ตอนที่ 118 สุดยอดของสิ้นเปลือง
แปลโดย เนสยังหวงเฉิงเยี่ยนดึงนาฬิกาน้ำกลับมา ดึงไม้บรรทัดออกมาดู แต่ก็ยังคิดไม่ออก ไม้บรรทัดที่ใช้บอกเวลา ระยะห่างระหว่างแต่ละขีดก็สมควรจะต้องเท่ากันสิ แล้วมันจะผิดตรงไหนกัน?
เมื่อเห็นหวงเฉิงเยี่ยนไม่เข้าใจ เฟยเฉียนจึงอธิบายว่า “ท่านปู่หวง ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก เพียงแต่… หากต้องการความแม่นยำที่มากขึ้น… โดยทั่วไปแล้ว ขีดบนไม้บรรทัดที่เท่ากันนั้นไม่ผิด แต่ไม้บรรทัดนี้ใช้กับน้ำ และกระบอกแบบนี้ เวลาที่มีน้ำเต็มกระบอกกับเวลาที่มีน้ำครึ่งกระบอก ความเร็วในการหยดของน้ำย่อมไม่เท่ากัน ดังนั้น ขีดเหล่านี้จึง…”
หวงเฉิงเยี่ยนเข้าใจในทันที เขารีบเรียกคนรับใช้ให้นำถังไม้ขนาดใกล้เคียงกันมาสองใบ ใบหนึ่งเติมน้ำจนเต็ม ส่วนอีกใบเติมน้ำแค่ครึ่งเดียว จากนั้นก็ใช้เหล็กแหลมเจาะรูเล็กๆ ที่ก้นถังทั้งสองใบ แล้วสังเกตสายน้ำที่ไหลออกมาจากถังทั้งสองอย่างละเอียด ก็พบว่าเป็นจริงตามที่เฟยเฉียนกล่าว ปริมาณน้ำที่ไหลออกมาไม่เท่ากัน และเมื่อเวลาผ่านไป ระดับน้ำที่ลดลงในถังทั้งสองใบก็ไม่เท่ากันด้วย…
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!” ผางถ่งที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ก็พลันนึกออก เขากล่าวว่า “น้ำก็มีน้ำหนักเหมือนกัน! ถังใบนี้มีน้ำมากกว่า ย่อมหนักกว่า ทำให้น้ำไหลเร็วกว่าถังอีกใบ ดังนั้น หากพิจารณาตามหลักการนี้ ขีดบนไม้บรรทัดก็ไม่สมควรจะเท่ากัน…”
หวงเฉิงเยี่ยนก็คิดได้เช่นกัน เมื่อได้ยินคำพูดของผางถ่ง เขาก็เอ่ยชมว่า “ซื่อหยวนเก่งขึ้นนะ ช่วงนี้ไม่ได้ศึกษาแต่คัมภีร์ประวัติศาสตร์แล้วหรือ เริ่มมาสนใจวิชาเครื่องกลแล้วสินะ?”
ผางถ่งไม่ได้ถ่อมตัวเลยแม้แต่น้อย เขายืดอกรับอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว!”
หวงเฉิงเยี่ยนหันไปกล่าวกับเฟยเฉียนว่า “จื่อเยวียนช่างสังเกตยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีความรู้เรื่องเครื่องกลแตกฉานถึงเพียงนี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ!” ในใจเขาก็แอบคิดว่า เดิมทีผางถ่ง ผางซื่อหยวน ไม่ค่อยสนใจเรื่องเครื่องกลเท่าไรนัก แต่ตอนนี้กลับมีความรู้ขึ้นมาบ้าง หรือว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลจากเฟยเฉียน เฟยจื่อเยวียน?
แล้วตาชั่งอันเล็กๆ นั่นล่ะ หรือว่าเฟยเฉียนจะเป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมาด้วย?
เฟยเฉียน เฟยจื่อเยวียนผู้นี้ สมแล้วที่เป็นบุคคลที่ท่านผางให้ความสำคัญ ช่างรอบรู้ไปเสียทุกเรื่องจริงๆ…
คิดได้ดังนี้ หวงเฉิงเยี่ยนก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ทั้งสองท่านค้างคืนที่นี่เถอะ ข้าสั่งให้คนไปเรียกช่างฝีมือมาแล้ว พรุ่งนี้จื่อเยวียนให้คนนำวัสดุสำหรับทำลูกธนูมาส่งที่นี่ได้เลย เราจะได้เริ่มลงมือทำกัน!”
