You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เซี่ยจิ้งห่าวสูดหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้ง กว่าจะฝืนยิ้มเดินเข้าไปหาเสิ่นเมิ่งได้ ตอนนี้เธอท้องแก่แล้ว ไม่มีทางช่วยเสิ่นเมิ่งแบกกระสอบป่านขึ้นมาได้หรอก สองสะใภ้สบตากัน ก่อนจะเบนสายตาไปมองเด็กชายร่างผอมบางสองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องโถง

จากนั้นเสิ่นเมิ่งก็ยอมแพ้ เดินไปหยิบมีดทำครัวในห้องครัวมาตัดเชือกที่มัดปากกระสอบออก

สิ่งแรกที่หยิบออกมาก็คือกระทะเหล็กใบใหญ่ ตอนที่เจ้าของร่างเดิมแต่งงานกับลู่เจิ้นผิง เคยตีกระทะเหล็กมาใบหนึ่ง แต่แต่งงานได้ไม่นาน ก็ถูกแม่สามีอย่างหลิวซานจินหลอกเอาไป ตอนนี้ที่บ้านยังต้องใช้กระทะเหล็กเก่าๆ ของบ้านลู่ที่ใช้มาหลายสิบปี ขอบกระทะแหว่งไปตั้งหลายจุด เวลาเสิ่นเมิ่งผัดกับข้าว เธอมักจะกลัวว่าจะเผลอใช้ตะหลิวแทงกระทะจนทะลุเป็นรู

ตามมาด้วยลูกอม ขนมหวาน เนื้อแดงล้วน กระดูกหมู ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน แก้วน้ำ กะละมังล้างหน้า เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวม…

ลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยงวิ่งไปวิ่งมาระหว่างกระสอบกับห้องโถง เด็กน้อยทั้งสองคนรู้สึกราวกับว่ากระสอบที่แม่แบกมาเป็นหลุมดำที่ไม่มีก้น มีของมากมายนับไม่ถ้วนถูกล้วงออกมาจากในนั้น

หลังจากเอาของในกระสอบออกมาจนหมด พื้นห้องโถงก็แทบจะไม่มีที่เดิน

เสิ่นเมิ่งมองดูทั้งสามคนที่ยืนอึ้งอยู่ ก็ลูบจมูกตัวเองอย่างเก้อเขิน

“เยอะไปหน่อยน่ะ!”

“เอ่อ คือ พี่ พี่สะใภ้ นี่พี่ยกสหกรณ์มาไว้ที่บ้านเลยหรือเปล่าจ๊ะเนี่ย?”

“นานๆ ทีจะได้เข้าตัวอำเภอ ฉันก็เลยซื้อของที่ขาดเหลือในบ้านมาให้ครบเลย สหกรณ์ที่ตัวอำเภอใหญ่มาก โชคดีที่มีเสื้อผ้าสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ขายด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าจะให้เธอตัดเย็บให้หมดก็คงไม่ทัน เดือนหน้าอากาศก็เริ่มจะเย็นแล้ว พวกหมิงหยางยังไม่มีเสื้อผ้าหนาๆ ดีๆ ใส่สักตัว ถึงเวลาจะไปโรงเรียนได้ยังไง โรงเรียนก็อยู่ห่างจากหมู่บ้านเราตั้งไกล รองเท้าของพวกเขาก็ขาดรุ่งริ่ง จะให้เดินเท้าเปล่าไปเรียนหรือไง อีกอย่างเสื้อผ้าพวกนี้ฉันก็เผื่อไซส์มาให้ใหญ่หน่อย จะได้ใส่ได้อีกหลายปี!”

เสิ่นเมิ่งพูดไปพลาง แยกเสื้อผ้าของเด็กๆ ออกเป็นกองๆ ไปพลาง แต่ละคนจะได้เสื้อผ้าคนละสองชุด รองเท้า ถุงเท้า สมุด และดินสอ แถมยังมีกระเป๋าสะพายสีกากีอีกสามใบ ของพวกนี้เธอไปเจอมาจากตลาดขายส่งของใช้จิปาถะ ราคาถูกมากๆ

ลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยงมองดูกองข้าวของของตัวเองบนพื้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง โดยเฉพาะลู่หมิงหยาง เขาเอาแต่คิดมาตลอดว่านางผู้หญิงใจร้ายแค่แกล้งทำเป็นเลี้ยงดูพวกเขาให้ดีๆ แล้วค่อยเอาไปขาย แต่จะมีคนดีๆ ที่ไหนยอมทุ่มเงินซื้อข้าวของให้ตั้งมากมายขนาดนี้ก่อนจะเอาไปขายกันล่ะ เขาคิดว่าตัวเองคงไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรขนาดนั้นหรอก

ลู่หมิงเลี่ยงคว้าเสื้อผ้าชุดใหม่ตรงหน้ามากอดไว้แน่น มองเสิ่นเมิ่งด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ

“แม่ ของพวกนี้ให้ผมหมดเลยเหรอครับ? รองเท้าเจี่ยฟ่างนี่ใส่แล้วเท่สุดๆ ไปเลย ต้าจ้วงลูกของคุณอาหญิงก็มีคู่หนึ่ง เวลากลับมาทีไรก็เอาแต่อวดตลอดเลย”

“อืม ให้พวกลูกหมดนั่นแหละ พอหมดฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ พวกลูกสองพี่น้องก็ไปโรงเรียนด้วยกันนะ หมิงฟางขี้ขลาด ไปถึงโรงเรียนก็อย่าให้ใครมารังแกน้องได้ล่ะ”

ลู่หมิงเลี่ยงได้ของที่ตัวเองถูกใจ แถมยังได้รับมอบหมายให้ปกป้องน้องสาว ก็ยืดอกขึ้นมาทันที

“แม่ ผมเป็นลูกผู้ชาย อกสามศอก รับรองว่าจะปกป้องน้องสาวเป็นอย่างดีเลยครับ”

ลู่หมิงหยางมองดูเสิ่นเมิ่งที่กำลังคุยกับน้องชายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่อ่อนโยน…

หลังจากแบ่งของให้เด็กๆ เสร็จ เสิ่นเมิ่งก็บอกให้พวกเขาเอาของไปเก็บ ไว้ซักทำความสะอาดก่อนค่อยเอามาใส่ พอจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เสิ่นเมิ่งก็หยิบของที่ซื้อจากสหกรณ์ออกมา นอกจากผ้าใยสังเคราะห์แล้ว เสิ่นเมิ่งก็ยังเพิ่มผ้าแพรพิมพ์ลายดอกไม้ และผ้าใยสังเคราะห์สีเขียวทหารเข้าไปด้วย มีครบทั้งของเด็กและผู้ใหญ่

“จิ้งห่าว เมื่อก่อนฉันไม่รู้ประสีประสา ชอบหาเรื่องทะเลาะกับเธออยู่บ่อยๆ แต่เธอเป็นคนใจกว้าง ไม่เคยถือสาหาความ แถมยังดีกับพวกหมิงหยางอีก ฉันขอบใจเธอมากจริงๆ นะ นี่เป็นผ้ากับพื้นรองเท้ายางที่ฉันซื้อมาให้เสี่ยวกังกับเด็กในท้อง ผ้าที่เหลือเธอก็เอาไปทำรองเท้าให้เสี่ยวกังใส่พอดีเลย แล้วก็น้ำตาลทรายแดงกับลูกอมพวกนี้ เธอรับไว้เถอะนะ”

เมื่อห่อของถูกยื่นมาตรงหน้า เซี่ยจิ้งห่าวก็ตกใจจนแทบจะรับไว้ไม่อยู่

“ตายจริง ไม่ได้จ้ะ ไม่ได้ พี่สะใภ้ใหญ่ ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก ฉันกับเจียเซิ่งก็ได้รับการดูแลจากพี่ใหญ่มาไม่น้อย จะไปรับของเยอะแยะขนาดนี้จากพี่ได้ยังไง ที่ฉันดีกับพวกหมิงหยางก็เพราะพวกเขาเป็นเด็กดี ไม่ได้หวังของตอบแทนอะไรเลย พี่สะใภ้ใหญ่รีบเก็บคืนไปเถอะจ้ะ”

“ฉันไม่ได้บอกให้เธอเอากลับไปวันนี้ซะหน่อย ปีที่เธอแต่งเข้ามา ฉันก็ไม่ได้ให้ของขวัญรับขวัญอะไรเลย ถือซะว่านี่เป็นการชดเชยให้ก็แล้วกัน ถึงเธอจะไม่อยากได้ แล้วเสี่ยวกังล่ะ แล้วลูกในท้องของเธอล่ะ ลองดูผ้าแพรผืนนี้สิ นุ่มจะตายไป พื้นรองเท้าสองคู่นี้ก็ไซส์พอดีกับเสี่ยวกังเลย ฉันเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เธอเองก็รู้ดีนี่จิ้งห่าว ฉันไม่ใช่แม่พระหรอกนะ ลองดูสะใภ้สองคนนั้นกับแม่สามีสิ ต่อให้พวกเขาจะเอ่ยปากขอ ฉันก็ไม่สนหรอก ของพวกนี้ฉันก็ไม่ได้บอกให้เธอเอากลับไปตอนนี้ เธอมาตัดชุดทำรองเท้าที่บ้านฉัน พอเสร็จแล้วค่อยเอากลับไป ขืนเธอเอากลับไปตอนนี้ รับรองว่าไม่เหลือตกถึงท้องแน่ๆ”

เซี่ยจิ้งห่าวมองดูท่าทางจริงใจของเสิ่นเมิ่ง ในใจก็รู้สึกซาบซึ้ง ต่อให้เธอจะช่วยดูแลพวกหมิงหยาง ข้าวปลาอาหารที่ให้ไปก็เทียบไม่ได้กับเงินของเสิ่นเมิ่งเลย พี่สะใภ้ใหญ่อย่างเสิ่นเมิ่งให้เธอมากเกินไปแล้ว

