ตอนที่ 76 ตกเป็นเหยื่อ
แปลโดย เนสยังไข่ของสัตว์อสูร นอกจากบางชนิดที่คล้ายกันมากๆ แล้ว ส่วนใหญ่ก็สามารถแยกแยะได้ง่ายๆ ทั้งนั้น
ไข่สัตว์อสูรที่อยู่ในมือของผีค้นสมบัติเป็นสีเทาอมเหลือง แถมสีเหลืองยังเป็นรูปวงกลมอีกด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าสัตว์อสูรที่อยู่ข้างในก็คือสายพันธุ์เดียวกันกับมันนั่นแหละ
เฉียวซางใจหายวาบ
หรือว่ามันจะเหมือนกับดอกตูมเหลืองเมื่อกี้ ที่อยากจะให้ไข่ใบนี้ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับมันมาเป็นสัตว์อสูรของเธอ?
แต่เธอไม่เคยคิดจะเอาสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณมาอยู่ในตัวเลือกเลยนะ
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกอสูรหน้าใหม่เลย ต่อให้เป็นผู้ฝึกอสูรระดับโปรบางคนก็ยังไม่กล้าทำสัญญากับสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณเลยด้วยซ้ำ
ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรธาตุไฟที่มีนิสัยดุร้าย
สัตว์อสูรธาตุไฟเวลาโกรธ อย่างน้อยก็แสดงออกให้เห็นชัดเจน มองแวบเดียวก็รู้แล้ว
แต่สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณเวลาโกรธ ภายนอกอาจจะดูไม่ออกเลยก็ได้
แต่พอลับหลังล่ะก็ หาทางแกล้งคนได้แบบไม่เกรงใจใครเลยล่ะ
วิธีแกล้งคนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของมันนั่นแหละ
ถ้าเป็นผีค้นสมบัติล่ะก็ ขโมยกระดาษทิชชู่ตอนเข้าห้องน้ำ หรือขโมยเสื้อผ้าตอนอาบน้ำเนี่ย เป็นเรื่องที่มันทำได้สบายๆ เลย
เฉียวซางแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น เดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น
ผีค้นสมบัติเห็นแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม มันพยักหน้าส่งซิกให้กับเงาดำสายหนึ่งที่อยู่บนอากาศด้านขวาบน
หลังจากได้รับสัญญาณ เงาดำสายนั้นก็ส่งสัญญาณต่อไปยังเงาดำอีกสองสาย ก่อนที่เงาดำทั้งสามสายจะพุ่งกระจายไปคนละทิศคนละทาง
เฉียวซางยังเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าว ผีค้นสมบัติก็มาโผล่ขวางหน้าเธออีกแล้ว
เธอยังไม่ทันจะได้หลบ ผีค้นสมบัติก็เปลี่ยนมาถือไข่สัตว์อสูรไว้ในมือซ้ายแทน
แขนขาของมันสั้นป้อม แต่ละข้างมีนิ้วสั้นๆ อยู่สามนิ้ว
ผีค้นสมบัติใช้มือซ้ายประคองไข่สัตว์อสูรไว้ ส่วนมือขวาก็ชูนิ้วสั้นๆ นิ้วหนึ่งขึ้นมากระดิกไปมาตรงหน้าเฉียวซาง
เฉียวซางงุนงง
นี่มันหมายความว่าไงเนี่ย?
ราคาของไข่ใบนี้งั้นเหรอ?
100,000 หรือ 1,000,000 เหรียญ?
ในขณะที่เฉียวซางกำลังพยายามทำความเข้าใจความหมายอยู่นั้น นิ้วสั้นๆ ของผีค้นสมบัติก็จิ้มทะลุไข่สัตว์อสูรไปอย่างแรง
เฉียวซาง: “…!”
ไข่สัตว์อสูรเป็นรูโหว่ เผยให้เห็นนิ้วสีเทาสั้นจู๋โผล่ออกมาจากรูนั้น จากนั้นรอยร้าวก็เริ่มขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
ไม่นานไข่ก็แตกออกเป็นสองซีก ผีค้นสมบัติเวอร์ชันมินิขนาดประมาณ 20 เซนติเมตร กะพริบตาปริบๆ จ้องมองมาที่เฉียวซาง
สองวินาทีต่อมา
“จ๊วบ~”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยกางแขนออก ร้องอ้อนเสียงหวาน
เฉียวซางยืนอึ้งเป็นรูปปั้น
นี่มันคงไม่ได้คิดว่าเธอเป็นแม่ของมันหรอกนะ…
พอเห็นเฉียวซางไม่ยอมอุ้ม ผีค้นสมบัติตัวน้อยก็เบะปาก น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นสาย
ผีค้นสมบัติตัวโตยิ้มเยาะอย่างได้ใจ ก่อนจะเบะปาก แล้วแหกปากร้องไห้โฮออกมาดื้อๆ ซะงั้น
“จ๊วบ!”
