ตอนที่ 452 ความพ่ายแพ้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นครั้งใหม่
แปลโดย เนสยังไฮเนรับกล้องส่องทางไกลมาจากคนรับใช้อย่างลุกลี้ลุกลน จากนั้นก็เห็นทหารจำนวนมหาศาลยืนเบียดเสียดกันอยู่หน้าแนวป้องกันของปรัสเซีย แนวทหารราบยาวเหยียดจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
“เร็วเข้า! ส่งสัญญาณเตือน!” เขาตะโกนลั่นทันที “พวกปรัสเซียกำลังจะบุกแล้ว!”
โชคดีที่แม้แนวรบเลกนิตซาจะสงบเงียบมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ในสภาวะสงครามระหว่างสองประเทศ ดังนั้นทหารจึงยังคงเตรียมพร้อมรบอยู่เสมอ
เสียงนกหวีดแหลมปรี๊ดดังขึ้นรอบด้านอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงกลองเรียกพล
ทหารออสเตรียเดินบ่นกระปอดกระแปดมารวมแถวบริเวณแนวป้องกัน จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังสนั่นมาจากฝั่งตรงข้าม
พร้อมกับเสียงหวีดหวิวของกระสุนปืน กระสุนปืนใหญ่เกือบ 20 ลูกตกลงใกล้กับค่ายทหารปืนใหญ่ของออสเตรีย ทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว
ทหารปืนใหญ่ออสเตรียก็รีบยิงสวนกลับไปอย่างเร่งรีบ แต่ยิงไปได้เพียงสิบกว่านัด ก็พบด้วยความตกใจว่ากระสุนใกล้จะหมดแล้ว
พวกปรัสเซียเริ่มเสี่ยงนำปืนใหญ่รุกคืบไปข้างหน้า เมื่อพบว่าการโจมตีตอบโต้จากฝั่งตรงข้ามอ่อนแอมาก ก็เริ่มได้ใจ ปืนใหญ่ป้อมปราการ 24 ปอนด์หลายกระบอกก็ถูกม้ากว่าสิบตัวลากกระหืดกระหอบมาตั้งไว้ที่แนวหน้าเช่นกัน
ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์ได้รวบรวมปืนใหญ่ในบริเวณนี้มาทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้ว จำนวนปืนใหญ่จึงมากกว่าทหารฝ่ายป้องกันเกือบเท่าตัว ประกอบกับกระสุนที่เพียงพอ ไม่นานก็ระดมยิงจนทหารปืนใหญ่ออสเตรียโงหัวไม่ขึ้น
ทางฝั่งจอมพลลาซี่ก็ได้รับข่าวเช่นกัน จึงใช้ความเร็วสูงสุดเร่งเดินทางมายังพื้นที่ป้องกันเดิมของดาวีดอฟ ในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว
สิ่งที่เขาเห็นคือ บนแนวป้องกันของตนเหลือปืนใหญ่เพียง 4 กระบอกที่ยังคงยืนหยัดอยู่ ทว่าอัตราการยิงกลับต่ำจนทำให้เขาอยากจะด่าคน
ในขณะที่ทหารราบปรัสเซียฝั่งตรงข้ามได้จัดกระบวนทัพจนเสร็จสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ป้องกันทั้งหมดของดาวีดอฟพอดี ลำพังเพียงแนวทหารราบแรก ก็มีทหารประมาณ 1 หมื่น 4 พันกว่าคนแล้ว!
ในเวลาเดียวกัน ก็มีทหารราบเบาจำนวนมากอาศัยภูมิประเทศเป็นที่กำบัง ลอบเข้ามาจนถึงระยะไม่ถึง 400 ก้าวจากแนวป้องกันของฝ่ายตนแล้ว
ทางฝั่งของเขากลับมีเพียงแนวทหารราบที่ค่อนข้างบางตา มองดูแล้วอย่างมากก็มีทหารแค่ 1 หมื่นกว่าคนเท่านั้น แม้ทั้งสองข้างจะมีกองกำลังที่เพิ่งได้รับข่าวและรีบเดินทางมาสมทบอยู่บ้าง แต่ในสภาวะการเดินทัพอย่างเร่งรีบ ย่อมไม่อาจเข้าสู่สนามรบได้ในเวลาอันสั้น
จอมพลลาซี่เหงื่อตกจนเปียกชุ่มแผ่นหลัง การที่เขาดึงกองพลดาวีดอฟและคอนราดไปนั้นถือเป็นการเสี่ยงจริงๆ แต่ไม่คิดเลยว่าเฟอร์ดินานด์จะเปิดฉากโจมตีอย่างเจาะจงรวดเร็วขนาดนี้ เฟอร์ดินานด์ก็คือชื่อของดยุกแห่งเบราน์ชไวค์
ความจริงแล้ว ลาซี่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยในการเสริมกำลังป้องกันที่นี่ แต่กองกำลังในมือเขาเหลือไม่ถึง 1 แสนนาย และต้องดูแลแนวป้องกันทั้งหมด ดังนั้นพื้นที่ส่วนนี้จึงได้รับแบ่งกำลังทหารมาเพียง 1 หมื่น 5 พันคนเท่านั้น
เสียงปืนใหญ่จากฝั่งปรัสเซียค่อยๆ เบาลง ตามมาด้วยเสียงแตรยาวที่ดังเป็นระลอก
ลาซี่รีบใช้กล้องส่องทางไกลมองไป ก็เห็นว่าทหารราบเบาของปรัสเซียเริ่มก่อกวนแนวทหารราบฝั่งตนแล้ว นั่นก็หมายความว่า ศัตรูกำลังจะเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบในอีกไม่ช้า ทหารราบจำนวนมากกำลังจะบุกเข้ามา
“บัดซบ!” เขาสบถด่าเสียงต่ำ “ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้เด็กฝรั่งเศสนั่น แนวป้องกันของข้าจะเกิดช่องโหว่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร!”
