You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เนื่องจากมีผู้ฝึกอสูรระดับ F ที่ผ่านเกณฑ์ลงสมัครเป็นจำนวนมาก แม้จะผ่านการแข่งขันรอบคัดเลือกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องมาตลอดทั้งวันเมื่อวาน แต่รอบคัดเลือกก็ยังไม่จบลงเสียที

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ก็มีแค่ 60 กว่าคนเท่านั้น ใช้เวลาอย่างมากก็ชั่วโมงเดียว รอบคัดเลือกก็น่าจะเสร็จสิ้น

เฉียวซางเดินไปที่โซน C แถวที่ 9

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็ลงสมัครการแข่งขันร้อยหน้าใหม่ในครั้งนี้ด้วย และเธอก็ผ่านรอบคัดเลือกมาได้อย่างฉลุย

พวกเธอสองคนที่ผ่านเข้ารอบมาได้ ก็เลยนัดมาเจอกันที่นี่

“คุณอัจฉริยะเฉียว ฉันไปสืบมาแล้วนะ คนที่ผ่านรอบคัดเลือกมาได้ รายชื่อจะถูกสุ่มสลับในหน้าจอใหญ่ แล้วคนที่ถูกจับคู่กันก็จะต้องมาแข่งกัน” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวชี้ไปที่หน้าจอยักษ์ที่ติดตั้งอยู่เหนือลานประลอง

ตั้งแต่รู้ชื่อของเฉียวซาง ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวก็เรียกเธอว่าคุณอัจฉริยะเฉียวบนโลกออนไลน์มาตลอด

เฉียวซางพยักหน้ารับ การสุ่มจับคู่แบบนี้เป็นระบบที่พบเห็นได้ทั่วไปในการแข่งขันต่างๆ

“วันนี้ทำไมเธอแต่งตัว… สวยจังเลยล่ะ?” เฉียวซางเอ่ยถาม

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ดูจัดเต็มมากต่างหาก

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวนั่งเรียบร้อยราวกับกุลสตรี ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มสไตล์งานราตรี แถมยังใส่เดรสสั้นสีดำเข้าคู่กับรองเท้าส้นสูงสีสันสดใสอีกด้วย

“ก็แต่งมาเผื่อขึ้นกล้องไงล่ะ เมื่อวานฉันกลับไปดูย้อนหลังในเน็ตมา มุมกล้องนั่นมันทำร้ายกันชัดๆ ถ่ายฉันออกมาซะขี้เหร่เลย ไม่ได้สะท้อนความสวยของฉันออกมาเลยสักนิด” ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวบ่นอุบ

ก็จริง กล้องถ่ายทอดสดที่ไม่มีฟิลเตอร์ช่วย บางครั้งมันก็เหมือนกระจกวิเศษส่องความจริงนั่นแหละ

ไป๋อวิ๋นเหมี่ยวพูดต่อ “แล้ววันนี้ผู้เข้าแข่งขันก็หายไปตั้งครึ่งนึง ฉันว่าฉันมีโอกาสสูงมากที่จะโดนเรียกสัมภาษณ์นะ”

สัมภาษณ์…

พอเฉียวซางนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ เธอก็รู้สึกจุกอก ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว…

……

ภายในลานประลอง เฉียวซางบังเอิญเห็นคนรู้จักในกลุ่มผู้เข้าแข่งขันรอบคัดเลือกกลุ่มที่ 9 นั่นก็คือ ไต้ซูซู

ถ้าไม่ใช่เพราะมาเจอที่นี่ เฉียวซางก็แทบจะลืมชื่อนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ…

สัตว์อสูรของไต้ซูซูไม่ใช่หนึ่งในห้าตัวเลือกยอดฮิตของมือใหม่ แต่เป็นกุ้งหลั่งน้ำ

สัตว์อสูรธาตุน้ำไม่ได้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเสมอไป ต่อให้บางตัวจะสามารถเคลื่อนไหวบนบกได้อย่างอิสระ แต่ก็มักจะไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้เต็มที่

ด้วยข้อจำกัดเรื่องสภาพแวดล้อม จึงมีผู้ฝึกอสูรน้อยคนนักที่จะเลือกทำสัญญากับสัตว์อสูรธาตุน้ำเป็นตัวแรก

เฉียวซางตั้งใจดูการแข่งขันอย่างจริงจัง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ลึกๆ แล้วเธอยังคงมองว่าไต้ซูซูคือคู่แข่งคนสำคัญ

56 วินาทีผ่านไป

“ผู้เข้าแข่งขันเฉินเฉิงเป็นฝ่ายชนะ”

เฉียวซางนิ่งอึ้งไปพักใหญ่

นี่มันไม่เห็นจะเหมือนที่เธอคิดไว้เลยสักนิด!

เธอยังไม่ทันจะได้เริ่มวิเคราะห์ฝีมือการต่อสู้ของไต้ซูซูกับกุ้งหลั่งน้ำเลย การแข่งขันก็ดันจบลงซะแล้ว!

