ตอนที่ 427 พลังแห่งการทำลายล้าง
แปลโดย เนสยังโจเซฟครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองบรีแยน แย้มยิ้มกล่าวว่า: “ปฏิบัติการทางทหารของพวกเราต่ออันนาบาก็น่าจะเตรียมการเสร็จสิ้นแล้วใช่ไหม?”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท เมื่อวานท่านดยุกเดอบรอยเพิ่งจะพูดกับกระหม่อมว่า กองพลที่ส่งไปเสริมกำลังได้เดินทางถึงบิแซร์ตาแล้ว อ้อ นั่นน่าจะเป็นเรื่องของสัปดาห์ที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ตามสนธิสัญญา “ไม่แทรกแซง” ระหว่างอังกฤษ-ฝรั่งเศส ฝรั่งเศสจะตอบโต้การรุกรานของแอลเจียร์ก่อนหน้านี้ โดยที่เมืองอันนาบาทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอลเจียร์จะเป็นทั้งสนามรบและ戦利品(ของรางวัลจากสงคราม)
และเนื่องจากอันนาบามีพื้นที่ขนาดเล็กมาก ตราบใดที่คนอังกฤษยอมรับ ประเทศในยุโรปอื่นๆ ก็คงไม่ให้ความสนใจที่นี่สักเท่าไหร่ กลยุทธ์ “หั่นไส้กรอก” นั้นใช้ได้ผลเสมอในทุกยุคทุกสมัย
โจเซฟพยักหน้า: “พวกเราจะใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของสงครามครั้งนี้ให้เต็มที่ ดังนั้นต้องแสดงแสนยานุภาพออกมาให้เต็มที่ แน่นอนว่า ต้องใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ ด้วย น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ชนเผ่าเหล่านั้นสงบลงได้…”
ณ ตูนิส
ชานเมืองทางทิศตะวันตกของกรุงตูนิส
พันเอกชาวเบอร์เบอร์ในชุดเครื่องแบบทหารสีขาว กางเกงรัดรูปสีดำ มองดูเหล่า “ทหาร” ที่ยืนรวมตัวกันอย่างสับสนวุ่นวายอยู่บนลานกว้างหน้าค่ายทหาร ขมวดคิ้วพูดกับเจมิลที่อยู่ข้างๆ ว่า:
“ท่านนายพลครับ ทำไมพวกเราต้องเกณฑ์พวกบ้านี่มาด้วยครับ? นอกจากจะเป็นตัวถ่วงกองทัพแล้ว พวกมันไม่มีทางมีประโยชน์อะไรเลย”
เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วนับตั้งแต่เจมิลนำกลุ่ม “ดาบแห่งการชำระแค้น” ต่อต้านกองพลทหารองครักษ์ตูนิส ตอนนี้เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นพลตรี รับหน้าที่บัญชาการกองทหารชาวตูนิส
ภาษาฝรั่งเศสของเจมิลยังไม่ค่อยแข็งแรงนัก เขายังคงใช้ภาษาอาหรับตอบกลับไป:
“นี่เป็นคำสั่งจากปารีสที่ท่านอิสฮากเป็นคนถ่ายทอดมา แถมยังสั่งว่าต้องให้พวกมันไปอยู่แนวหน้าด้วย”
พันเอกนายนั้นถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงทันที:
“ขนาดพวกเรายังทำได้แค่ดูแลงานส่งกำลังบำรุงและเคลียร์พื้นที่รอบนอกสนามรบ แล้วจะให้พวกมันไปแนวหน้างั้นหรือครับ?!”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า กองกำลังที่จะรับผิดชอบการรบแนวหน้าคือกลุ่ม “พี่น้องโรมัน” ที่มาจากฝรั่งเศส ส่วนคนตรงหน้าเขาเหล่านี้ คือคนที่เพิ่งถูกเกณฑ์มาจากชนเผ่าต่างๆ ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา แถมยังเป็นคนที่มีฐานะในชนเผ่าพอสมควรด้วย
ตามกฎการเกณฑ์ทหารฉบับล่าสุด ชนเผ่าใหญ่จะมีโควตา 20-40 คน ส่วนชนเผ่าเล็กมี 10 คน สมาชิกชนเผ่าที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารปราบปรามแอลเจียร์ในครั้งนี้ จะได้รับคะแนนพิเศษในการสอบบรรจุข้าราชการครั้งต่อไป
