ตอนที่ 75 ผีค้นสมบัติ
แปลโดย เนสยังภายในฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรมีอุโมงค์ทางเดินมากมาย เมื่อเดินไปจนสุดทางใดทางหนึ่งก็มักจะแยกย่อยออกไปได้อีกหลายเส้นทาง
เรียกได้ว่าซับซ้อนสุดๆ ถ้าไม่มีคนคุ้นเคยนำทางก็คงจะหลงทางได้ง่ายๆ
ผีเสื้อชิงเยว่บินนำหน้าอยู่
มันเห็นได้ชัดว่าชำนาญเส้นทางภายในนี้เป็นอย่างดี มันแทบจะไม่หยุดลังเลเลย บินตรงไปตามเส้นทางหนึ่งทันที
ระหว่างทางผีเสื้อชิงเยว่ก็ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วไม่หยุด แต่น่าเสียดายที่เฉียวซางฟังไม่ออก…
แต่หมาเขี้ยวไฟกลับคุยกับมันอย่างออกรส
จากบทสนทนาของหมาเขี้ยวไฟ เฉียวซางก็พอจะเดาออกว่าผีเสื้อชิงเยว่กำลังพูดอะไรอยู่
ก็คงหนีไม่พ้น “แกก็มาจากที่นี่เหมือนกันเหรอ?”
“ใช่ๆๆ”
“ฉันก็ด้วย” อะไรทำนองนี้แหละ
เลี้ยวไปสามโค้ง เดินผ่านพื้นที่ไปสองโซน ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายที่ผีเสื้อชิงเยว่ตั้งใจจะพามา นั่นก็คือ หอกิจกรรม
ภายในตกแต่งคล้ายกับสวนหย่อม
เมื่อมองไปรอบๆ นอกจากสัตว์อสูรสายมังกรและสายแฟรี่แล้ว สัตว์อสูรธาตุอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด
โดยมีสัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณน้อยที่สุด มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น
รองลงมาคือสัตว์อสูรธาตุไฟ ซึ่งก็มีแค่หลักหน่วยเช่นกัน
ทั่วทั้งหอกิจกรรมนี้ ไม่ต้องดูเรื่องธาตุ เอาแค่เผ่าพันธุ์ ก็มีสัตว์อสูรไม่ต่ำกว่าสิบๆ สายพันธุ์แน่นอน
“สัตว์อสูรส่วนใหญ่ในฐานของเราอยู่ที่นี่หมดครับ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวไหน ก็ลองมาสัมผัสพวกมันใกล้ๆ ดูก่อนตัดสินใจก็ได้ครับ” พนักงานชายที่อยู่ไม่ไกลจากเฉียวซางกำลังอธิบายให้คนหนุ่มสาวสามคนฟัง “สัตว์อสูรที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกอารมณ์ดีกันทั้งนั้น วางใจได้เลยครับ”
เฉียวซางหูดี ได้ยินบทสนทนานั้นพอดี
เธอรู้สึกว่า หยาเป่าของเธอไม่น่าจะเคยมาโผล่ที่นี่นะ…
และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ หมาเขี้ยวไฟในอ้อมกอดของเธอมองไปรอบๆ ด้วยสายตาตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นสุดๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ฝึกอสูรของมันยังอุ้มไว้ล่ะก็ ป่านนี้คงพุ่งพรวดเข้าไปแล้ว
“แต่ก็มีบางจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษนะครับ อย่างเช่น อย่าไปถ่ายรูปนกกระจาบเพลิงตอนที่มันเผลอ แล้วก็หมาเขี้ยวไฟเพียงตัวเดียวในหอนี้ด้วย มันเพิ่งจะอกหักมา ตอนนี้เลยไม่ค่อยมีอารมณ์จะทำอะไร เราก็เลยพามันมาที่นี่เพื่อหวังให้มันอารมณ์ดีขึ้น พวกคุณก็พยายามอย่าไปสวีทกันต่อหน้ามันก็พอครับ” พนักงานชายพูดต่อ
เฉียวซางอึ้งไปเลย
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นหมาเขี้ยวไฟตัวหนึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มพักผ่อนอยู่ใต้โขดหินประดับจริงๆ ด้วย
นี่คงไม่ใช่หนึ่งในตัวที่เคยสู้กันเพื่อแย่งชิงความรักจากหมาเขี้ยวไฟตัวเมียตัวนั้นหรอกนะ…
แล้วอีกตัวนึงล่ะ…
หรือว่าคว้าใจสาวเจ้าไปครองได้สำเร็จแล้ว?