แต่พอนึกถึงเศษผ้าที่ตัวเองอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซ่อนไว้ในตู้ อย่าว่าแต่จะเอามาตัดเสื้อให้ลูกเลย แค่ทำรองเท้ายังไม่พอด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะรับของมากมายขนาดนี้จากพี่สะใภ้ มันก็ดูจะหน้าหนาเกินไปหน่อย

เสิ่นเมิ่งมองดูท่าทางลำบากใจของเซี่ยจิ้งห่าว ก็ถอนหายใจออกมา

“จิ้งห่าว ของน่ะเป็นของตาย คนต่างหากที่สำคัญ พี่ใหญ่ของเธอไปเป็นทหารอยู่ข้างนอก ฉันต้องเลี้ยงลูกสี่คนตามลำพัง งานเย็บปักถักร้อยฉันก็ไม่ค่อยถนัด งานใช้แรงงานอย่างหาบน้ำผ่าฟืนก็ทำไม่ไหว วันข้างหน้าคงต้องรบกวนเธอกับเจียเซิ่งอีกเยอะ ถ้าเธอไม่รับของจากฉัน แล้วฉันจะกล้ารบกวนพวกเธอได้ยังไงล่ะ! เรื่องง่ายๆ แค่นี้ คนเอาแต่ใจอย่างฉันยังเข้าใจเลย ทำไมเธอถึงได้มาคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้เนี่ย”

เซี่ยจิ้งห่าวรู้ดีว่าเสิ่นเมิ่งกำลังพยายามเกลี้ยกล่อมเธอ จึงกัดฟัน ยอมทิ้งความเกรงใจ แล้วรับของที่เสิ่นเมิ่งยื่นให้มาถือไว้

“ตกลงจ้ะ พี่สะใภ้ใหญ่ งั้นฉันก็ขอขอบคุณแทนเสี่ยวกังกับลูกในท้องด้วยนะจ๊ะ วันหน้ามีอะไรให้ฉันช่วย พี่เอ่ยปากมาได้เลย”

“จ้า!”

สองสะใภ้ตกลงกันเสร็จสรรพ ก็หันไปแกะพัสดุที่ลานบ้านต่อ ของที่สหายทหารส่งมาให้เป็นของป่าจากเตียนหนาน มีทั้งผ้าฝ้ายทอมือ แฮมชิ้นเล็ก ขนมเปี๊ยะดอกไม้ ยาไป๋เย่าจากเตียนหนาน และที่เยอะที่สุดก็คือเห็ดกับเส้นหมี่

“มีแต่ของดีๆ ทั้งนั้นเลย จิ้งห่าว คืนนี้ก็กินข้าวด้วยกันที่นี่แหละ!”

“ไม่เอาหรอกจ้ะ ไม่เอาหรอก พี่สะใภ้ใหญ่ เดี๋ยวฉันก็ต้องกลับแล้ว พอแม่กับคนอื่นๆ เลิกงานก็ต้องกินข้าว ฉันต้องกลับไปทำกับข้าว”

เสิ่นเมิ่งมองดูหน้าท้องที่กลมโตของเธอ อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป ในยุคสมัยนี้ไม่มีใครคิดหรอกว่าคนท้องไม่ควรทำงาน ต่อให้มีก็คงจะน้อยมากๆ

“งั้นก็ได้จ้ะ กลับไปเถอะ กินข้าวให้น้อยหน่อยนะ เดี๋ยวตอนเย็นพาเสี่ยวกังออกมาเดินเล่นสิ ฉันจะเก็บกับข้าวไว้ให้”

“พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องจริงๆ จ้ะ”

“ไม่ต้องปฏิเสธหรอก บ้านลู่กินอะไรกันฉันทำไมจะไม่รู้ ดูสิว่าเธอผอมขนาดไหน ขืนปล่อยไว้ตอนคลอดลูกจะลำบากเอานะ”

เซี่ยจิ้งห่าวฟังแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ พี่สะใภ้ใหญ่หวังดีกับเธอจริงๆ เป็นคนมีน้ำใจ เมื่อก่อนเธอคงมองพี่สะใภ้ใหญ่ผิดไป ตอนที่เธอจะกลับ เสิ่นเมิ่งก็ให้เงินเธอมาสามหยวน เป็นเงินค่าเลี้ยงดูแม่สามีของเดือนหน้าจากบ้านใหญ่

เสิ่นเมิ่งให้เงินไปก็รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ให้เงินค่าเลี้ยงดูไปแล้ว ข้าวก็ไม่ได้กินด้วยกัน แบบนี้ยังไม่ถือว่าแยกบ้านอีกเหรอ ที่ดินส่วนตัวก็ยังให้บ้านลู่ปลูกผักอยู่ ไม่ว่าจะคิดยังไง เธอก็รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบเข้าเต็มเปา

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note