ตอนที่ 411 งานเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพของพระนางมารีอองตัวแนตต์
แปลโดย เนสยังเรียกได้ว่า โซดาแอชก็คือ “เครื่องปรุง” ของการผลิตในอุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ การผลิตโซดาแอชในระดับอุตสาหกรรมได้เปิดศักราชใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเคมี และส่งผลกระทบต่อไปยังภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด
และในยุคสมัยนี้ ฝรั่งเศสได้อาศัยผลงานล่าสุดของสองสามีภรรยาลาวัวซีเย ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอุตสาหกรรมเคมีในยุโรปได้ในคราวเดียว!
มารีอานนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้กะทันหัน หันไปมองสามี:
“ที่รัก ฉันได้ยินเปริน่าบอกว่า องค์มกุฎราชกุมารตรัสว่าหลังจากโรงงานกาวเคซีนเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการ จะประทานบรรดาศักดิ์บารอนให้คุณเหรอคะ?”
บรรดาศักดิ์ขุนนางที่ราชวงศ์ประทานดินแดนให้จริงแบบนี้ จัดอยู่ในกลุ่มขุนนางนักดาบ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพวกขุนนางสวมเสื้อคลุมที่ใช้เงินซื้อมา ซึ่งอยู่รั้งท้ายในห่วงโซ่การดูถูกของพวกขุนนาง โดยปกติแล้วมักจะใช้เพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับคนจำนวนหยิบมือที่มีผลงานยิ่งใหญ่เท่านั้น
ลาวัวซีเยยิ้มและพยักหน้า:
“ผมตั้งใจจะทำเซอร์ไพรส์คุณ ไม่คิดเลยว่าคุณจะหูตาไวขนาดนี้”
มารีอานโอบคอเขาด้วยความดีใจทันที กระโดดโลดเต้นราวกับเด็กสาว:
“แบบนี้ ต่อไปพวกเราก็จะเป็น ‘ชนชั้นสูง’ ในสายตาคนอื่นแล้วสินะ ฮ่าๆ”
ลาวัวซีเยหัวเราะ “แต่ถ้าเป็นแบบนั้น คุณก็ต้องไปสังสรรค์กับพวกคุณหญิงคุณนายในพระราชวังแวร์ซายบ่อยๆ แล้วนะ”
“ฉันจะหลบอยู่ในห้องทดลอง แกล้งทำเป็นไม่ได้รับคำเชิญก็แล้วกัน”
มารีอานกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ จู่ๆ ก็กอดสามีแน่น แนบชิดริมฝีปากที่ข้างหูเขาแล้วกระซิบด้วยความเขินอาย:
“งั้น พวกเราก็ต้องรีบจัดการเรื่องทายาทสืบทอดบรรดาศักดิ์บารอนแล้วใช่ไหมคะ?”
“แน่นอนสิ!”
ลาวัวซีเยเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ ก็อุ้มภรรยาขึ้นมาในอ้อมแขน ก้มหน้าลงจุมพิตเธอ…
วันที่ 2 พฤศจิกายน 1789
วันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพครบรอบ 34 พรรษาของพระนางมารีอองตัวแนตต์
ในประวัติศาสตร์เดิม ตอนนี้มารี อองตัวแนตต์และครอบครัวของพระนางกำลังถูกคุมตัวโดยชาวเมืองฝรั่งเศสที่ลุกฮือปฏิวัติ เดินทางออกจากพระราชวังแวร์ซายอย่างน่าเวทนา เพื่อไปพำนักที่พระราชวังตุยเลอรีที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปีและทรุดโทรมอย่างหนัก
แต่ในเวลานี้ พระนางประทับอยู่ในห้องแต่งตัวของพระองค์ ฟังเสียงบรรเลงดนตรีที่อยู่ด้านข้าง ห้อมล้อมไปด้วยช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และนางกำนัล 7 คน กำลังเตรียมชุดฉลองพระองค์สำหรับงานเลี้ยงวันพระราชสมภพด้วยความเบิกบานพระทัย
