You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

บทสนทนาในห้องตรวจยังคงดำเนินต่อไป เฉิงอวี้เฟินเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความลำบากใจว่า “พี่สะใภ้ คนไข้ของฉันก็มีแต่ชาวบ้านธรรมดาทั้งนั้น จะไปมีเส้นสายหาซื้อวิทยุได้ยังไงล่ะ ฉันก็ให้คูปองอุตสาหกรรมพี่ไปแล้วไม่ใช่เหรอ เราก็รอไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก็คงถึงคิวเราเองแหละ”

“อวี้เฟิน เธอพูดแบบนี้ฉันไม่ชอบฟังเลยนะ ถ้าให้รอคิว ฉันจะถ่อมาหาเธอถึงนี่ทำไมล่ะ พี่ก็ไม่ได้อยากจะทวงบุญคุณหรอกนะอวี้เฟิน แต่สมัยก่อนที่พ่อผัวแม่ผัวยอมให้เด็กผู้หญิงอย่างเธอได้เรียนหนังสือ พี่ชายเธอก็ทำงานหาเงินส่งเสียเธอแทบตาย ตอนนี้ชีวิตเธอสุขสบายแล้ว ได้เงินเดือนทุกเดือน แต่เธอดูพี่ชายเธอสิ ไอ้คนไม่ได้เรื่อง ลูกชายจะแต่งงานแท้ๆ แต่วิทยุสักเครื่องยังหามาให้ไม่ได้ แบบนี้มันน่าขายหน้าชาวบ้านเขาไหมล่ะ”

เฉิงอวี้เฟินโกรธจนหน้าดำหน้าแดง หลายปีมานี้ เธอคอยช่วยเหลือจุนเจือบ้านเดิมมาตั้งเท่าไหร่แล้ว ทั้งเรื่องซ่อมแซมบ้าน ทั้งเรื่องเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่เฒ่า มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ใช่เงินของเธอ ตอนนี้แม้แต่งานแต่งของหลานชาย เธอก็ยังต้องเป็นคนออกเงินให้ แถมออกเงินอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องคอยสนองความต้องการของพวกเขาทุกอย่างอีก เธอเองก็สุดจะทนแล้วเหมือนกัน

“พี่สะใภ้ ฉันยังยุ่งอยู่นะ ไม่มีเวลามาต้อนรับพี่หรอก เรื่องของเฉิงหย่วนฉันช่วยอะไรไม่ได้ พี่ไม่ต้องมาหาฉันที่นี่อีกแล้วนะ”

“อะไรนะ? เธอช่วยไม่ได้งั้นเหรอ เฉิงอวี้เฟิน เธออย่ามาเล่นลิ้นกับฉันหน่อยเลย ทั่วทั้งอำเภอมีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของเธอ ตอนนี้ชีวิตเธอสุขสบายแล้ว คิดจะทิ้งครอบครัวสกุลเฉิงของเรา แล้วไปเสวยสุขอยู่คนเดียวงั้นเหรอ ฝันไปเถอะฉันจะบอกให้นะ วันนี้เรื่องนี้เธอต้องจัดการให้ได้ ถ้าไม่ได้ฉันก็จะไม่ยอมกลับ”

บรรดาหมอและคนไข้ที่เดินผ่านไปมา พอเห็นมีเรื่องเอะอะโวยวาย ก็พากันมามุงดูอยู่ที่หน้าประตู เพื่อนร่วมงานของเฉิงอวี้เฟินในโรงพยาบาลก็รีบเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย

“โธ่เอ๊ย พี่สะใภ้ คนครอบครัวเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงมาทะเลาะกันใหญ่โตได้ล่ะ หมอเฉิงหลายปีมานี้ก็คอยระลึกถึงบุญคุณของบ้านเดิมอยู่เสมอนะ เราไม่ควรพูดจาทำร้ายน้ำใจกันแบบนี้นะ จริงไหม?”

“ใช่ๆ หมอเฉิงก็เป็นแค่หมอ จะไปก้าวก่ายเรื่องของสหกรณ์ได้ยังไง อีกอย่างของที่พี่อยากได้น่ะ ขนาดท่านผู้นำในอำเภอก็ยังต้องรอของเลย ที่นี่มีแต่คนไข้ มีอะไรก็กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่าไหมพี่สะใภ้”

หวังจินเอ๋อ พี่สะใภ้ของเฉิงอวี้เฟิน พอเห็นว่ามีแต่คนเข้าข้างเฉิงอวี้เฟิน ก็ทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้น สองมือตบหน้าขาตัวเองดังฉาดๆ

“โอ๊ย ตายแล้ว โรงพยาบาลรังแกคนกันใหญ่แล้วจ้า ครอบครัวสกุลเฉิงของเรา ยอมทนกินแกลบกินรำเพื่อส่งเสียให้ได้เป็นหมอใหญ่ แต่ตอนนี้กลับไม่ไยดีพวกเราแล้วจ้า แกมันไอ้คนเนรคุณ หลานชายแท้ๆ ของแกนะเฉิงอวี้เฟิน แกจะยอมทนดูหลานชายตัวเองแต่งงานไม่ได้งั้นเหรอ จิตใจแกทำไมถึงได้โหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้!”