ในเวลานี้เขาลืมไปจนหมดสิ้นแล้ว ว่าตนเองเดินทางมาที่ไซลีเซียเพื่อปราบพวกปรัสเซียและทวงคืนดินแดนเกิด ไม่ใช่มาเพื่อสร้างแนวป้องกันอะไรนั่น
หากต้องการตั้งรับ ออสเตรียก็สามารถถอยร่นกลับไปที่โบฮีเมีย อาศัยเทือกเขาซูเดเทนเป็นที่มั่นในการป้องกัน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก
แต่ในตอนนี้การบ่นอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์แล้ว จอมพลลาซี่จึงได้แต่สั่งให้ทหารสื่อสารไปเร่งกองกำลังที่กำลังเดินทางมาเสริมทัพให้เร่งความเร็วขึ้น จากนั้นก็ดึงดันมายังแนวหน้าสุดโดยไม่ฟังคำทัดทานของลูกน้อง เดินไปมาเพื่อปลุกขวัญกำลังใจทหาร
ไม่นาน กระสุนปืนใหญ่ 12 ปอนด์ลูกหนึ่งก็พุ่งผ่านข้างกายเขาไป ตกลงบนแนวทหารราบจนเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ และเกือบจะกลิ้งไปถึงแนวทหารราบที่สอง กว่าจะถูกก้อนดินขวางเอาไว้ได้
เหล่าคนรับใช้มองดูกองเลือดและเศษเนื้อที่ปะปนกับดินบนพื้น ก็รีบประคองตัวท่านจอมพลถอยไปอยู่แนวหลังทันที
จากนั้น กองทัพปรัสเซียก็ใช้สี่กรมทหารเกรนาเดียร์ที่เก่งกาจที่สุดเป็นแกนนำ แนวทหารราบอันยาวเหยียดค่อยๆ รุกคืบเข้ามายังค่ายทหารออสเตรีย
การปลุกขวัญของจอมพลลาซี่พอจะได้ผลอยู่บ้าง ทหารออสเตรียภายใต้การสนับสนุนของทหารราบเบา กลับสามารถยืนหยัดรับการระดมยิงในระยะประชิดของทหารเกรนาเดียร์ฝั่งตรงข้ามเอาไว้ได้ จากนั้นภายใต้คำสั่งของนายทหาร พวกเขาก็ระดมยิงสวนกลับไปในระยะ 40 ก้าว
ในยุคที่แนวทหารราบปะทะกัน ขอเพียงทหารยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ สงครามก็ยังดำเนินต่อไปได้
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์การระดมยิงใส่กันอย่างรวดเร็ว ทหารนับหมื่นนายในแนวรบที่ยาวกว่า 3 กิโลเมตร จัดกระบวนทัพอย่างแน่นหนา ยืนตัวตรง บรรจุกระสุนและยิงอย่างต่อเนื่องราวกับเครื่องจักร
สังหารทหารฝั่งตรงข้าม หรือไม่ก็ถูกกระสุนของศัตรูยิงล้มลง
นี่คือสิ่งที่ผู้คนมักจะเรียกว่า “การตั้งแถวประหาร”
หลังจากทั้งสองฝ่ายระดมยิงตอบโต้กันไปเจ็ดแปดรอบ กองทัพปรัสเซียที่มีจำนวนมากกว่ากลับทนไม่ไหว เริ่มมีคนทำตัวลับๆ ล่อๆ ถอยร่นไปข้างหลัง
กองทัพปรัสเซียในเวลานี้ไม่ใช่กองทัพอันเกรียงไกรภายใต้การบังคับบัญชาของพระเจ้าฟรีดริชมหาราชอีกต่อไปแล้ว หากวัดกันที่ความสามารถของทหารแต่ละนาย เผลอๆ อาจจะแพ้ออสเตรียอยู่หลายส่วนด้วยซ้ำ
ทหารราบปรัสเซียกลุ่มแรกเริ่มถอยร่นกลับไป ค่ายทหารออสเตรียก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นทันที
ทว่า จอมพลลาซี่กลับไม่กล้าสั่งให้ทหารไล่ตามตีเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่า พวกปรัสเซียมีข้อได้เปรียบด้านกำลังพลอย่างมหาศาล