อืม ก็คือการสอบเข้ารับราชการของตูนิสนั่นแหละ ต้องสอบผ่านการทดสอบนี้เท่านั้น ถึงจะได้เป็นข้าราชการในตูนิส ดังนั้นชนเผ่าต่างๆ จึงแย่งชิงโควตาการเกณฑ์ทหารในครั้งนี้กันจนหัวร้างข้างแตก
“ใครจะไปรู้ว่าพวกใต้เท้าในกรมเสนาธิการเขาคิดอะไรกัน” เจมิลพูดพลางเหลือบมองผู้ใต้บังคับบัญชา “แทนที่จะมาสนใจเรื่องนี้ ท่านเอาเวลาไปคิดหาวิธีฝึกพวกไร้น้ำยานี่จะดีกว่านะ”
แม้ว่ากองทหารตูนิสจะมีระดับพลังรบแค่ระดับกากเมื่อเทียบกับกองทัพประจำการของฝรั่งเศส แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนมากว่าหนึ่งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารบางคนที่ได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยในฝรั่งเศส พลังรบของพวกเขาก็จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของแอฟริกาเหนืออย่างเหนียวแน่น ดังนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ที่จะดูถูกพวก “ไร้น้ำยา” ในชนเผ่าที่เคยผ่านแค่การฝึกรบแบบดั้งเดิม
“รับทราบครับ ท่านนายพล ผมจะฝึกพวกมันอย่างเต็มที่เลยครับ!” พันเอกนายนั้นยืนตัวตรงรับคำทันที
ในขณะเดียวกัน ที่จังหวัดซูสส์ทางตะวันออกของตูนิส เผ่าวาครูมากำลังจัดพิธีเลี้ยงส่งอย่างยิ่งใหญ่
นักรบ 4 คนของชนเผ่ากำลังจะเดินทางไปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความสงบและตำรวจที่เผ่าโยบารี เพื่อดูแลความปลอดภัยที่นั่น
นี่ถือเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติอย่างยิ่ง นอกจากจะได้รับเงินเดือนสูงลิ่วจากรัฐบาลแล้ว ยังมีอำนาจมากอีกด้วย สำหรับใครก็ตามในเผ่าโยบารีที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พวกเขาสามารถจับกุม สั่งปรับ หรือแม้แต่กักขังชั่วคราวได้
เผ่าโยบารีมีประชากรทั้งหมดกว่า 2,700 คน ตามขนาดนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความสงบยังสามารถจ้างผู้ตรวจการในท้องถิ่นได้อีก 12 คน ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเดือนละ 8 ลีฟร์เช่นกัน ผู้ตรวจการจะทำงานของตัวเองไปตามปกติ ฝึกฝนสัปดาห์ละสองครั้ง แต่ต้องพร้อมรับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่รักษาความสงบตลอดเวลา
อ้อ หากจ้างผู้ตรวจการเชื้อสายยุโรป โควตาก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 คน
เมื่อมีผู้อพยพจากฝรั่งเศสหลั่งไหลเข้ามาในตูนิสอย่างต่อเนื่อง การจะหาคนเชื้อสายยุโรปจึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
หัวหน้าเผ่าเป็นผู้นำพาคนในเผ่าไปส่งนักรบทั้งสี่คนไกลออกไปหลายกิโลเมตรด้วยตัวเอง ต้องรู้ไว้ว่า เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเหล่านี้จะนำรายได้ก้อนโตมาสู่ชนเผ่า ทุกครั้งที่พวกเขาพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายในเผ่าโยบารี ก็จะไปเพิ่มสิ่งที่เรียกว่า “คะแนนสมทบเพื่อความสงบเรียบร้อย” ให้กับเผ่าวาครูมา และคะแนนสมทบนี้สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีที่ชนเผ่าต้องจ่ายได้
หัวหน้าเผ่าคำนวณดูแล้ว ขอเพียง 4 คนนี้จับกุมคดีฝ่าฝืนกฎหมายได้มากพอ ชนเผ่าก็สามารถลดภาษีไปได้ปีละหลายพันลีฟร์เลยทีเดียว!
