงเพื่อฟื้นฟูกิจการได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เรื่องของชุยโฮ่ว ทำให้เฟยเฉียนนึกถึงเรื่องที่ตนเองเคยมองข้ามไป นั่นก็คือตระกูลเฟยแห่งเหอลั่ว เฟยเฉียนยังคงได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในยุคหลังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของครอบครัว เขาไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าคนในสมัยราชวงศ์ฮั่น การที่เขาไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการจัดการคนในตระกูลชุยนั้น ไม่ใช่เพราะเฟยเฉียนไม่ฉลาด แต่เป็นเพราะในยุคหลัง คนส่วนใหญ่มักจะสนใจแต่ครอบครัวเล็กๆ ของตนเอง แทบจะไม่มีความคิดเรื่องตระกูลใหญ่เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเสียสละตนเองเพื่อตระกูล
ดังนั้นเฟยเฉียนจึงไม่ได้นำตระกูลเฟยแห่งเหอลั่วเข้ามาอยู่ในแผนการของตนเลยตั้งแต่แรก…
และสิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้งผางเต๋อกงและหวงเฉิงเยี่ยนก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องตระกูลเฟยแห่งเหอลั่วเช่นกัน เฟยเฉียนลองคิดดูแล้ว ในมุมมองของพวกเขา คงคิดว่าไม่มีใครยอมทิ้งตระกูลของตัวเองมาทำอะไรคนเดียวหรอก เรื่องแบบนี้เฟยเฉียนคงจะไปแจ้งให้ตระกูลเฟยทราบเอง ส่วนตระกูลเฟยจะยอมเข้าร่วมด้วยหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ผู้นำตระกูลเฟยต้องพิจารณาเอาเอง
ใช่แล้ว ตอนนี้เขาต้องไปพบเฟยหมิ่น ผู้นำตระกูลเฟยสักหน่อย แน่นอนว่าเรื่องรายละเอียดว่าจะพูดอย่างไร คงต้องลองคิดดูให้ดีเสียก่อน…
×××××××××××××
ในขณะที่เฟยเฉียนกำลังคิดว่าจะพูดเกลี้ยกล่อมเฟยหมิ่น ผู้นำตระกูลเฟยอย่างไรดี ทางด้านหลี่หรูในลั่วหยางก็กำลังปวดหัวอย่างหนัก ไม่รู้จะหาทางเกลี้ยกล่อมต่งจั๋วอย่างไรเช่นกัน
ในมุมมองของหลี่หรู การส่งกองทัพไปสังหารหมู่ตระกูลฉางแห่งหยางเหรินนั้น ไม่มีความหมายในเชิงยุทธศาสตร์เลยแม่แต่น้อย…
เหมือนกับตอนที่เขาวางยาพิษสังหารหงหนงอ๋องหลิวเปี้ยนตามคำสั่งของต่งจั๋วเมื่อหลายวันก่อนนั่นแหละ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำแล้วสะใจ แต่ไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมเลยสักนิด
หลี่หรูพยายามปิดบังข่าวการตายของหงหนงอ๋องอย่างสุดความสามารถ แต่เขาก็รู้ดีว่าเรื่องแบบนี้คงปิดบังได้ไม่นาน ท้ายที่สุดก็ต้องมีคนรู้อยู่ดี
ดูเหมือนว่าความกระหายในการเข่นฆ่าของต่งจั๋ว ต่งจ้งอิ่ง ในตอนนี้จะรุนแรงเกินไปเสียแล้วกระมัง?
เหตุการณ์ที่ชุมนุมตระกูลใหญ่ที่หยางเฉิงก่อนหน้านี้ เป็นเพราะมีคนปล่อยข่าวลือของตระกูลหยวนซ่อนตัวอยู่ การล้อมสังหารคนทั้งหมดนั้น หนึ่งคือเพราะคนจำนวนมากยากที่จะแยกแยะได้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือ สองคือเพื่อเป็นการส่งคำเตือนถึงตระกูลหยวน…
แต่การสังหารหลิวเปี้ยนนี่สิ มันช่าง…
เฮ้อ! เดิมทีในแผนการของหลี่หรู หากมีความจำเป็น ก็สามารถตกแต่งหลิวเปี้ยนให้ดูดี แล้วส่งตัวไปให้ตระกูลหยางแห่งหงหนง เพื่อให้ตระกูลหยางแห่งหงหนงเป็นผู้สนับสนุนหลิวเปี้ยน เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลหยวนที่ชูธงคุณธรรมก็จะตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะรับฟังคำสั่งของหลิวเปี้ยนหรือไม่?