ท่ามกลางเสียงเคาะประตู นางกำนัลได้นำทางบรีแยนเดินเข้ามา
อัครมหาเสนาบดีโค้งคำนับให้พระนางมารีอองตัวแนตต์ที่ประทับอยู่หน้ากระจก เอ่ยชื่นชมก่อนเป็นอันดับแรก:
“ฝ่าบาท พระผู้เป็นเจ้าทรงรวบรวมความหรูหราและความงดงามของทั้งโลกมาไว้ที่พระองค์เพียงผู้เดียวหรือพ่ะย่ะค่ะ? พระองค์จะต้องทำให้ผู้หญิงทั้งปารีสอิจฉาจนแทบหยุดหายใจอย่างแน่นอน
“อืม ฝ่าบาท ขอประทานอภัยที่กระหม่อมต้องรบกวนพระองค์สักครู่พ่ะย่ะค่ะ”
เขาพูดพลางวางเอกสารฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะกลมตัวเล็กด้านข้าง:
“นี่คือร่างแก้ไขขั้นสุดท้ายของสนธิสัญญาฉบับนั้น ซึ่งต้องการให้พระองค์ทรงลงพระนามาภิไธยโดยเร็วที่สุด ฝ่าบาทก็ทรงทราบดีว่า อีกห้าวันจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่ท่าเรือเลออาฟวร์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบใจสำหรับคำชมของเจ้า” พระนางมารีอองตัวแนตต์แย้มพระสรวลและพยักพระพักตร์ ทรงรับปากกาขนนกมาลงพระนามาภิไธยที่ท้ายเอกสาร
สำหรับเนื้อหาข้างใน พระนางทรงทราบรายละเอียดจากมกุฎราชกุมารตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว สนธิสัญญานี้เป็นประโยชน์ต่อฝรั่งเศสอย่างมาก ไม่สิ ควรจะบอกว่ากอบโกยผลประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ถึงจะถูก
พระนางทรงถอนหายใจในพระทัย ลูกชายของพระนางช่างเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ ครั้งนี้แค่ลงทุนในตะวันออกไกลไปเพียงน้อยนิด ก็แลกกับการที่อังกฤษยุติการแทรกแซงแอฟริกาเหนือได้ แถมยังทำให้อังกฤษรับปากจะเลิกคุ้มครองไอ้คนที่ยุยงปลุกปั่นให้เกิดการก่อกบฏในคอร์ซิกา รวมถึงผลพลอยได้อื่นๆ ที่พระนางก็ยังไม่ค่อยเข้าพระทัยนัก…
พระนางส่งเอกสารคืนให้บรีแยน สายตาทอดมองไปรอบห้องแต่งตัวที่คึกคัก รอยยิ้มบนพระพักตร์ยิ่งเบ่งบาน หากไม่ใช่เพราะโจเซฟคอยช่วยจัดการงานราชการเหล่านี้ให้ บางทีตอนนี้พระนางคงยังต้องมานั่งหารือกับพวกขุนนางว่าจะรับมือกับปัญหาในแอฟริกาเหนืออย่างไร จะได้มานั่งเสวยสุขกับความผ่อนคลายและสบายใจแบบนี้ได้อย่างไร?
พระนางมารีอองตัวแนตต์ทอดพระเนตรส่งบรีแยนเดินออกไป ทรงทำท่าทางหน้ากระจก ชี้ไปยังกรงนกสีทองขนาดเท่าลูกมะพร้าวที่อยู่ด้านข้าง แล้วตรัสกับช่างทำผมว่า:
“ตอนนี้ข้าสวมเจ้านั่นได้แล้วใช่ไหม?”
“ได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”
พระราชินีทรงปัดสวิตช์เล็กๆ บนกรงนก นกไนติงเกลโลหะในกรงก็กระพือปีกโผล่หัวออกมา ส่งเสียงร้อง “จิ๊บๆ”
“อา! ช่างสมบูรณ์แบบอะไรเช่นนี้!” ช่างทำผมสะบัดผ้าเช็ดหน้าไหม พลางเอ่ยชมอยู่ด้านข้าง “พระหัตถ์ขององค์กษัตริย์จะต้องได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้าแน่ๆ พ่ะย่ะค่ะ!”