ในขณะที่เฉียวซางกำลังจะเดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อฟังต่อ ผีเสื้อชิงเยว่ก็บินมาขวางหน้าเธออย่างถูกจังหวะพอดี
มันยังจำคำสั่งของผู้ฝึกอสูรของมันได้แม่น
ต้องต้อนรับลูกค้าให้ดี อย่าให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเด็ดขาด
ผีเสื้อชิงเยว่เริ่มอธิบายแนะนำสถานที่นี้อย่างกระตือรือร้น
“เยว่~”
“เยว่เยว่, เยว่, เยว่เยว่”
“เยว่”
เฉียวซาง: “…”
เสียงของพนักงานชายก็เริ่มจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว เฉียวซางเลยเลิกสนใจ อุ้มหมาเขี้ยวไฟเดินเข้าไปในพื้นที่กิจกรรมของสัตว์อสูร
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว สัตว์อสูรตัวสีเขียวก็มายืนขวางหน้าเธอไว้
เฉียวซางจำได้ นี่คือสัตว์อสูรธาตุพืช ดอกตูมเหลือง นั่นเอง
ลักษณะเด่นของมันก็คือมีดอกตูมสีเหลืองที่ยังไม่บานอยู่บนหัว
เมื่อไหร่ที่ดอกตูมบนหัวผลิบาน ก็จะเป็นสัญญาณบอกว่ามันพร้อมที่จะวิวัฒนาการแล้ว
เห็นเพียงมันถือดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ สีเดียวกับดอกตูมบนหัว ยื่นมาตรงหน้าเธอด้วยท่าทางขวยเขิน
เฉียวซางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เชี่ย! ฉากนี้มันคุ้นๆ นะ!
ในขณะที่เฉียวซางกำลังมึนงง ผีเสื้อชิงเยว่ก็ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ช่วยอธิบายความหมายที่ดอกตูมเหลืองต้องการจะสื่อให้ฟัง
“เยว่”
“เยว่เยว่, เยว่”
“เยว่”
เฉียวซาง: “…”
“หยาเป่า ช่วยแปลให้หน่อยสิ” เฉียวซางบอก
หมาเขี้ยวไฟทำหน้าที่ล่ามอย่างตั้งใจ
“โฮ่งโฮ่ง”
“โฮ่ง”
“โฮ่ง”
เฉียวซางถอนหายใจอย่างโล่งอก
ที่แท้ก็แค่อยากมาเป็นสัตว์อสูรของเธอ นึกว่า…
พอเข้าใจความหมายของดอกตูมเหลืองแล้ว เฉียวซางก็รู้สึกปวดใจนิดๆ
ช่างเป็นสัตว์อสูรที่น่าเอ็นดูอะไรขนาดนี้
หน้าตาก็ดี ตาถึง ธาตุก็ใช่
เสียอย่างเดียว เธอไม่มีเงิน…
คูปองแลกไข่สัตว์อสูรจากการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ ใช้แลกได้แค่ไข่สัตว์อสูรเท่านั้น ไม่สามารถแลกเป็นสัตว์อสูรที่ฟักออกมาแล้วได้
ต่อให้เงินค่าพรีเซ็นเตอร์โอนเข้าบัญชีแล้วก็เถอะ ดอกตูมเหลืองตัวนี้ก็ราคาปาเข้าไปตั้ง 500,000 แล้ว
จะให้เธอทุ่มเงินรางวัลกับค่าพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมดไปกับมันจนหมดตัวก็คงไม่ไหวหรอก
“ขอโทษด้วยนะ” เฉียวซางย่อตัวลงตอบปฏิเสธด้วยความรู้สึกผิด
“ตูม~” ดอกตูมเหลืองยิ้มแล้วส่ายหัว ทำท่าเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร
เฉียวซางเห็นแบบนั้นก็ยิ่งปวดใจเข้าไปใหญ่
นิสัยดีขนาดนี้…
หรือจะโทรไปขอให้ซ่งหยวนจ่ายค่าพรีเซ็นเตอร์ล่วงหน้าดีนะ…
ก็แหม ดอกตูมเหลืองตัวนี้มันตรงใจเธอไปซะทุกอย่างเลยนี่นา
การทำสัญญากับสัตว์อสูรถ้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายมันก็ดีที่สุดอยู่แล้ว
แต่ว่าเงินล่ะ…
ในขณะที่เฉียวซางกำลังลังเลตัดสินใจไม่ได้ ดอกตูมเหลืองก็หันหลังเดินไปหาชายหนุ่มอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่
“ตูม~”
ดอกไม้สีเหลืองดอกเดิม กับท่าทางขวยเขินแบบเดิมเป๊ะ
เฉียวซาง: “…”
นี่เธอโดนตกซะแล้วสินะ
สัตว์อสูรที่นี่ส่วนใหญ่อารมณ์ดี ไม่กลัวคน หลังจากได้เล่นกับพวกมันไปหลายตัว เฉียวซางก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
จังหวะที่เธอกำลังจะไปดูนกฮูกน้อยที่อยู่ไม่ไกล หมาเขี้ยวไฟที่อยู่ข้างๆ ก็หยุดเดินกะทันหัน ร่างกายเกร็งแน่น จ้องเขม็งไปที่กิ่งไม้บนต้นไม้ต้นหนึ่ง
เฉียวซางมองตามไป
ก็เห็นสัตว์อสูรสีเหลืองสลับเทาห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้ มันไม่มีปีก ไม่มีขา แต่ส่วนล่างของมันกลับเกาะติดหนึบอยู่กับกิ่งไม้
หัวของมันมีห่วงสีเหลืองล้อมรอบอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีเหลือง มีรูม่านตาสีเทาขนาดเท่าเมล็ดถั่ว
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา มันจึงหันมาสบตาด้วย
เห็นมันแสยะยิ้ม มุมปากโค้งขึ้น ทำหน้าตากวนโอ๊ยสุดๆ
เฉียวซางรีบอุ้มหมาเขี้ยวไฟหมุนตัวเดินกลับทางเดิมทันที
แม่เจ้าโว้ย!
