ตอนที่ 74 ลูกค้ารายใหญ่
แปลโดย เนสยังหนึ่งชั่วโมงต่อมา
มันทนหิวไม่ไหวอีกต่อไป กระโดดขึ้นเตียงแล้วใช้ปากดึงผ้าห่มออก
“หยาหยา!”
หมาเขี้ยวไฟพยายามปลุกผู้ฝึกอสูรของมัน
“ขอฉันนอนต่ออีกหน่อยนะ” เฉียวซางพลิกตัวแล้วละเมอพูดออกมา
หมาเขี้ยวไฟได้ยินแบบนั้นก็ลังเลนิดนึง ก่อนจะใช้ปากดึงผ้าห่มกลับมาห่มให้เหมือนเดิม
40 นาทีต่อมา
หมาเขี้ยวไฟกระโดดขึ้นเตียงแล้วดึงผ้าห่มออกอีกครั้ง
“โฮ่ง!”
“โฮ่งโฮ่ง!”
“ขอฉันนอนต่ออีกหน่อย แค่… อ๊ากกกก!”
……
บนโต๊ะอาหาร หมาเขี้ยวไฟจัดการอาหารพลังงานคำสุดท้ายในจานจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะลูบพุงด้วยความพอใจ
ตั้งแต่ปิดเทอมและมีเวลาว่าง เฉียวซางก็ไปเรียนทำอาหารพลังงานสูตรใหม่ๆ จากแม่มาสองสูตร
เป็นสูตรที่ทำง่ายมากๆ
แค่กะปริมาณวัตถุดิบให้ถูก หั่นแล้วก็คนให้เข้ากัน เติมเจลพลังงานลงไปนิดหน่อยก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
อารมณ์ประมาณทำสลัดนั่นแหละ
ทุกครั้งที่เฉียวซางทำ หมาเขี้ยวไฟก็จะช่วยกินให้ครึ่งนึงเสมอ
คราวนี้เล่นฟาดเรียบหมดจาน ดูท่าทางคงจะหิวจัดจริงๆ
“หยาเป่า หน้าตาของผู้หญิงน่ะสำคัญมากนะ วันหลังห้ามกระโดดทับหน้าสุ่มสี่สุ่มห้าอีกเข้าใจไหม?” เฉียวซางพูดเสียงเข้ม
หมาเขี้ยวไฟเอียงคอ กะพริบตาปริบๆ มองกลับมา
“โฮ่ง?”
เฉียวซางอ่านความหมายออก จึงอธิบายว่า “หยาเป่าก็คือชื่อของแกไง เมื่อวานเพิ่งจะตั้งให้ ลืมแล้วเหรอ?”
“โฮ่ง”
หมาเขี้ยวไฟนึกออกแล้ว
มันตอบรับเสียงใส
เฉียวซางนึกถึงความรู้สึกตอนโดนทับหน้าเมื่อเช้าแล้วก็ยังแอบหวั่นใจอยู่
แต่พอเห็นท่าทางน่ารักน่าชังของหมาเขี้ยวไฟ เธอก็ได้แต่ปลอบใจตัวเอง
โชคดีที่ทำสัญญากับหมาเขี้ยวไฟ ตัวก็นิ่มๆ
นี่ถ้าทำสัญญากับไท่จิ้นสือ (หินไท่จิ้น) ล่ะก็ หน้าเธอคงพังยับเยินไปแล้วแหละ…
……
เวลา 09.45 น.