“จ๊วบ!”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันหันมามอง
ภาพที่เห็นคือ ผีค้นสมบัติตัวโตกับตัวเล็กกำลังร้องไห้ฟูมฟายใส่เด็กสาวคนหนึ่งอยู่
เห็นแบบนี้ ใครๆ ก็ต้องคิดว่าพวกมันมีความเกี่ยวข้องกันแน่ๆ
เฉียวซางมองดูผีค้นสมบัติสองตัวที่กำลังร้องไห้ จะเดินหนีก็ไม่ได้ จะอยู่ต่อก็ทำตัวไม่ถูก
ผีค้นสมบัติตัวน้อยเพิ่งจะเกิดมา ยังไม่ทันได้ซึมซับสารอาหารอะไรเลย ร้องไห้ได้สมจริงมาก ราวกับโดนรังแกมาอย่างหนัก
ไม่นานเสียงร้องของมันก็เริ่มเบาลง เหมือนจะหมดแรงร้องแล้ว
เฉียวซางสมองรวน วางหมาเขี้ยวไฟลง แล้วอุ้มผีค้นสมบัติตัวน้อยขึ้นมา
หมาเขี้ยวไฟ: “…”
ผีค้นสมบัติตัวน้อยหยุดร้องไห้ทันที แต่ในตายังมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่
ส่วนผีค้นสมบัติตัวโตก็ยังคงแหกปากร้องไห้ต่อไป
ไม่นาน พนักงานชายผมสีทองก็เดินเข้ามาถาม “เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย?”
ผีค้นสมบัติตัวโตลอยเข้าไปหาพนักงาน ชูเศษเปลือกไข่ให้ดู สลับกับมองไปทางเฉียวซาง แล้วร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้น
“จ๊วบ!”
“จ๊วบๆ!”
“จ๊วบๆ!”
เฉียวซาง: “…”
เห็นแบบนี้ก็เข้าใจได้ทันทีเลยล่ะ
ผีค้นสมบัติตัวนี้ตั้งใจจะตบทรัพย์เธอชัดๆ!
ชั่วขณะนั้น เธอรู้สึกว่าผีค้นสมบัติตัวน้อยในมือมันช่างร้อนเป็นไฟ
พนักงานชายผมสีทองยืนดูการแสดงของผีค้นสมบัติเงียบๆ
เขาทำงานที่นี่มาสามปีแล้ว ถึงจะไม่ได้รู้จักสัตว์อสูรทุกตัวในฐานเพาะพันธุ์ทะลุปรุโปร่ง แต่ก็พอจะรู้เรื่องราวอยู่บ้าง
โดยเฉพาะพวกสัตว์อสูรที่ขายไม่ออกจนต้องตกค้างอยู่ในฐาน…
สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณทั้งแพงทั้งนิสัยประหลาด ไม่ค่อยมีผู้ฝึกอสูรคนไหนยอมควักกระเป๋าจ่ายแพงๆ เพื่อทำสัญญากับพวกมันหรอก
ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรที่ขายออกยากที่สุด พวกมันก็มักจะสรรหาสารพัดวิธีมาบีบบังคับให้ผู้ฝึกอสูรที่มันถูกชะตา ยอมทำสัญญากับตัวมันเองหรือเพื่อนร่วมสายพันธุ์ของมัน
ผีค้นสมบัติตัวนี้ก็ก่อเรื่องแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ทุกครั้งมันก็จะเอาไข่สัตว์อสูรที่ใกล้จะฟักมาใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นฝีมือของผู้ฝึกอสูรที่ทำไข่แตก
สัตว์อสูรส่วนใหญ่มักจะยึดติดกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกตั้งแต่เกิดมา พอเห็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกตอนลืมตาดูโลก ก็จะเกิดความผูกพันและรู้สึกดีด้วย
ผีค้นสมบัติก็ไม่มีข้อยกเว้น
ผีค้นสมบัติตัวนี้จะเลือกเหยื่อเฉพาะผู้ฝึกอสูรหญิงเท่านั้น เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะใจอ่อน ทนเห็นสัตว์อสูรตัวน้อยๆ มาร้องไห้ใส่ไม่ได้
ถ้าเกิดไปเจอผู้ฝึกอสูรหญิงที่มีกำลังทรัพย์พอดี ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อแผนการของมันได้ง่ายๆ
ทางฐานเพาะพันธุ์ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยอยู่แล้ว ทุกครั้งที่ผีค้นสมบัติก่อเรื่องแบบนี้ พวกเขาก็จะผสมโรงช่วยขายลูกสัตว์อสูรไปด้วยเลย
ก็แหม ถ้าขายได้ มันก็วิน-วินทั้งสองฝ่ายนี่นา
“คุณผู้หญิงครับ เราไปคุยกันข้างนอกดีไหมครับ?” พนักงานชายผมสีทองเอ่ยถาม
เมื่อเห็นคนเริ่มมุงดูเยอะขึ้นเรื่อยๆ เฉียวซางก็ตอบตกลง
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในออฟฟิศแห่งหนึ่ง ข้างในมีชายวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี สวมชุดพนักงานนั่งอยู่
ชายวัยกลางคนเห็นผีค้นสมบัติทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ก็รู้เรื่องทันที
ถึงพนักงานทั้งสองคนจะรู้กันอยู่แก่ใจ แต่พนักงานชายผมสีทองก็ยังแกล้งทำเป็นรายงานสถานการณ์ให้ฟัง
ชายวัยกลางคนกระแอมไอเบาๆ แล้วพูดว่า “คุณผู้หญิงครับ ไข่สัตว์อสูรใบนี้มีลูกค้าจองไว้แล้ว คุณทำแบบนี้ ทางเราก็ขายยากสิครับ”
ผู้ฝึกอสูรส่วนใหญ่ที่ซื้อไข่สัตว์อสูรก็เพื่ออยากให้สัตว์อสูรเห็นหน้าตัวเองเป็นคนแรกตอนฟักออกมา แต่ตอนนี้ดันไปเห็นหน้าคนอื่นก่อนซะแล้ว โอกาสที่จะโดนคืนสินค้าก็มีสูงมาก
เฉียวซางเข้าใจเรื่องนั้นดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้หรอกนะ
“พวกคุณเช็กกล้องวงจรปิดดูได้เลยนะคะ ไข่ใบนี้น่ะฉันไม่ได้เป็นคนทำแตก ผีค้นสมบัติตัวนี้ตั้งใจเอานิ้วจิ้มให้มันแตกต่อหน้าฉันเองต่างหาก” เฉียวซางชี้ไปที่ผีค้นสมบัติข้างๆ แล้วชี้แจง
“จ๊วบ!”
