ตอนที่ 45 ฝนสะเก็ดไฟ
แปลโดย เนสยังเฉียวซางพาหมาเขี้ยวไฟมาที่ตรอกเล็กๆ ใกล้ๆ
หมาเขี้ยวไฟเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ
แต่กลิ่นหอมยวนใจของปีกไก่ย่างรสเผ็ดวิปริตสุดยอดไร้เทียมทานมันช่างยั่วยวนจนกลบความคิดนั้นไปซะมิด
หมาเขี้ยวไฟไม่มัวคิดอะไรให้มากความ มันรับปีกไก่ย่างจากผู้ฝึกอสูรของมันมากัดคำโตทันที
เนื้อไก่นุ่มลื่น อร่อยใช้ได้เลยแฮะ
หมาเขี้ยวไฟตาเป็นประกาย เพิ่งจะอ้าปากเตรียมงับคำที่สอง แต่วินาทีต่อมา
“ก๊าซซซซ!!!”
เสียงร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วตรอกอันเงียบงัน
คนเดินถนนที่เดินผ่านปากตรอกถึงกับต้องหยุดชะงัก ชะโงกหน้าเข้ามาดู นึกว่ามีใครกำลังทารุณกรรมสัตว์อสูรอยู่หรือเปล่า
แต่พอมองเข้าไป ก็เห็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งยืนดูอยู่เงียบๆ ส่วนหมาเขี้ยวไฟกำลังพ่นไฟใส่กำแพงอย่างบ้าคลั่ง
ที่แท้ก็เป็นสัตว์อสูรธาตุไฟสติแตกขึ้นมาเองนี่เอง
เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว คนเดินถนนก็ไม่อยากจะไปยุ่งย่ามให้สัตว์อสูรธาตุไฟมาหาเรื่องเอาได้ ต่างคนต่างก็ทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินจากไป
“หมาเขี้ยวไฟ ทนไว้ลูก บีบอัดมัน บีบอัด! บีบอัดให้แน่นๆ แล้วค่อยพ่นออกมาสิ!” เฉียวซางตะโกนบอกอยู่ข้างๆ
“โฮ่งงงงงงง!!!”
ดวงตาของหมาเขี้ยวไฟที่ปกติก็ดูฉ่ำน้ำอยู่แล้ว ตอนนี้กลับมีน้ำตาคลอเบ้าจริงๆ
มันร้องไห้แล้ว…
บีบอัดบ้าบออะไรล่ะ?
มันจะไปรู้ได้ไงว่าบีบอัดคืออะไร?
มันรู้แค่ว่ามันเผ็ดจนจะตายอยู่แล้วโว้ยยย!!!
ความร้อนรุ่มแผดเผาอยู่ในกระเพาะอาหาร ความเผ็ดพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง ลามไปทั่วทั้งโพรงจมูกและลำคอ
“โฮ่งงงงงง!!!”
หมาเขี้ยวไฟพ่นไฟออกมาอย่างไม่รู้ตัว หวังเพียงแค่จะช่วยให้ลำคอและกระเพาะอาหารของมันรู้สึกดีขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น
เฉียวซางสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าประกายไฟของหมาเขี้ยวไฟเริ่มจะเปลี่ยนรูปร่างจากทรงกลมเป็นเส้นตรง เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ไว้ทันที
รอจนหมาเขี้ยวไฟพ่นไฟจนเหนื่อยหอบ ร่างกายอ่อนระทวยทรุดลงไปกองกับพื้น เฉียวซางจึงหยิบนมฉีหยวนจากกระเป๋าเป้ออกมาเปิดฝาแล้วยื่นให้มัน
หมาเขี้ยวไฟรีบใช้สองขาหน้าประคองขวดนมฉีหยวนขึ้นมาดื่มอึกๆ ไม่นานนมก็หมดเกลี้ยงขวด
มันช้อนสายตาที่ยังมีน้ำตาคลอเบ้ามองเฉียวซางอย่างน่าสงสาร
เฉียวซางอ่านสายตานั้นออก
“ไม่ได้หรอกนะ ฉันพกนมฉีหยวนมาแค่ 4 ขวดเอง ต้องเก็บไว้ให้แกดื่มทีหลังด้วย” เฉียวซางปฏิเสธ
ช่วงนี้เงินในกระเป๋าของเธอร่อยหรอลงไปมาก มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับเลย ปริมาณนมฉีหยวนที่หมาเขี้ยวไฟต้องดื่มหลังฝึกซ้อมทุกวันก็เลยต้องถูกหั่นลดลงไปเกือบครึ่ง
ทีหลังค่อยดื่ม แล้วทำไมตอนนี้ถึงดื่มไม่ได้ล่ะ?