นกพิราบน้อยตุ้ยนุ้ยของฝ่ายตรงข้ามใช้ท่าโจมตีทางอากาศสองครั้งติดๆ อัดกุ้งหลั่งน้ำจนหมดสภาพการต่อสู้ไปเลย นี่มันก็แค่การแข่งขันรอบคัดเลือกที่แสนจะธรรมดาทั่วไปชัดๆ!

ไต้ซูซูฝีมือแค่นี้เองเหรอ?!

เฉียวซางรู้สึกมึนงงไปหมด

ตอนนั้นทำไมเธอถึงได้มองไต้ซูซูเป็นคู่แข่งคนสำคัญได้นะ…

เฉียวซางพยายามนึกย้อนกลับไป

ตอนนั้นพวกเธอต่างก็ตื่นรู้ด้วยตนเองเหมือนกัน ข้อแตกต่างก็คือ…

คะแนนวิชาการ…

คะแนนวิชาการสินะ…

ไต้ซูซูก็ยังเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอยู่ดี…

การแข่งขันยังคงดำเนินไปอย่างรวดเร็วเหมือนเมื่อวาน ไม่ถึงชั่วโมง รายชื่อผู้ที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกทั้งหมดก็ถูกบันทึกลงในระบบเรียบร้อยแล้ว

หน้าจอยักษ์เหนือลานประลองเริ่มสุ่มสลับรูปถ่ายของผู้เข้าแข่งขันอย่างบ้าคลั่ง

6 วินาทีต่อมา

รูปถ่ายก็หยุดนิ่ง

รายชื่อการจับคู่ทั้งหมดถูกกำหนดไว้แล้ว เฉียวซางเห็นคู่แข่งของตัวเองบนหน้าจอ

รูปถ่ายนั้นเป็นผู้ชายตาตี่เหมือนเมล็ดถั่วเขียว แถมไรผมยังเถิกขึ้นไปนิดๆ หน้าตาดูล้ำอายุจริงไปมาก

เซี่ยเจี้ยนอิ๋น

เฉียวซางจำเขาได้ทันที เขาคือหนึ่งใน 21 ผู้ฝึกอสูรที่เธอจดบันทึกเอาไว้นั่นเอง

ดวงดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์อดหลับอดนอนนั่งวิเคราะห์มา…

การแข่งขันรอบ 64 คนสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฝีมือของคนที่ผ่านรอบคัดเลือกมาได้ย่อมสูงกว่าคนที่ตกรอบไปนิดหน่อย ระยะเวลาในการแข่งขันจึงนานขึ้นตามไปด้วย จากที่เคยจบภายในหนึ่งนาที ตอนนี้ก็ต้องใช้เวลาสองถึงสามนาทีถึงจะรู้ผลแพ้ชนะ

“คุณซาตั๋วคิดว่าระหว่างผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางกับผู้เข้าแข่งขันเซี่ยเจี้ยนอิ๋น ใครจะมีโอกาสชนะมากกว่ากันครับ?” พิธีกรผมเรียบแปล้หันไปถามซาตั๋ว

บนลานประลอง เฉียวซางกับเซี่ยเจี้ยนอิ๋นยืนประจำที่เรียบร้อยแล้ว

ในฐานะคู่ที่ 3 เฉียวซางเดินไปรอที่ห้องพักนักกีฬาตั้งแต่ตอนที่ประกาศเริ่มการแข่งขันคู่แรกแล้ว

และแล้วก็ถึงคิวของเธออย่างรวดเร็วจริงๆ ด้วย…

“ผู้เข้าแข่งขันเซี่ยเจี้ยนอิ๋นเป็นผู้ฝึกอสูรระดับ F มา 3 ปีแล้ว ไม่ว่าจะมองเรื่องประสบการณ์หรือฝีมือ เขาก็น่าจะมีโอกาสชนะมากกว่าผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางนะครับ” ซาตั๋ววิเคราะห์ตามมุมมองของเขา

“น่าเสียดายจัง ผู้เข้าแข่งขันตั้งเยอะแยะ ดันมาเจอคนที่มีสัตว์อสูรระดับกลางซะได้”

“ฉันจำได้ว่าสัตว์อสูรของเซี่ยเจี้ยนอิ๋นคืองูหางยาวนี่นา”

“แค่คิดว่าสาวน้อยน่ารักๆ ต้องมาแพ้ให้กับผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้ ฉันก็ปวดใจแล้ว”

“เขาเพิ่งจะ 18 เองนะ ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มอยู่เลย”

ผู้ชมในสนามเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เข้าข้างเฉียวซางทั้งนั้น

ถึงแม้สังคมนี้จะยกย่องคนเก่ง แต่ในสถานการณ์ที่ทั้งคู่เป็นผู้ฝึกอสูรระดับ F เหมือนกัน คนก็มักจะเอาใจช่วยผู้เข้าแข่งขันที่หน้าตาดีกว่าอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนยังจำหมาเขี้ยวไฟของเฉียวซางได้แม่น เพราะมันเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟเพียงตัวเดียวที่ลงแข่งขันร้อยหน้าใหม่ในตอนนี้