เฉิงอวี้เฟินโกรธจนตัวสั่นไปหมด เธอเป็นคนอารมณ์ดีมาโดยตลอด ไม่เคยโมโหใส่ใครเลย พี่สะใภ้คนนี้ปกติก็ทำตัวดีกับเธอ แต่พอเธอไม่ยอมทำตามที่ขอ ก็จะเริ่มลงไปนอนชักดิ้นชักงออาละวาดทันที พอนึกถึงสามีและลูกๆ ที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ ครั้งนี้ไม่ว่าจะยังไง เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างอีกแล้ว

“ต่อให้ฉันจะเป็นคนเนรคุณก็เถอะ เรื่องนี้ฉันก็ทำให้ไม่ได้จริงๆ ฉันทำงานเป็นหมอรักษาคนไข้อยู่ในโรงพยาบาลด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยมีผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่เคยร้องขออะไรจากคนไข้เลย พี่อย่ามาทำตัวไร้เหตุผลที่นี่ได้ไหม ถึงพี่จะไม่กลัวเสียหน้า แต่ก็ช่วยเห็นแก่หน้าเฉิงหย่วนบ้างเถอะ”

หวังจินเอ๋อพอได้ยินแบบนั้น ก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที เงื้อฝ่ามือเตรียมจะตบเฉิงอวี้เฟิน

“อีนังคนเนรคุณ นังตัวขาดทุนจิตใจทราม แกมันทนเห็นครอบครัวเราได้ดีไม่ได้ใช่ไหม ถ้าลูกชายฉันแต่งงานไม่ได้ แกที่เป็นอาของมันก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย ไอ้คนไร้จิตสำนึก ถุย!”

คำพูดพวกนี้ช่างหยาบคายและระคายหูสิ้นดี ไม่เพียงแต่หมอในโรงพยาบาลที่ได้ยินแล้วต้องขมวดคิ้ว แม้แต่คนไข้ที่มายืนดูเรื่องสนุกก็ยังอดไม่ได้ที่จะซุบซิบนินทา นิสัยใจคอของหมอเฉิงเป็นยังไง พวกเขาทุกคนต่างก็รู้ดี พี่สะใภ้ของเธอคนนี้ ชัดเจนเลยว่าเป็นพวกชอบเอาเปรียบคนอื่นจนเคยตัว

เสิ่นเมิ่งส่งเซี่ยจิ้งห่าวและเด็กๆ ขึ้นเกวียนวัวที่หน้าประตูเสร็จสรรพ พอหันหลังกลับมา ก็ต้องมาเห็นฉากละครฉากใหญ่ เธอไม่ได้เข้าไปยุ่งในทันที แน่นอนว่าเธอตั้งใจจะรอให้เรื่องราวมันบานปลายจนดูไม่ได้เสียก่อนค่อยเข้าไปจัดการ การที่เสนอหน้าเข้าไปยุ่งก่อนมักจะไม่ได้ราคาดีหรอก

เฉิงอวี้เฟินที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก พอมาเจอเสิ่นเมิ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้เธอได้ในตอนนี้ ถึงจะทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง ใครบ้างจะไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย การมีเพื่อนเป็นหมอ แถมยังมีเส้นสาย วันข้างหน้าไม่ว่าเธอจะทำอะไร มันก็ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น

“หมอเฉิง เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ?”

“อุ๊ย คุณก็มาหาหมอเฉิงเหมือนกันเหรอ ฉันจะบอกอะไรให้นะ… บลาๆๆๆ แล้วก็มีนะ… บลาๆๆๆ”

เสิ่นเมิ่งพยักหน้าทำทีเป็นเข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วพูดว่า “อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง เรื่องนี้จริงๆ แล้วฉันมีวิธีจัดการนะ”

หวังจินเอ๋อที่กำลังเต้นเร่าๆ ด้วยความโกรธ พอได้ยินดังนั้น ก็รีบหันขวับมามองเสิ่นเมิ่งทันที ใบหน้าที่เคยดุดันราวกับยักษ์มาร ก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงในพริบตา

“แม่หนู หนูมีวิธีจริงๆ เหรอ หนูคงไม่ได้กำลังหลอกฉันเพื่อจะช่วยไอ้คนเนรคุณนี่หรอกนะ ฉันไม่ใช่คนหลอกง่ายๆ หรอกนะ!”