หากรับฟัง ก็หมายความว่าตระกูลหยวนอุตส่าห์ลงแรงไปแต่กลับต้องเสียผลประโยชน์ให้ผู้อื่น หากไม่รับฟัง ก็เท่ากับสูญเสียจุดยืนแห่งคุณธรรม และเผยให้เห็นถึงความปรารถนาส่วนตัวต่อหน้าคนทั้งแผ่นดิน…
เมื่อถึงตอนนั้น กลุ่มตระกูลใหญ่ในกวนตงอย่างน้อยก็จะแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือตระกูลหยวนที่เป็นผู้นำจี้โจวและอวี้โจว อีกฝ่ายคือตระกูลหยางแห่งหงหนงที่เป็นผู้นำซือลี่และเหยี่ยนโจว ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีขุมกำลังที่ใกล้เคียงกัน และจะต้องเกิดการปะทะกันครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
หรืออาจจะมีกลุ่มที่สามโผล่มาเป็นพวกนกสองหัว…
แต่ไม่ว่ากลุ่มตระกูลใหญ่กวนตงจะแตกออกเป็นกี่กลุ่ม ก็ล้วนแต่ทำให้เป้าหมายของหลี่หรูบรรลุผล เมื่อถึงเวลานั้น ต่งจั๋วที่อยู่กวนจงก็ยังคงมีฮ่องเต้ที่ดูชอบธรรมกว่าอยู่ในมือ เมื่อรอให้กลุ่มตระกูลใหญ่กวนตงทะเลาะเบาะแว้งและบั่นทอนกำลังกันเองจนถึงระดับหนึ่ง ก็ค่อยนำทหารม้าเหล็กแห่งกวนจงออกไปปราบปราม ไม่ต้องหาข้ออ้างในการทำศึกให้ยุ่งยาก ก็สามารถปราบกบฏได้อย่างชอบธรรม ใครใช้ให้พวกตระกูลใหญ่กวนตงเหล่านี้ไปสนับสนุนฮ่องเต้ที่ถูกปลดเล่า?
แต่แผนการทั้งหมดนี้ กลับต้องสลายไปเป็นอากาศธาตุด้วยสุราพิษเพียงจอกเดียว…
เฮ้อ!
บัดนี้ต่งจั๋วไม่เพียงแต่ไม่แจ้งให้หลี่หรูทราบ แต่ยังส่งทหารไปกวาดล้างตระกูลฉางแห่งหยางเหริน ที่ขัดคำสั่งไม่ยอมส่งมอบเสบียงในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าจะสามารถข่มขวัญตระกูลใหญ่ในละแวกเมืองลั่วหยางได้ในระดับหนึ่ง แต่แล้วอย่างไรต่อล่ะ?
นี่ไม่ใช่การผลักไสคนเหล่านี้ให้ไปอยู่ฝั่งกลุ่มตระกูลใหญ่กวนตงหรอกหรือ?
หากการใช้กำลังทหารสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แล้วหลี่หรูจะส่งคนไปขุดสุสานทำไม?
เดิมทีเส้นทางที่เลือกเดินก็เปรียบเสมือนการเดินอยู่ริมหน้าผา ทุกก้าวต้องคำนวณอย่างรอบคอบและระมัดระวัง แต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อมาถึงจุดนี้ ต่งจั๋วกลับไม่เล่นตามกฎ และทำลายแผนการของหลี่หรูจนหมดสิ้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของต่งจั๋ว ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการใหม่อีกครั้ง แต่ก่อนหน้านั้น จะต้องไปเกลี้ยกล่อมต่งจั๋วไม่ให้ใช้กำลังทหารพร่ำเพรื่ออีก แม้จะใช้ก็ต้องใช้ให้ถูกเป้าหมาย…
หลี่หรูบีบขมับของตนเอง รู้สึกปวดหัวอย่างแท้จริง…

0 Comments