หมาเขี้ยวไฟเบิกตากว้างด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจ จนกระทั่งผู้ฝึกอสูรของมันยื่นปีกไก่ย่างอีกไม้มาให้ตรงหน้า
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟรีบถอยกรูดไปจนชิดกำแพงในพริบตา ส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน
ก็ไอ้ของพรรค์นี้แหละที่ทำมันมีสภาพแบบนี้น่ะ!
มันขอสาบานเลยว่าจะไม่กินของพรรค์นี้อีกแล้ว!
เฉียวซางมาที่ข้างๆ หมาเขี้ยวไฟแล้วย่อตัวลง นำคลิปวิดีโอที่เพิ่งถ่ายไว้เมื่อกี้ให้มันดู
“แกลองดูสิ ประกายไฟที่แกพ่นออกมาเมื่อกี้ มันดูไม่เหมือนประกายไฟปกติเลยใช่ไหมล่ะ?”
หมาเขี้ยวไฟมองดูภาพตัวเองในวิดีโอที่โดนความเผ็ดเล่นงานจนสติแตก
ภาพที่ปรากฏในวิดีโอคือตัวมันเองที่ขนตั้งชันไปทั้งตัว น้ำหูน้ำตาไหลอาบหน้า หมดคราบความหล่อเหลาบาดใจเหมือนตอนส่องกระจกก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้าไปโดยสิ้นเชิง
“โฮ่งๆ!”
หมาเขี้ยวไฟเอาขาหน้าปิดตา ปฏิเสธที่จะยอมรับว่าไอ้หมาเขี้ยวไฟที่สภาพดูไม่ได้ในวิดีโอนั่นคือตัวมันเอง
เมื่อสัมผัสได้ถึงความคิดของหมาเขี้ยวไฟ เฉียวซางก็อึ้งไปนิดนึง เธอเกือบลืมไปเลยว่าหมาเขี้ยวไฟตัวนี้เป็นพวกห่วงหล่อสุดๆ…
ดูท่าคงต้องงัดแผนสำรองมาใช้ซะแล้ว…
เฉียวซางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาคลิปการแข่งขันของสัตว์อสูรธาตุไฟตัวอื่นๆ โดยเจาะจงใส่คีย์เวิร์ดคำว่า ‘เท่ระเบิด’ ลงไปด้วย
เธอไม่ได้เปิดดูคลิปก่อน แต่กดเลือกคลิปที่มียอดวิวสูงสุดในช่วงนี้มาเปิดให้หมาเขี้ยวไฟดูทันที “แกลองดูนี่สิ”
หมาเขี้ยวไฟแอบถ่างกรงเล็บดู พอมั่นใจว่าไม่ใช่คลิปแฉสภาพน่าอายของตัวเองเมื่อกี้นี้ มันถึงยอมเอามือลง
ในวิดีโอ สิงโตคลั่งแผงคอเพลิงที่มีแผงคอหยักศกสีแดงเพลิงกำลังเงยหน้าคำรามลั่น มันกระทืบเท้าขวาหน้าลงกับพื้นอย่างแรง ทันใดนั้นเปลวไฟขนาดเท่าไข่ห่านก็ก่อตัวขึ้นเหนือหัวของมัน
เปลวไฟที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานมหาศาลลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ก่อนจะแตกกระจายออกราวกับดอกไม้ไฟ สะเก็ดไฟร่วงหล่นลงมาเป็นสาย ดูสวยงามตระการตามาก
หมาเขี้ยวไฟถูกภาพในวิดีโอดึงดูดความสนใจไปจนหมด แต่มองความสวยงามได้ไม่ทันไร ภาพอันงดงามนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทเมื่อสะเก็ดไฟร่วงหล่นกระทบพื้น
ภายในจอมีฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่ว รอจนเสียงระเบิดสงบลงและฝุ่นจางหายไป พื้นดินก็กลายสภาพเป็นซากปรักหักพัง
พื้นสนามเต็มไปด้วยหลุมบ่อขรุขระ คู่ต่อสู้มีสภาพไหม้เกรียมไปทั้งตัวจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้
จากภาพสวยงามอลังการเมื่อครู่ กลายเป็นฉากสยองขวัญไปในพริบตา
หมาเขี้ยวไฟจ้องมองวิดีโอตาไม่กะพริบ
เฉียวซางดูวิดีโอจบก็ถึงกับอึ้ง ถึงเธอจะอยากให้หมาเขี้ยวไฟได้ดูทักษะเท่ๆ ของธาตุไฟก็จริง แต่มันต้องไม่ใช่ทักษะที่เล่นท่ายากเบอร์นี้สิ!
ทักษะที่เธออยากให้มันดูคือพวกพ่นไฟ ลูกไฟ หรือพุ่งชนเปลวเพลิง ซึ่งเป็นทักษะที่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นก็สามารถเรียนรู้ได้ต่างหาก
ฝนสะเก็ดไฟที่สิงโตคลั่งแผงคอเพลิงในวิดีโอใช้เมื่อครู่นี้เป็นถึงทักษะระดับสูงเชียวนะ หมาเขี้ยวไฟในตอนนี้จะไปเรียนรู้ได้ยังไงล่ะ
เฉียวซางกะจะเปลี่ยนวิดีโอใหม่ แต่พอเห็นหมาเขี้ยวไฟยังคงอินกับภาพในวิดีโอเมื่อกี้อยู่ เธอก็ชะงักไป
สมองเธอแล่นฉิว รีบเอ่ยปากหว่านล้อมทันที “อยากเรียนไหมล่ะ?”
ดวงตาของหมาเขี้ยวไฟเป็นประกายขึ้นมาทันที มันเงยหน้ามองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยสายตาเว้าวอน
เดาถูกเผง!
เฉียวซางแอบยกนิ้วโป้งให้ความฉลาดหลักแหลมของตัวเองอยู่ในใจ
“ที่จริงที่ฉันให้ทำเมื่อกี้ ก็เพื่อจะกระตุ้นให้แกเรียนรู้ทักษะใหม่นะ แกไม่รู้สึกเหรอว่าประกายไฟที่พ่นออกมาเมื่อกี้มันไม่เหมือนเดิม? ปีกไก่ย่างนี่แหละคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยดึงพลังงานที่ซ่อนอยู่ในตัวแกออกมา ขอแค่แกเชื่อฟังแล้วฝึกตามที่ฉันบอก แกจะต้องเรียนรู้ท่าฝนสะเก็ดไฟเหมือนในวิดีโอได้อย่างแน่นอน” เฉียวซางเริ่มปฏิบัติการหลอกเด็ก
ท่าฝนสะเก็ดไฟน่ะไม่มีทางเรียนรู้ได้หรอก แต่ถ้าเป็นทักษะระดับต่ำท่าอื่นล่ะก็ ยังพอเป็นไปได้อยู่
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟฟังคำพูดของผู้ฝึกอสูรจบ ก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
มันลืมสภาพอันน่าอับอายของตัวเองในวิดีโอและรสชาติของปีกไก่ย่างไปจนหมดสิ้น ในใจคิดแต่จะฝึกทักษะสุดเท่นี้ให้สำเร็จให้จงได้
“เดี๋ยวกินปีกไก่ย่างเสร็จ แกห้ามพ่นไฟมั่วซั่วเด็ดขาดเลยนะ ให้รวบรวมพลังงานที่พลุ่งพล่านขึ้นมา บีบอัดมันไว้ แล้วค่อยพ่นออกมา” เฉียวซางฉวยโอกาสสั่งการทันที
“โฮ่ง!”