สามวันหลังจากส่งเหล่านักรบออกไป เผ่าวาครูมาก็ได้รับคำสั่งจากทางการส่วนภูมิภาคว่า เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า ไม่อนุญาตให้ชนเผ่ามีกองกำลังทหารของตัวเองในรูปแบบใดๆ อีกต่อไป
หัวหน้าเผ่าถึงกับร้อนใจ รีบสอบถามเจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งคำสั่งว่า หากไม่มีกองกำลังทหารของเผ่า แล้วถ้ามีโจรบุกมาโจมตีชนเผ่าจะทำอย่างไร?
ฝ่ายหลังยิ้มและบอกเขาว่า เรื่องพวกนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รักษาความสงบคนใหม่ และดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่รักษาความสงบของเผ่าวาครูมาจะมาจากเผ่าอาโบโต ซึ่งเขาจะมาเกณฑ์ผู้ตรวจการแถวนี้ไปบ้าง…
ณ ทำเนียบผู้ว่าการจังหวัดซูสส์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรายงานเรื่องการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความสงบประจำชนเผ่าต่างๆ ให้โจอาน ผู้ว่าการจังหวัดฟัง
โจอานพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดก็เซ็นชื่อและประทับตราส่วนตัวลงบนรายชื่อปึกหนานั้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นถือเอกสารออกไป ผู้ช่วยผู้ว่าการก็เอ่ยกับโจอานด้วยความลังเลเล็กน้อยว่า:
“ท่านผู้ว่าการครับ ตามรูปแบบนี้ ในแต่ละปีทางจังหวัดจะต้องจ่ายเงินเดือนก้อนโตให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความสงบและผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขา สิ่งนี้จะสร้างภาระทางการเงินอย่างหนักให้กับเรานะครับ”
ความหมายที่แฝงอยู่ของเขาชัดเจนมาก ก่อนหน้านี้ชนเผ่ารับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยกันเอง เงินก้อนนี้ไม่จำเป็นต้องจ่ายเลย
โจอานแย้มยิ้มกล่าวว่า: “ข้อแรก นี่คือคำสั่งที่องค์มกุฎราชกุมารทรงลงนามโดยตรง
“ข้อสอง ท่านยังไม่เข้าใจความหมายของมาตรการนี้เลยแม้แต่น้อย ในระยะสั้นอาจจะทำให้รายจ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ไม่เกินครึ่งปี งบประมาณคงเหลือของเราก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก”
“ทำไมล่ะครับ?”
“มาจากสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ดีขึ้นน่ะสิ” โจอานพูดสั้นๆ เขาเชื่อว่าผู้ช่วยผู้ว่าการต้องเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อย่างแน่นอน ปัจจุบันมีเงินลงทุนจำนวนมากจากฝรั่งเศสไหลเข้ามาในตูนิส การที่ชนเผ่าฝ่าฝืนกฎหมาย แอบเก็บภาษีการค้าหรือค่าผ่านทาง หรือแม้แต่ขู่กรรโชกผู้อพยพ ล้วนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าและการบุกเบิกพื้นที่ หากสามารถใช้ประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รักษาความสงบมาควบคุมชนเผ่าได้ อัตราการพัฒนาของตูนิสก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
และความเจริญรุ่งเรืองย่อมนำมาซึ่งรายได้จากภาษีที่มากขึ้น เมื่อเทียบกันแล้ว เงินเดือนของเจ้าหน้าที่รักษาความสงบพวกนั้นไม่นับเป็นอะไรเลย
ผู้ช่วยผู้ว่าการเข้าใจได้ทันที แต่แล้วก็พูดด้วยความกังวลว่า:
“ท่านผู้ว่าการครับ ท่านก็รู้ว่า หากผลประโยชน์ของชนเผ่าเหล่านั้นถูกกระทบ พวกเขาจะไม่ลังเลเลยที่จะฆ่าเจ้าหน้าที่รักษาความสงบที่มา ‘ขัดขวาง’ การหาเงินของพวกเขา”
“ท่านพูดถูก” โจอานพยักหน้า “ดังนั้น องค์มกุฎราชกุมารจึงทรงจัดการให้คนที่มีสถานะในชนเผ่าเหล่านั้นไปที่อันนาบา พวกเขาจะได้เห็นพลังแห่งการทำลายล้างที่นั่น”

0 Comments