เฉิงอวี้เฟินร้อนรนใจ เธอไม่เคยคิดจะหาผลประโยชน์จากคนไข้หรือญาติคนไข้เลยสักนิด เพราะมันขัดกับอุดมการณ์การเป็นหมอของเธอ ที่โรงพยาบาลเก่าที่เธอเคยทำงาน ก็เป็นเพราะมีหมอบางคนที่ทำตัวไม่ถูกต้อง แถมยังพยายามจะดึงเธอไปร่วมวงด้วย เธอรู้สึกรังเกียจเป็นอย่างมาก ก็เลยตัดสินใจกลับมาทำงานที่บ้านเกิด ตลอดหลายปีมานี้ เธอไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรมของตัวเองเลยสักครั้ง แล้วยิ่งมาอยู่ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เธอจะยอมทำลายชื่อเสียงของตัวเองไปได้ยังไง

“สหายคะ ขอบคุณในความหวังดีของคุณนะ แต่เรื่องนี้ฉันมีความคิดของฉันเอง ฉันเป็นหมอ จะไปเอาเปรียบคนไข้และญาติคนไข้ไม่ได้เด็ดขาด หวังว่าสหายจะเข้าใจนะคะ”

“เฉิงอวี้เฟิน แกหุบปากไปเลยนะ เรื่องนี้แม่หนูเขาเป็นคนเสนอตัวมาเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับแก แกอย่ามาทำเป็นพูดจาเอาหน้าหน่อยเลย ไม่มีใครเขาอยากจะสนใจแกหรอก”

หวังจินเอ๋อสลัดตัวออกจากคนที่กำลังประคองอยู่ แล้วรีบเข้าไปหาเสิ่นเมิ่งด้วยความดีใจ

“แม่หนู ที่หนูพูดเมื่อกี้เป็นความจริงเหรอ? หนูมีวิธีหาซื้อวิทยุได้จริงๆ เหรอ?”

คำพูดที่พูดโพล่งออกมาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ ช่างไร้สมองสิ้นดี ถ้าเกิดไปเข้าหูเจ้านายของเสิ่นเมิ่ง หรือคนขี้ฟ้องเข้าล่ะก็ มีหวังเสิ่นเมิ่งต้องโดนข้อหาลักลอบค้าขายเพื่อเก็งกำไรแน่ๆ

“คุณพี่พูดแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ การจะหาซื้อวิทยุมันก็ต้องต่อคิวตามระเบียบของเบื้องบนสิ ที่ฉันบอกว่าจัดการได้ ก็เพราะว่าฉันมีวิทยุอยู่เครื่องหนึ่ง ฉันสามารถแบ่งให้พี่ได้ ที่บ้านพี่กำลังจะมีงานมงคล จะไปบีบบังคับหมอเฉิงให้ลำบากใจก็คงไม่ดีหรอก ก็คนกันเองทั้งนั้น ทะเลาะกันใหญ่โตมันจะเสียน้ำใจกันเปล่าๆ นะจ๊ะ”

หวังจินเอ๋อก็เป็นคนหัวหมอ พอได้ยินคำพูดของเสิ่นเมิ่ง ก็หันขวับไปคว้ามือเฉิงอวี้เฟิน แล้วก็เริ่มพูดจาขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน เสิ่นเมิ่งเห็นแล้วก็อดเดาะลิ้นด้วยความทึ่งไม่ได้ บางทีเธอก็แอบนับถือคนแบบนี้นะ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนก็กล้าหน้าด้านได้ตลอด

“อวี้เฟินเอ๊ย พี่สะใภ้ผิดเอง พี่สะใภ้ขอโทษเธอนะ ที่นี่ไม่ใช่ที่คุยกัน ไปๆๆ ไปคุยกันในห้องตรวจของเธอดีกว่า แม่หนูก็ไปด้วยกันสิ หึๆ เราไปคุยเรื่องวิทยุกันดีกว่านะ”

“ดีสิจ๊ะ!” เสิ่นเมิ่งก็ยิ้มรับ

มีเพียงเฉิงอวี้เฟินเท่านั้นที่ทำหน้าปั้นยาก แม้ใจจริงเธอจะไม่อยากเข้าไป แต่ก็ไม่อยากจะตกเป็นเป้าสายตาให้คนหัวเราะเยาะ หมอและพยาบาลที่สนิทกันก็ช่วยไล่คนให้แยกย้ายกันไป แล้วก็ช่วยปิดประตูห้องตรวจให้พวกเธอทั้งสามคน

เสิ่นเมิ่งเดินวนดูรอบๆ ห้องตรวจอยู่หนึ่งรอบ ก่อนจะถือวิสาสะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ของหมอเฉิงหน้าตาเฉย การกระทำนี้ทำเอาอีกสองคนที่เหลือถึงกับอึ้งไปเลย

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note