หมาเขี้ยวไฟเห่ารับอย่างแข็งขัน มันยื่นกรงเล็บออกไปรับของที่มันเพิ่งจะสาบานไปหยกๆ ว่าชาตินี้จะไม่ขอกินมันอีกอย่างยากลำบาก
มันหลับตาปี๋ กลั้นหายใจ แล้วกัดปีกไก่ย่างเข้าไปคำนึงด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจะไปออกรบ
“โฮ่งงงง!!!”
ความรู้สึกคุ้นเคยพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
“บีบอัด!” เฉียวซางตะโกนเตือนอยู่ข้างๆ
หมาเขี้ยวไฟพยายามกลั้นความรู้สึกอยากจะพ่นไฟออกมาทันที มันสูดลมหายใจเข้าลึก สัมผัสพลังงานที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย แล้วพยายามบีบอัดพลังงานนั้นให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
จนกระทั่งรู้สึกว่าบีบอัดจนถึงขีดสุด หมาเขี้ยวไฟก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป มันพ่นเปลวไฟที่กักเก็บไว้ออกมาอย่างรุนแรง
มันไม่เหมือนประกายไฟปกติ และไม่ใช่เปลวไฟทรงกระบอกเหมือนเมื่อครู่นี้ แต่เป็นเปลวไฟอันร้อนระอุที่พุ่งทะยานออกมาอย่างรวดเร็วในลักษณะหมุนวน
เฉียวซางยังไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่านี่มันทักษะอะไร
“ตู้ม ตู้ม ตู้ม!”
เสียงอิฐปูนถล่มครืนดังก้องเข้ามาในหู
กำแพงพังทลายลงมาแล้ว…
เฉียวซางหน้ามืดไปชั่วขณะ ยืนอึ้งอยู่กับที่ คุณตาที่อยู่อีกฝั่งของกำแพงกำลังยืนถือไม้เท้าสบตากับเธออย่างจัง
หมาเขี้ยวไฟมองดูพลังทำลายล้างจากเปลวไฟของตัวเองด้วยความพึงพอใจ จนลืมไปเลยว่าต้องขอนมดื่มแก้เผ็ด มันหันขวับมามองผู้ฝึกอสูรของมันด้วยความตื่นเต้น หวังจะได้รับคำชม
แต่มันยังไม่ทันได้ชื่นชมผลงานของตัวเองได้นานนัก ร่างของมันก็ถูกอุ้มลอยขึ้นมา
ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกอสูรของมันนั่นเองที่อุ้มมันวิ่งหนีสุดชีวิต
“โฮ่ง?”
หมาเขี้ยวไฟงงเป็นไก่ตาแตก
ไหนบอกว่าจะฝึกทักษะใหม่ไงล่ะ?
แล้วจะวิ่งหนีทำไมเนี่ย?
ในใจของเฉียวซางแตกตื่นจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
คุณตาคนเมื่อกี้เห็นเธอหรือเปล่านะ?
คงจะเห็นแล้วมั้ง…
แถมคงจะจำหน้าเธอได้แม่นเลยด้วย…
ก็แหม หน้าตาเธอสะสวยขนาดนี้นี่นา…

0 Comments