You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

ลู่หมิงข่ายมองดูผู้หญิงหน้าซีดเผือดที่นอนอยู่บนเตียงเตา ไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม้แต่ก้าวเดียว สองมือน้อยๆ กำขากางเกงของเสิ่นฟู่กุ้ยไว้แน่น หมิงฟางที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปหา แล้วโอบกอดเขาไว้เบาๆ

เสิ่นเมิ่งมองดูเด็กที่กำลังร้องไห้โฮ อยากจะเข้าไปใกล้ แต่ก็ไม่กล้า ท่าทางที่หวาดกลัวของเขา ทำให้ใจเธอรู้สึกปวดร้าวไปด้วย

เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ก็เห็นเด็กอีกสองคนเดินเข้ามาในห้องที่แคบและอึดอัดนี้

พวกเขาแต่งตัวซอมซ่อ เสื้อผ้ามีแต่รอยปะชุนทับซ้อนกันไปมา ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับรังนก เนื้อตัวมอมแมมคลุกฝุ่นไปทั้งตัว เด็กคนที่ตัวเล็กกว่ายังเดินเท้าเปล่าอีกด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือเด็กทั้งสองคนมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาที่มองมาที่เธอนั้นช่างมืดหม่นและเย็นชา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังดีใจกับความตายที่กำลังจะมาเยือนของเธอ

เสิ่นเมิ่งตกใจกลัวแทบสิ้นสติ เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นความคิดที่น่ากลัวขนาดนี้จากเด็กตัวเล็กๆ สองคน ลมหายใจจุกอยู่ที่คอหอย กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง เธอไอรุนแรงขึ้นมาทันที พอได้สติกลับมา ก็พบว่าตัวเองเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว

หลิวซานจินมีคำพูดมากมายอัดอั้นอยู่ในใจ แต่ไม่ได้พูดออกไป จากตอนแรกที่เห็นเสิ่นเมิ่งแล้วตกใจ มาจนถึงความตึงเครียดของเสิ่นฟู่กุ้ย จนกระทั่งเสิ่นเมิ่งไอ นางถึงได้รู้ตัวว่า เรื่องในวันนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แน่

“มา หมิงข่าย รีบไปดูแม่ของหลานสิ แม่ของหลานเจ็บหนักมากนะ ดูสิ ย่าของหลาน อาๆ สะใภ้ๆ ของหลาน ต่างก็ทนดูแม่แท้ๆ ของหลานตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ไม่ยอมไปตามหมอมาให้ พวกหลานรู้ไหมว่าพวกนี้เขาต้องการอะไร พวกเขาอยากจะฮุบบ้านอิฐที่พ่อสร้างให้แม่กับพวกหลานยังไงล่ะ ถ้าหลานไม่มีแม่แล้ว จะต้องโดนพวกนี้รังแกขนาดไหนกัน โธ่ หลานรักของตา!”

เดิมทีเสิ่นฟู่กุ้ยไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ แต่พอเห็นลูกสาวบาดเจ็บสาหัส หลานชายตัวน้อย แม่ดองที่ใจดำอำมหิต และตัวเขาเองที่ไร้ความสามารถ

น้ำตาของชายชราก็ไหลพรากออกมาทันที!!!

“แม่ดอง แม่ดอง พูดแบบนี้ไม่ได้นะจ๊ะ ตอนที่สะใภ้ใหญ่กลับมาแรกๆ ก็ยังดีๆ อยู่เลย แค่หัวแตกนิดหน่อย ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงไปตามหมอมาให้แล้ว บ้านสกุลลู่ของเราในละแวกนี้ก็ถือว่าเป็นคนมีหน้ามีตา แม่ดองจะมาใส่ร้ายกันไม่ได้นะจ๊ะ!”

“ใส่ร้ายงั้นเรอะ ฉันใส่ร้ายตรงไหนกัน ถ้าไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมลูกสาวฉันถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะ ทำไมหลานตาถึงไม่อยู่บ้าน แต่พวกแกกลับนั่งกินของดีๆ กันอยู่ที่บ้าน ปล่อยให้เด็กๆ ออกไปจับนกกระจอกกินข้างนอก ถ้าไม่หิวจนทนไม่ไหว เด็กตัวกะเปี๊ยกแค่นี้จะออกไปหาของกินเองได้ยังไง?”