ทำไมที่นี่ถึงมี ผีค้นสมบัติ อยู่ด้วยล่ะ!
ผีค้นสมบัติไม่ได้เป็นแค่สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณสุดประหลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวปัญหาในหมู่สัตว์อสูรสายภูตผีวิญญาณด้วยกันเองอีกด้วย
มันชอบออกตามหาสมบัติ แต่สมบัติของมันไม่ใช่แก้วแหวนเงินทองในสายตามนุษย์หรอกนะ แต่เป็นของแปลกใหม่ที่มันถูกใจต่างหากล่ะ
ตราบใดที่เป็นของที่มันสนใจ มันก็จะหาทางเอามาครอบครองให้ได้
ห่วงสีเหลืองบนหัวมันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามหรอกนะ แต่มันมีไว้เพื่อเก็บของโดยเฉพาะ
ห่วงนั้นเปรียบเสมือนมิติเก็บของขนาดย่อม พอของถูกเก็บเข้าไปในนั้นแล้ว ถ้ามันไม่ยอมเอาออกมาเอง ของชิ้นนั้นก็จะไม่มีวันได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย
ฟังดูเหมือนจะมีประโยชน์ คนที่มีเจตนาแอบแฝงบางคนก็เลยพยายามหาทางทำสัญญากับผีค้นสมบัติ
แต่ผีค้นสมบัติก็มีข้อเสียที่น่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือ มันชอบเก็บแต่ของที่มันสนใจเท่านั้น
ถ้าเกิดผีค้นสมบัติที่ทำสัญญาด้วยมีรสนิยมปกติก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าดันมีรสนิยมวิปริตขึ้นมาล่ะก็ รับรองได้เลยว่าชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่
เคยมีชายคนหนึ่งถูกเพื่อนบ้านแจ้งความว่าขโมยของ
พอตำรวจมาถึง เขาก็ให้ความร่วมมือในการตรวจค้นเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างเต็มที่
แต่พอตรวจพบว่าเขามีผีค้นสมบัติ ตำรวจก็สั่งให้เขาเรียกมันออกมา
ชายคนนั้นก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง จึงสั่งให้ผีค้นสมบัติเอาของทั้งหมดในห่วงออกมาโชว์ให้ตำรวจดูโดยไม่คิดอะไรมาก
ผลปรากฏว่า ผีค้นสมบัติล้วงเอาชุดชั้นในผู้หญิงออกมาเป็นตั้งๆ
ทำเอาชายคนนั้นต้องอธิบายจนปากเปียกปากแฉะ กว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเขาบริสุทธิ์จริงๆ แต่สุดท้ายเขาก็ทนอยู่ในหมู่บ้านนั้นต่อไปไม่ได้อยู่ดี
เฉียวซางรีบหันหลังเดินหนีไปทันที กลัวว่าในตัวจะมีของอะไรที่ไปเตะตาผีค้นสมบัติเข้า
แต่เดินไปได้ยังไม่ทันไร ผีค้นสมบัติก็ลอยมาขวางหน้าเธอไว้แล้ว
เฉียวซางเบรกหัวทิ่ม
เกือบไปแล้ว เกือบจะชนหน้ามันอยู่แล้วเชียว…
เห็นผีค้นสมบัติแสยะยิ้มกวนๆ ถอดห่วงบนหัวออกมา แล้วล้วงเอาไข่สัตว์อสูรสีเทามีวงกลมสีเหลืองใบหนึ่งออกมาจากข้างใน
(จบตอน)

0 Comments