“จ๊วบๆ!”
ผีค้นสมบัติส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ ตีหน้าซื่อตาใส ทำตัวเหมือนโดนใส่ร้าย
ชายวัยกลางคนพูดขึ้น “งั้นเรามาเช็กกล้องวงจรปิดกันเลยครับ”
เขารู้ดีว่า ผีค้นสมบัติต้องเตรียมการมาอย่างดีแล้วแน่ๆ
และก็เป็นอย่างที่คิด กล้องวงจรปิดสามตัวที่ส่องไปบริเวณนั้น ในช่วงเวลาเกิดเหตุกลับมีแต่ภาพหน้าผีของสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณสามตัวโผล่มาบังกล้องไว้มิดเลย
เฉียวซางหันขวับไปมองผีค้นสมบัติที่กำลังแกล้งทำตัวใสซื่ออยู่ข้างๆ
นี่มันมีผู้สมรู้ร่วมคิดด้วยเหรอเนี่ย?!
“คุณผู้หญิงครับ วันนี้คุณตั้งใจจะมาซื้อสัตว์อสูรใช่ไหมครับ?” ชายวัยกลางคนเปลี่ยนเรื่อง ไม่ยอมพูดถึงกล้องวงจรปิดอีก
“ฉันตั้งใจจะมาซื้อไข่สัตว์อสูรน่ะค่ะ” เฉียวซางตอบ
ชายวัยกลางคนยิ้มกริ่ม ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะพูด
เฉียวซางก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน “จะซื้อไข่ซากุระมู่เหมียนน่ะค่ะ”
ชายวัยกลางคนหน้าเจื่อนไปนิดนึง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า “ผมขอพูดจากใจจริงเลยนะครับ สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณน่ะ ตอนยังเป็นไข่อยู่จะขายง่ายกว่า พอฟักออกมาแล้วขายยากมากครับ ผีค้นสมบัติก็เก่งกว่าซากุระมู่เหมียนตั้งเยอะ คุณดูสิ ผีค้นสมบัติตัวน้อยในอ้อมกอดคุณมันชอบคุณขนาดนี้ ไม่ลองพิจารณาเปลี่ยนใจดูหน่อยเหรอครับ?”
คำพูดนี้มีทั้งจริงและเท็จ ปนเปกันไป
ความจริงก็คือ สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณต่อให้ยังเป็นไข่ก็ขายยากอยู่ดีแหละ…
ไม่ใช่แค่นิสัยประหลาดนะ ราคาเองก็เป็นปัจจัยสำคัญเหมือนกัน
สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณหายาก จับตัวยาก
แถมพลังก็แข็งแกร่ง มีแค่ธาตุผีกับธาตุความมืดเท่านั้นที่ข่มมันได้ ราคาของมันก็เลยสูงกว่าสัตว์อสูรทั่วไปเป็นธรรมดา
แต่ในสถานการณ์ที่ขายไม่ออกแบบนี้ การลดราคาก็เป็นเรื่องปกติ
ถึงจะลดราคาแล้วก็ยังไม่มีผู้ฝึกอสูรคนไหนกล้าซื้อไปเลี้ยงอยู่ดี…
เฉียวซางก้มลงมอง
ก็เห็นผีค้นสมบัติตัวน้อยกะพริบตาปริบๆ จ้องมองมาที่เธอตาไม่กะพริบ ราวกับกลัวว่าเธอจะปล่อยมือทิ้งมันไป
เฉียวซางใจสั่นหวิว
นี่มันภาพลวงตา ภาพลวงตา นี่มันภาพลวงตาทั้งนั้น…
(จบตอน)

0 Comments