ผางถ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร ค้างก็ค้างสิ ยังไงตระกูลผางกับตระกูลหวงก็สนิทกันอยู่แล้ว
แต่สำหรับเฟยเฉียน นี่คือข่าวดีอย่างยิ่ง ในที่สุดหินก้อนใหญ่ที่ทับอกอยู่ก็หลุดไปเสียที เขารีบประสานมือคำนับหวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวง เพื่อแสดงความขอบคุณ
เมื่อพูดถึงเรื่องการสร้างลูกธนู เฟยเฉียนก็รู้สึกสนใจใคร่รู้ขึ้นมาบ้าง ยิ่งไปกว่านั้น ธนูถือเป็นอาวุธโจมตีระยะไกลสำหรับทหารราบในยุคราชวงศ์ฮั่น ประจวบเหมาะกับที่หวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวง เป็นถึงปรมาจารย์ด้านเครื่องกล เฟยเฉียนจึงถือโอกาสนี้ขอความรู้จากเขาสักหน่อย
พอพูดถึงเรื่องเครื่องกลและอาวุธ หวงเฉิงเยี่ยนก็เหมือนปลาได้น้ำ ด้วยนิสัยตรงไปตรงมา เขาจึงไม่ปิดบังความรู้ใดๆ เขาสั่งให้คนรับใช้นำลูกธนูมาให้ดูหลายดอก
ที่แท้ การใช้ธนูยิงออกไปจะเรียกว่า ‘เจี้ยน’ (ลูกธนู) ส่วนการใช้หน้าไม้ยิงออกไปจะเรียกว่า ‘สือ’ (ลูกดอก)
ลูกธนูและลูกดอกเหล่านี้ประณีตงดงามมาก แม้เฟยเฉียนจะไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้ แต่พอลองจับดูก็รู้สึกได้ถึงความยอดเยี่ยม หัวธนูแหลมคม ก้านธนูเรียบเนียน ขนนกที่หางก็ตรงแน่ว สัดส่วนโดยรวมสมดุล สวยงามไร้ที่ติ
เฟยเฉียนถือลูกธนูและลูกดอกไว้ในมือ ลองสังเกตและเปรียบเทียบดู พลางรับฟังคำอธิบายจากหวงเฉิงเยี่ยน ผู้นำตระกูลหวง
คราวนี้ช่ายเม่าบอกว่าจะฝึกทหารธนูสองพันนาย ดังนั้นสิ่งที่ต้องสร้างก็คือ ‘ลูกธนู’
ตามที่หวงเฉิงเยี่ยนอธิบาย ลูกธนูที่ใช้ในกองทัพโดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องประณีตมากนัก ขอแค่ได้มาตรฐานก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่หากเป็นลูกธนูที่สั่งทำพิเศษสำหรับบุคคล ย่อมมีความซับซ้อนกว่ามาก ไม่เพียงแต่ต้องใช้วัสดุชั้นดี แต่ยังต้องคำนึงถึงความยาวของแขน ความแข็งของคันธนู ไปจนถึงจุดศูนย์ถ่วงของลูกธนู ทุกอย่างต้องสอดคล้องกับผู้ใช้ธนูถึงจะถือว่าดีที่สุด ลูกธนูเหล่านี้ก็คือตัวอย่างที่เคยมีคนมาสั่งทำทิ้งไว้นั่นเอง…
ผางถ่งร้อง “อ้อ” ออกมา แล้วพูดว่า “ที่แท้เมื่อครู่ฮั่นเซิงมาที่นี่ ก็เพื่อสั่งทำลูกธนูจากท่านปู่หวงนี่เอง?”