และก็เป็นอย่างที่คิด ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์ก็สั่งให้แนวทหารราบที่สองเปิดฉากโจมตีทันที โดยไม่ยอมให้ชาวออสเตรียได้มีเวลาพักหายใจเลยแม้แต่น้อย
ทางฝั่งจอมพลลาซี่ก็ให้กองพันทหารราบเบาหลายกองพันพยายามก่อกวนปีกซ้ายของกองทัพปรัสเซียอย่างไม่คิดชีวิต ร่วมมือกับปืนใหญ่ที่เหลือเพียงสามกระบอก ถึงพอจะรักษาแนวป้องกันเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
ทั้งสองฝ่ายยันกันไปมาจนกระทั่งฟ้ามืด ต่างก็ถอยกลับค่ายของตน
ทว่า หลังจากการเข่นฆ่ากันเกือบทั้งวัน ออสเตรียก็ได้รับความสูญเสียอย่างหนัก โดยเฉพาะกองพันทหารราบเบาที่เป็นกำลังหลัก การสูญเสียยิ่งหนักหนาสาหัส
หลังจากลาซี่ตรวจสอบสถานการณ์ของทหารที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว เขาก็เริ่มลงมือจัดเตรียมสร้างแนวป้องกันที่สองทางทิศตะวันตก
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์ก็เปิดฉากโจมตีอย่างหนักโดยไม่เกรงใจ
ภายใต้การโจมตีเป็นระลอกของกองทัพใหญ่ปรัสเซียกว่า 5 หมื่นนาย กองทัพออสเตรียยืนหยัดมาจนถึงเวลาประมาณบ่ายสองโมง ในที่สุดกองทหารม้าฮุสซาร์ของปรัสเซียก็หาช่องโหว่เจอ และพุ่งทะลวงเข้าใส่ปีกซ้ายของแนวทหารราบของพวกเขา
เมื่อทหารม้าคอยก่อกวนด้านข้างอย่างต่อเนื่อง แนวป้องกันออสเตรียก็พังทลายลงในทันที
ดยุกแห่งเบราน์ชไวค์สั่งให้ทหารม้าบีบขนาบข้างกองกำลังออสเตรียเข้ามาอย่างเด็ดขาด ในขณะเดียวกันก็ส่งทหารราบจำนวนมากไปตั้งแนวป้องกันทางทิศเหนือและทิศใต้ เพื่อสกัดกั้นกองกำลังเสริมของออสเตรีย
จอมพลลาซี่พยายามสั่งการให้ทหารล่าถอยอย่างสุดความสามารถ แต่ผ่านไปหนึ่งวัน ก็ยังคงถูกทหารม้าปรัสเซียสกัดไว้ที่แอ่งกระทะแห่งหนึ่ง ห่างจากแนวหน้าไป 15 กิโลเมตร
โชคดีที่ตัวเขาเองสามารถเล็ดลอดออกจากวงล้อมได้ก่อนที่ศัตรูจะปิดล้อมสำเร็จ แต่เมื่อมองดูช่องโหว่ขนาดใหญ่บนแนวป้องกันของฝ่ายตนบนแผนที่ เขาก็ใจหายวาบไปกว่าครึ่งแล้ว
ในเวลานี้ สถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือการถ่วงเวลาทหารปรัสเซียเอาไว้ รอให้กองกำลังของตนถอนตัวกลับมาจากราติบอร์ แล้วค่อยพยายามรักษาสเถียรภาพของแนวรบต่อไป
ทว่า หลังจากการพ่ายแพ้อย่างยับเยินในครั้งนี้ การจะทวงคืนไซลีเซียก็แทบจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ไปเสียแล้ว
ส่วนทหารอีกกว่า 1 หมื่นคนที่ถูกล้อมเอาไว้นั้น เขาไม่ได้ตั้งความหวังอะไรอีกแล้ว
ทว่า ในขณะที่เขากำลังนั่งอยู่บนหลังม้า ใช้กล้องส่องทางไกลมองไปยังทหารที่ถูกล้อมอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็เบิกตากว้าง
ในที่ไกลแสนไกล มีกองทหารม้ากองหนึ่งกำลังพุ่งเข้าใส่ทางด้านข้างของทหารปรัสเซียด้วยความเร็วสูง และคนเหล่านั้นดูเหมือนจะสวมเครื่องแบบทหารสีขาว

0 Comments