ใช่แล้ว เครื่องประดับผมกรงนกไขลานชิ้นนี้ คือของขวัญวันเกิดที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงมอบให้กับพระมเหสี หมุนอัตโนมัติ เปิดประตูได้ นกจักรกลที่เหมือนจริงจนขยับได้ทั้งตัว แถมยังส่งเสียงร้องได้เป็นสิบๆ แบบ มีความซับซ้อนมากกว่านาฬิกาที่แม่นยำที่สุดในยุคนี้หลายเท่านัก
ไม่นานนัก เสียงดนตรีอันไพเราะและร่าเริงก็ดังแว่วมาจากทางพระราชวังแวร์ซาย
พระนางมารีอองตัวแนตต์ลุกขึ้นยืน ชื่นชมชุดฉลองพระองค์สุดหรูหราของพระองค์ด้วยความพอพระทัย จากนั้นก็ทรงทูนกรงนกที่กำลังหมุนช้าๆ ไว้บนพระเศียร แล้วเสด็จไปยังโรงละครของราชสำนัก
ในขณะที่พระราชวังแวร์ซายกำลังเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพของพระราชินี เรือรบชั้น 3 “เอแจ็กซ์” ของราชนาวีอังกฤษก็กำลังแล่นผ่านอ่าวบิสเคย์ที่มีเมฆดำทะมึน จุดหมายปลายทางของมันคือคาบสมุทรอินเดียอันไกลโพ้น
ในห้องพักนายทหารเล็กๆ ที่ชั้นสองของเรือรบ มาร์ควิสเวลสลีย์จุดไปป์แล้วสูบเข้าปอดลึกๆ
หลังจากลงจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก็ไม่มีใครมาคอยประจบประแจงตีสนิทเขาอีก กลับทำให้เขาได้สัมผัสกับความสงบที่หาได้ยากยิ่ง
เขาหยิบแผนที่บริเวณโดยรอบไมซอร์ที่พกติดตัวออกมา กางลงบนโต๊ะ แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อ
นั่นคือจดหมายจากคอร์นวอลลิส ผู้ว่าการอินเดีย เพิ่งถูกส่งมาถึงลอนดอนเมื่อวานซืน เนื้อหาในนั้นรายงานสถานการณ์การรบในอินเดียอย่างละเอียด
มาร์ควิสเวลสลีย์อดขมวดคิ้วไม่ได้ ความรู้สึกหงุดหงิดและกระวนกระวายพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ เขานึกถึงสิ่งที่คอร์นวอลลิสพูดถึง “ป้อมปราการแบบง่าย” ที่ชาวไมซอร์สร้างขึ้น
ก่อนขึ้นเรือ เขายังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ทันทีที่เขาเดินทางไปถึงอินเดีย ชาวไมซอร์ที่ไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฝรั่งเศสจะต้องถูกเขาบดขยี้ในเร็ววัน
ทว่า หลังจากขบคิดอย่างจริงจังมาทั้งวัน ในที่สุดเขาก็ค้นพบว่า ไม่มีวิธีรับมือกับ “ป้อมปราการ” แบบนั้นได้เลย
เขาอาจจะต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้งในอินเดีย…
ประเทศอังกฤษ ลอนดอน
บนถนนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพระราชวังเซนต์เจมส์ รถม้าสีดำคันหนึ่งกำลังควบตะบึงผ่านไป
บนรถ ชายชราผมขาววัยหกสิบกว่าปีมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยปากขึ้น:
“วินด์แฮม ข้าก็ยังคงคิดว่า การเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเวลานี้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดเลย”
ชายหนุ่มเบ้าตาลึก ใบหน้ามีเค้าโครงของชาวสกอตเล็กน้อยผู้นั้น ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ของอังกฤษ ลอร์ดวิลเลียม วินด์แฮม เกรนวิลล์
เกรนวิลล์เผยรอยยิ้มซื่อๆ:
“ท่านลุง ท่านดูสิ ตอนนี้นายกรัฐมนตรีของเราจำเป็นต้องสงบความโกรธแค้นของพรรควิก และข้าก็เกรงว่าข้าจะเป็นตัวเลือกเพียงคนเดียวของเขาแล้ว”
หลังจากผ่าน “ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศถึงสองคนติดต่อกัน ทั้งดยุกแห่งลีดส์และมาร์ควิสเวลสลีย์ วิลเลียม พิตต์ผู้ลูกก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมหาศาลจากพรรควิกในคณะรัฐมนตรี ดังนั้น เขาจึงเตรียมที่จะแต่งตั้งคนของพรรควิกให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ เพื่อเป็นการประนีประนอมกับพรรควิก
แต่เขาก็ยังเล่นแง่ คนที่เขาเลือกออกมากลับเป็นสมาชิกของตระกูลเกรนวิลล์ที่มีความสัมพันธ์ฉันพันธมิตรกับตระกูลของตนเอง และในขณะเดียวกันก็ยังเป็นสหายรักของเขา ลอร์ดเกรนวิลล์

0 Comments