ณ มุมร่มรื่นใต้ตึกในหมู่บ้านชิงเฉิงเจียหยวน
“แกใช้ท่าแยกร่างเงาก่อน แล้วค่อยให้ร่างเงาทุกตัวใช้ท่าเขี้ยวอัคคีนะ” เฉียวซางบอก
เมื่อวานเธอคิดทบทวนอยู่นาน และข้อสรุปที่ได้ก็คือ ปัญหามันน่าจะอยู่ที่ท่าแยกร่างเงานี่แหละ
ข้อมูลทุกอย่างมีที่มาที่ไปของมัน
เริ่มแรกเลย ระดับของหมาเขี้ยวไฟเพิ่มขึ้น 30 แต้มในวันเดียว ซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ดูจากการที่หมาเขี้ยวไฟกินผลซู่โย่วแล้วระดับเพิ่มขึ้น ก็เห็นได้ชัดว่า…
ในสภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยงตามปกติ หมาเขี้ยวไฟก็สามารถเติบโตขึ้นได้
หลังจากนั้น ต่อให้ไม่ได้กินผลซู่โย่ว ระดับของหมาเขี้ยวไฟก็ยังเพิ่มขึ้นวันละ 1-2 แต้มอยู่ดี
ในเมื่อเป็นแบบนั้น
เมื่อวานหมาเขี้ยวไฟเพิ่งจะผ่านศึกหนักกับตุ๊กตาควบคุมสมดุลมา แถมยังกระตุ้นคุณลักษณะพิเศษออกมาได้เป็นครั้งแรกอีก
การที่การแข่งขันนัดนั้นจะทำให้มันเติบโตขึ้นมาบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แต่ข้อมูลทักษะอื่นๆ กลับมีแค่ท่าพุ่งชน, เขี้ยวอัคคี และวังวนเปลวเพลิงที่ต่างจากปกติ
ความแตกต่างก็คือ เมื่อวานร่างเงาของหมาเขี้ยวไฟใช้ทักษะพวกนี้นั่นเอง
สมมติว่าข้อสันนิษฐานของเธอถูกต้อง
นั่นก็แปลว่า ตราบใดที่ร่างเงาใช้ทักษะ หลังจากที่ร่างเงาสลายไป คะแนนที่ได้ก็จะสะท้อนกลับมาเท่ากับร่างจริงเป็นคนปล่อยทักษะเลย
ช่วงก่อนหน้านี้ในการแข่งขัน ร่างเงาของหมาเขี้ยวไฟก็ไม่ได้ไม่ได้ใช้ทักษะหรอกนะ
แต่เพราะทุกครั้งที่แข่งเสร็จ เธอมักจะไม่ได้เข้าไปดูในคัมภีร์อสูรทันที แต่มักจะไปดูตอนก่อนนอนหลังจากที่หมาเขี้ยวไฟฝึกซ้อมเสร็จแล้ว
นั่นทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่า ข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดเกิดจากการฝึกซ้อม
หมาเขี้ยวไฟพยักหน้า แล้วทำตามทันที
ร่างเงาทั้ง 7 ร่าง รวมกับร่างจริง หมาเขี้ยวไฟทั้งหมดพร้อมใจกันใช้ท่าเขี้ยวอัคคี
เฉียวซางเข้าไปดูในคัมภีร์อสูร
【เขี้ยวอัคคี (ขั้นชำนาญ 653/2000)】
ถึงแม้จะเดาไว้แล้วว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง แต่พอได้เห็นตัวเลขเปลี่ยนจาก 645 เป็น 653 กับตา เฉียวซางก็ยังอดไม่ได้ที่จะร้องกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ
เด็กผู้ชายวัย 4-5 ขวบคนหนึ่งที่วิ่งมาดูหมาเขี้ยวไฟโดยเฉพาะถึงกับสะดุ้งโหยง หันหลังวิ่งร้องไห้จ้ากลับไปหาแม่ทันที
แม่ของเด็กนั่งอยู่บนม้านั่งในหมู่บ้าน พอมองมาแต่ไกลก็นึกว่าลูกโดนหมาเขี้ยวไฟทำให้ตกใจ
“แม่บอกแล้วไงว่าสัตว์อสูรธาตุไฟมันน่ากลัว ดูสิ วันหลังยังจะกล้าวิ่งไปดูสุ่มสี่สุ่มห้าอีกไหม”
หมาเขี้ยวไฟจมูกฟุดฟิด จู่ๆ ก็รู้สึกคันจมูกขึ้นมานิดๆ
……
เวลา 14.45 น.
เฉียวซางพาหมาเขี้ยวไฟนั่งรถไฟใต้ดินมาที่ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรหางกั่ง
ในแต่ละเขตของเมืองหางกั่ง จะมีฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรโดยเฉพาะอยู่ และก็มีร้านขายไข่สัตว์อสูรรายย่อยอีกมากมาย
แต่ที่ขายดีและเป็นที่นิยมที่สุด ก็ต้องยกให้ฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรหางกั่งนี่แหละ
คูปองแลกไข่สัตว์อสูรที่เป็นรางวัลจากการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ ก็เป็นคูปองของฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรหางกั่งเช่นกัน
คราวก่อนที่มายังเช้าอยู่ พอดีกับเวลาเปิดร้าน ก็เลยไม่ค่อยมีคน
แต่คราวนี้เฉียวซางเดินเข้ามา ก็รู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศต่างจากคราวก่อนลิบลับ
ในห้องโถงรับรองคนไม่ได้เยอะจนแน่นขนัด แต่ก็จับกลุ่มคุยกันอยู่เป็นจุดๆ
เฉียวซางกวาดสายตามองไปรอบๆ
ทุกกลุ่มที่มีคนคุยกันอยู่ จะมีพนักงานในชุดเครื่องแบบคอยต้อนรับอยู่ด้วย
จังหวะที่เธอกำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์บริการเพื่อสอบถาม ก็มีผู้หญิงวัยยี่สิบกว่าๆ สวมชุดเครื่องแบบเดินเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจองไว้หรือเปล่าคะ?”
พนักงานสาวยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ได้ทำท่าทีดูถูกเฉียวซางที่เป็นเด็กเลยสักนิด
การที่จะมาเป็นพนักงานในฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหางกั่งได้ สายตาในการประเมินคนก็ต้องเฉียบขาดอยู่แล้ว
ไม่ใช่ว่าเห็นคนแล้วจะแบ่งแยกชนชั้นหรอกนะ แต่ความสามารถในการมองคนให้ออกนั้นเป็นสิ่งจำเป็น
เด็กสาวตรงหน้านี้ถึงจะอายุยังน้อย แต่งตัวธรรมดา แต่การที่มีหมาเขี้ยวไฟอยู่ในอ้อมกอด บวกกับท่าทีที่ดูสุขุมเยือกเย็น มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไป
ถ้าบอกว่ามาเดินเล่นชมฐานเพาะพันธุ์ ก็แทบจะไม่มีใครมาคนเดียวหรอก แต่ถ้าบอกว่าจะมาซื้อสัตว์อสูรเพื่อทำสัญญา เด็กผู้หญิงคนนี้ก็มีหมาเขี้ยวไฟอยู่แล้วหนึ่งตัว
เด็กวัยนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำสัญญากับสัตว์อสูรตัวที่สองได้
เด็กคนนี้ไม่น่าจะมารอคน
ก็น่าจะเล็งสัตว์อสูรตัวไหนไว้แล้ว แล้วรีบมาดูเพื่อจองไว้ก่อนล่ะมั้ง
พนักงานสาวคิดว่าเป็นอย่างหลัง
“ไม่ได้จองค่ะ ฉันตั้งใจจะมาซื้อไข่สัตว์อสูรน่ะค่ะ” เฉียวซางตอบกลับ
พนักงานสาวตื่นตัวขึ้นมาทันที
นี่ไม่ใช่แค่มาดูเพื่อจองแล้ว แต่กะจะมาซื้อเลยต่างหาก ว่าที่ลูกค้าชัดๆ
“งั้นมีไข่สัตว์อสูรที่เล็งไว้หรือยังคะ?” พนักงานสาวถาม
“มีแล้วค่ะ ฉันอยากจะขอดูซากุระมู่เหมียนก่อน” เฉียวซางเอ่ยตอบ
นี่ไม่ใช่แค่ว่าที่ลูกค้าแล้ว แต่เป็นลูกค้ารายใหญ่เลยต่างหาก!
ถ้าซื้อจริงๆ ล่ะก็ ยอดขายของเดือนนี้ก็ทะลุเป้าล่วงหน้าไปเลยสิ
จังหวะที่พนักงานสาวกำลังตื่นเต้นและเตรียมจะพาเฉียวซางเข้าไปข้างในฐานเพาะพันธุ์ ก็มีเสียงคนเรียกชื่อเธอจากด้านหลังให้เข้าไปหา
พนักงานสาวถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ลูกค้าคิวก่อนหน้าเธอยังดูแลไม่เสร็จเลย…
เมื่อกี้เธอแค่ฉวยโอกาสตอนที่ลูกค้าคนก่อนไปเข้าห้องน้ำ แวะมาต้อนรับเด็กสาวคนนี้เท่านั้นเอง
แต่จะปล่อยให้เฉียวซางเดินไปเอง แล้วยกยอดขายให้คนอื่นไปง่ายๆ เธอก็ทำใจไม่ได้
พนักงานสาวรีบแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
เธอทำท่าประสานอิน เรียกผีเสื้อชิงเยว่ออกมา แล้วบอกว่า “คุณลูกค้าคะ ให้มันพาคุณลูกค้าเดินชมข้างในฐานเพาะพันธุ์ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวทางนี้เรียบร้อยแล้วฉันจะรีบตามไปค่ะ”
ผู้ฝึกอสูรกับสัตว์อสูรจะมีการสื่อสารกันทางจิตใจได้
เมื่อห้วงสมองได้รับการพัฒนามากขึ้น การสื่อสารก็จะยิ่งชัดเจน และระยะทางในการสื่อสารก็จะไกลขึ้นตามไปด้วย
เฉียวซางย่อมไม่มีปัญหาอะไร
ต่อไปนี้เธอก็ไม่มีธุระอะไรต้องทำแล้ว การเดินชมสภาพแวดล้อมภายในฐานเพาะพันธุ์ก็ฟังดูเข้าทีดีเหมือนกัน
“เยว่~”
ผีเสื้อชิงเยว่หมุนตัวเป็นวงกลมอยู่กับที่หนึ่งรอบ
ภายใต้การนำทางของมัน เฉียวซางก็อุ้มหมาเขี้ยวไฟเดินเข้าไปในอุโมงค์ทางเดินของฐานเพาะพันธุ์สัตว์อสูร
(จบตอน)

0 Comments