หลิวซานจินถูกเสิ่นฟู่กุ้ยตอกหน้าจนพูดไม่ออก มื้อเที่ยงวันนี้พวกนางผัดไข่ไปหนึ่งจาน ไม่ได้เรียกเด็กๆ บ้านพี่ใหญ่มากินด้วย ก็เพราะกลัวว่าพวกนั้นจะแย่งกินหมด แต่ในหม้อก็ยังเหลือข้าวต้มไว้ให้พวกเขาสองชามนะ ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้พวกนั้นหิวสักหน่อย

เดิมทีหลิวซานจินก็ไม่ชอบเด็กบ้านหมิงหยางอยู่แล้ว พอตอนนี้พวกนางต้องมาถูกจับผิดเพราะเด็กพวกนี้อีก ก็ยิ่งรำคาญใจหนักเข้าไปใหญ่ จึงถลึงตาใส่เด็กๆ อย่างดุร้าย

อู๋เซียงหลานท่องนะโมตัสสะอยู่ในใจ ภาวนาว่าอย่าให้เสิ่นเมิ่งตายไปจริงๆ เลย กลัวว่ากลางดึกจะตามมาคิดบัญชีกับเธอ เธอจึงไม่กล้าปริปากพูดอะไรเลยสักคำ โจวเจียวเจียวเองก็ไม่กล้าพูดเหมือนกัน แต่เธอจำเป็นต้องพูด ในสถานการณ์แบบนี้จะมามัวทะเลาะกันไม่ได้ ต้องเอาอกเอาใจไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นบ้านอิฐสามห้องใหญ่ก็คงไม่ได้อยู่ แถมยังต้องมาแบกรับชื่อเสียงแย่ๆ ว่ายึดทรัพย์สินของบ้านพี่ใหญ่อีก

“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่ต้องอดทนไว้นะ หมิงข่ายยังเล็กนัก ถ้าพี่เป็นอะไรไป เด็กๆ จะอยู่กันยังไงล่ะ! ฮือๆๆ…”

เสิ่นเมิ่งขี้เกียจสนใจเธอ ตอนนี้เธอแค่อยากจะใช้สภาพที่น่าเวทนาของตัวเอง เรียกร้องความเห็นใจจากเด็กๆ สักหน่อย วิธีนี้ใช้กับลู่หมิงหยางและลู่หมิงเลี่ยงไม่ได้ผลแน่ๆ เสิ่นเมิ่งจึงเบนเป้าหมายไปที่ลู่หมิงฟางและลู่หมิงข่ายแทน เด็กผู้หญิงมักจะใจอ่อน โน้มน้าวได้ง่ายกว่า แถมยังมีเด็กน้อยอีกคน ยิ่งโน้มน้าวง่ายเข้าไปใหญ่

“โจวเจียวเจียว เธอหลบไปหน่อย เธอเตะตาฉันบังเด็กๆ หมดแล้ว”

พอเสิ่นฟู่กุ้ยได้ยินดังนั้น ก็ไม่สนว่าเด็กสองคนจะเต็มใจหรือไม่ คว้าตัวทั้งคู่ดันไปที่หน้าเตียงเตาของเสิ่นเมิ่ง แถมยังเบียดโจวเจียวเจียวจนกระเด็นไปอยู่ข้างๆ

“เสี่ยวเมิ่ง หมิงข่ายกับหมิงฟางอยู่นี่แล้วนะ ลูกดูเด็กๆ สิ มีอะไรอยากจะพูดก็ค่อยๆ พูด ไม่ต้องรีบนะลูกเอ๊ย!”

โจวเจียวเจียวถูกเบียดจนเซถลา เกือบจะข้อเท้าพลิก เธอไม่กล้าปริปากพูดอะไรเลย กลัวว่าเสิ่นเมิ่งจะรู้สึกตัวแล้วนึกถึงเรื่องบ้านขึ้นมาได้

เสิ่นเมิ่งมองเด็กสองคนที่อยู่ตรงหน้า แอบหยิกต้นขาตัวเองใต้ผ้าห่มอย่างแรง ทำให้น้ำตาไหลพรากออกมาอีกครั้ง

น้ำตาเทียมที่เธอใช้เมื่อกี้ สงสัยจะโดนโกงสเปกมาแน่ๆ ประสิทธิภาพแย่มาก แป๊บเดียวก็หมดฤทธิ์แล้ว แถมยังทำให้ตาแห้ง เคืองตา และตาล้าอีกต่างหาก

“หมิงข่าย ลูกของแม่ แม่ขอโทษนะ แม่ตั้งท้องสิบเดือนคลอดลูกออกมา เฝ้าดูลูกค่อยๆ เติบโตขึ้นมา แม่จะไม่รักลูกได้ยังไง แต่ตอนที่แม่คลอดลูก แม่อายุแค่สิบเก้าเอง แม่ยังไม่ประสีประสาอะไรเลย ในใจก็ว้าวุ่น พ่อของลูกก็ไม่อยู่ ไม่มีใครคอยช่วยเหลือแม่เลย ลูกตัวแค่นั้น ทุกๆ คืนแม่มักจะสะดุ้งตื่น แล้วเอามือไปอังที่ใต้จมูกน้อยๆ ของลูก เพราะกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป ฮือๆๆ ลูกเป็นลูกแท้ๆ ของแม่ แม้จะไม่รักลูกได้ยังไง!”