……

เมื่อกรรมการให้สัญญาณอัญเชิญสัตว์อสูร ค่ายกลดาวสีเทาก็สว่างวาบขึ้นเบื้องหน้าเซี่ยเจี้ยนอิ๋น

หมาเขี้ยวไฟรวบรวมพลังงานไว้ในร่างกาย เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่

เมื่อคืนมันกับผู้ฝึกอสูรของมันนั่งวิเคราะห์วางแผนรับมือกันตั้งนาน ไม่ว่าจะเจอคู่แข่งแบบไหนก็มีแผนรับมือเตรียมไว้หมดแล้ว

ต่อไปนี้ก็แค่รอให้ไอ้ตัวดำเมี่ยมโผล่ออกมา…

บนค่ายกลดาวสีเทา ปรากฏร่างของสัตว์อสูรตัวสีแดงเพลิง หัวเป็นรูปวงรี มีลวดลายสีดำยาวพาดตั้งแต่กลางหัวไปจนสุดปลายหาง

เอ๊ะ?

ทำไมไม่ใช่ไอ้ตัวดำเมี่ยมตัวนั้นล่ะ?

หมาเขี้ยวไฟงุนงง

นี่มันไม่เหมือนกับที่ผู้ฝึกอสูรของมันบอกไว้นี่นา?

เฉียวซางมองดูสัตว์อสูรของฝ่ายตรงข้ามแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก

งูโซ่ไฟ สัตว์อสูรธาตุไฟระดับเริ่มต้น

เมื่อวานเธออุตส่าห์นั่งวิเคราะห์งูหางยาวซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับกลางอยู่ตั้งนานสองนาน แต่เขากลับเอางูโซ่ไฟที่เป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นมาสู้กับเธอเนี่ยนะ?

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอมีหมาเขี้ยวไฟเพียงตัวเดียว เขาก็ยังส่งสัตว์อสูรธาตุไฟเหมือนกันออกมาสู้

ดูเหมือนเขาจะไม่ได้เห็นหมาเขี้ยวไฟอยู่ในสายตาเลยสินะ…

เซี่ยเจี้ยนอิ๋นไม่ได้เห็นหมาเขี้ยวไฟอยู่ในสายตาจริงๆ นั่นแหละ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาไม่ได้เห็นเฉียวซางอยู่ในสายตาเลยต่างหาก

เขาเพิ่งจะทำสัญญากับงูโซ่ไฟซึ่งเป็นสัตว์อสูรตัวที่สองได้แค่สองเดือนเท่านั้น

ในฐานะผู้ฝึกอสูรที่มีสัตว์อสูรถึงสองตัว การลงแข่งก็ต้องให้สัตว์อสูรทั้งสองตัวสลับกันลงสนามสิ!

กับแค่เด็กเพิ่งจบ ม.3 ที่เพิ่งจะทำสัญญากับสัตว์อสูรได้ไม่นาน เขาจะส่งสัตว์อสูรตัวไหนออกไปสู้ มันก็เกินพออยู่แล้ว

กรรมการเพิ่งจะให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน เฉียวซางก็ออกคำสั่งให้หมาเขี้ยวไฟทำตามแผนเดิมทันที

ในขณะเดียวกัน เซี่ยเจี้ยนอิ๋นก็ออกคำสั่งให้ใช้ท่าพ่นไฟ

หมาเขี้ยวไฟรวบรวมพลังงานเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว

ดังนั้นมันจึงปลดปล่อยทักษะออกไปได้เร็วกว่างูโซ่ไฟ

นอกสนาม

“นั่นมันท่าประกายไฟขั้นเชี่ยวชาญนี่!” พิธีกรอุทานด้วยความตกใจ

ท่าพ่นไฟของงูโซ่ไฟยังเพิ่งจะเริ่มรวมตัวอยู่ในปากได้ไม่ถึง 10 เซนติเมตร ท่าประกายไฟของหมาเขี้ยวไฟก็พุ่งเข้ามาปะทะเข้าอย่างจัง

พลังทั้งสองสายปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น

และตรงจุดศูนย์กลางของการระเบิด งูโซ่ไฟก็รับแรงกระแทกเข้าไปเต็มๆ

“โซ่!!!”

หมาเขี้ยวไฟไม่สนใจงูโซ่ไฟที่กระเด็นไปตกกระแทกพื้น มันใช้ท่าแยกร่างเงากลายเป็นสี่ตัวเตรียมจะเข้าไปล้อมกรอบ

ตามแผนที่วางไว้กับผู้ฝึกอสูรเมื่อคืน หลังจากนี้มันจะต้องใช้ร่างเงาสองร่างหลอกล่อคู่แข่ง ส่วนร่างจริงกับร่างเงาอีกร่างจะ…

“ผู้เข้าแข่งขันเฉียวซางเป็นฝ่ายชนะ!” จู่ๆ กรรมการก็ประกาศขึ้น

“โฮ่ง?”

ร่างเงาของหมาเขี้ยวไฟที่ยังไม่ทันได้ล้อมกรอบหยุดชะงักลงพร้อมกัน

ชนะแล้วเหรอ?

(จบตอน)

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note