เสิ่นเมิ่งวางมือลงบนศีรษะของลู่หมิงข่ายเบาๆ ลูบไล้อย่างทะนุถนอม

มีมือใหญ่ของตาคอยจับอยู่ด้านหลัง เจ้าหนูน้อยจะหนีก็หนีไม่ได้ เขามองดูผู้หญิงที่มักจะทุบตี ดุด่า หยิก และบิดเนื้อเขาอยู่เป็นประจำ ผู้หญิงคนนั้นกำลังร้องไห้อย่างหนัก เธอบอกว่ารักเขา แถมยังขอโทษเขาด้วย เขาฟังไม่ค่อยเข้าใจ เขาอยากจะหนี แต่…แต่ในความทรงจำของเขา เขาไม่เคยถูกแม่ปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนแบบนี้มาก่อนเลย ชั่วขณะหนึ่งเขาถึงกับเหม่อลอยไป

น้ำตาของหมิงฟางก็ไหลพรากเช่นกัน ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งกับคำพูดของแม่เลี้ยงใจร้ายหรอกนะ แต่พอเห็นเธอยกมือขึ้นไปจับตัวเสี่ยวหมิงข่าย เธอรู้สึกหวาดกลัว กลัวว่ามือที่ลูบหัวอยู่นั้น จู่ๆ จะตบหน้าเสี่ยวหมิงข่ายเข้าให้

“หมิงฟาง ลูกเอ๊ย แม่ก็ขอโทษลูกกับหมิงหยาง หมิงเลี่ยงด้วยเหมือนกัน ตอนที่แม่เพิ่งแต่งเข้ามา ลูกดีกับแม่มาก เด็กตัวแค่นั้น ตัวเองยังไม่ทันได้กินข้าว ก็เอาแต่เป็นห่วงว่าแม่ที่อยู่ในห้องหอจะหิวหรือเปล่า อุตส่าห์ยกข้าวมาให้แม่ชามหนึ่ง มือน้อยๆ แดงเถือกไปหมด แม่นึกเสียใจจริงๆ ที่ทำไม่ดีกับลูกในภายหลัง เขาว่ากันว่าลูกสาวคือเสื้อกันหนาวตัวน้อยที่รู้ใจของแม่ ถ้าแม่มีโอกาสอีกครั้ง แม่จะรักและทะนุถนอมลูกให้ดั่งดวงใจ พ่อ พ่อไปหยิบถุงผ้าสีดำในตู้บนเตียงเตาออกมาให้หน่อย ในนั้นมีผ้าที่หนูเก็บไว้ให้หมิงฟาง กะว่าจะตัดเสื้อใหม่ให้ช่วงสิ้นปี แต่ตอนนี้คงไม่มีโอกาสแล้ว”

เสิ่นเมิ่งพูดตะกุกตะกัก ท่าทางเหนื่อยล้าเต็มที คนบ้านลู่ไม่มีใครกล้าขัดจังหวะ กลัวว่าถ้าจู่ๆ เธอขาดใจตายไป เสิ่นฟู่กุ้ยจะมาโทษพวกนาง แถมยังมีพวกหมิงหยางอยู่ด้วย หมิงหยางกับหมิงเลี่ยงโตแล้ว ความจำดี ต่อให้เสิ่นเมิ่งจะไม่ดียังไง นางก็ยังเป็นเมียของลู่เจิ้นผิง ถ้าเขากลับมาแล้วรู้ว่าเมียตัวเองตายยังไง เขาจะไม่อาละวาดได้ยังไงล่ะ?

ลู่หมิงฟางยืนหน้าซีดเผือด มองดูตาหยิบถุงผ้าสีดำออกมาจากตู้ของนางผู้หญิงใจร้าย แล้วหยิบผ้าฝ้ายพิมพ์ลายดอกโบตั๋นสีเขียวออกมาวางใส่มือของเธอ หัวใจของเธอเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง อ่อนระทวยลงในพริบตา

ลู่หมิงหยางที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่แค่นเสียงหึในใจ นังผู้หญิงคนนี้ช่างร้ายกาจนัก ใกล้จะตายอยู่แล้วยังคิดจะหลอกลวงคนอื่นอีก ก่อนหน้านี้ยังเอาไปอวดคนอื่นอยู่เลยว่าตัวเองได้ผ้ามาใหม่ชิ้นหนึ่ง จะเอาไปตัดกางเกงกันหนาวให้ตัวเอง ตอนนี้ดันมาบอกว่าจะยกให้หมิงฟาง คงแค่อยากให้น้องๆ จดจำความดีของตัวเอง กลัวว่าจะไม่มีใครเผากระดาษเงินกระดาษทองจุดธูปไหว้ในวันเทศกาลล่ะสิ

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note