หวงเฉิงเยี่ยนพยักหน้า ตอบว่า “ใช่แล้ว ธนูของฮั่นเซิงนั้นแข็งแกร่งมาก ลูกธนูที่ช่างฝีมือทั่วไปทำ แม้จะใช้ได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าลูกธนูสั่งทำ เขาจึงมาหาข้าให้ช่วยทำให้…”
ฮั่นเซิง? หวงฮั่นเซิงหรือ? เฟยเฉียนชะงักไปครู่หนึ่ง คนคนนี้คือยอดฝีมือเลยนะเนี่ย…
แต่หลังจากนั้น หวงเฉิงเยี่ยนและผางถ่งก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของหวงฮั่นเซิงอีก ทำให้เฟยเฉียนไม่กล้าเอ่ยปากถาม เพราะเขาไม่รู้จักจริงๆ หากสุ่มสี่สุ่มห้าถามไปก็คงดูแปลกๆ และถ้าเกิดต้องโกหกแล้วถูกจับได้ ก็จะยิ่งดูไม่ดีเข้าไปใหญ่ เขาจึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ รอโอกาสหน้าค่อยสืบหาข้อมูล…
หวงเฉิงเยี่ยนดึงหัวธนูออกจากก้านธนูดอกหนึ่ง แล้วส่งให้เฟยเฉียนดู พลางอธิบายว่า “หัวธนูแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเรียกว่าใบหอกธนู อีกส่วนเรียกว่าก้านเสียบธนู…”
ใบหอกธนูก็คือส่วนปลายแหลมสามเหลี่ยมที่มีไว้สำหรับแทงศัตรู ส่วนก้านเสียบธนูนั้น เฟยเฉียนเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ตามที่หวงเฉิงเยี่ยนอธิบาย ก้านเสียบธนูนี้มีไว้สำหรับเสียบเข้าไปในก้านธนู และต้องเล็กและแข็งแรงมาก ความยาวของก้านเสียบธนูต้องยาวกว่าความยาวของใบหอกธนู หากสั้นเกินไปแล้วถูกสุ่มตรวจพบ จะต้องรับโทษฐาน ‘ผลิตอาวุธไม่ได้มาตรฐาน’…
หัวธนูนั้นไม่ได้ทำยากที่สุด และก็ไม่ใช่ส่วนที่ยุ่งยากที่สุดด้วย เพราะหัวธนูจะใช้วิธีเทน้ำเหล็กลงในแม่พิมพ์ ผลิตออกมาคราวละมากๆ แม้จะต้องการความประณีตสูง แต่ขั้นตอนการผลิตก็ไม่ได้ซับซ้อนนัก
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการทำลูกธนูก็คือการทำก้านธนู
ไม้ที่ใช้ทำก้านธนูคือไม้สนฤดูใบไม้ผลิ
ไม่ได้หมายความว่ามีต้นไม้ชื่อว่าสนฤดูใบไม้ผลิ แต่หมายความว่าควรใช้ไม้ที่ตัดในฤดูใบไม้ผลิ ไม้ที่ตัดในฤดูใบไม้ร่วงจะแตกง่าย และต้องเป็นไม้ที่ตัดจากทางลาดด้านทิศเหนือของภูเขา
แต่ถึงอย่างไร วัสดุเหล่านี้อีจี๋ก็เป็นคนจัดเตรียมให้ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพไม้…
ข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดของก้านธนูก็คือต้องตรง!
แต่ทว่า ท่อนไม้ก็ไม่ได้ตรงเสมอไป หากไม่สนใจทิศทางของลายไม้ แล้วตัดไม้มาทำก้านธนูเลย ก้านธนูก็จะหักง่าย ถือเป็นของไร้คุณภาพ ก้านธนูที่ดีต้องตัดตามแนวลายไม้ตลอดทั้งเส้น
ดังนั้น หากลายไม้คดงอ ก็ต้องอาศัยแรงงานคนนำไปรนไฟ แล้วดัดให้ตรง ซึ่งต้องใช้เวลาและแรงงานมาก
นอกจากนี้ การขัดก้านธนูก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่กินเวลามาก เรียกว่า ‘การกลึงก้าน’ คือการใช้มีดพิเศษเกลาไม้ท่อนสี่เหลี่ยมให้เป็นทรงกลม และต้องทำถึงสองครั้ง ครั้งแรกเป็นการเกลาหยาบ ครั้งที่สองเป็นการเกลาละเอียด โดยต้องเว้นระยะห่างระหว่างการเกลาแต่ละครั้งหนึ่งวัน เพื่อให้ไม้ปรับสภาพและไม่บิดงอ…
อีกจุดหนึ่งคือ ในการทำก้านธนู ต้องกะให้น้ำหนักของก้านธนูแต่ละก้านใกล้เคียงกัน ไม่เช่นนั้น หากลูกธนูดอกหนึ่งหนักอึ้ง ส่วนอีกดอกเบาหวิว พลธนูคงได้ด่าทอสาปแช่งแน่ๆ…
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของหวงเฉิงเยี่ยน เฟยเฉียนถึงได้เข้าใจว่าทำไมก่อนหน้านี้หวงเฉิงเยี่ยนถึงบอกว่าเขาโชคดี หากไม่มีช่างฝีมือผู้ชำนาญการจำนวนมาก การจะผลิตลูกธนูให้ได้มาตรฐานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ…
แม้ลูกธนูสำหรับกองทัพทั่วไปจะไม่ต้องการความประณีตมากนัก แต่มันก็ต้องอาศัยงานฝีมือมากเหลือเกิน ทำให้ต้องใช้เวลาในการผลิตนาน…
ยิ่งไปกว่านั้น ของพวกนี้ยังเป็นของสิ้นเปลือง แม้จะสามารถเก็บกู้กลับมาได้ แต่ก็เสียหายได้ง่าย… มิน่าล่ะ เวลาพูดถึงจำนวนลูกธนูถึงต้องใช้หลักหมื่นเสมอ เฟยเฉียนจำได้ลางๆ ว่าตอนที่ขงเบ้งใช้เรือฟางยืมลูกธนู เขายืมมาตั้งเท่าไหร่กันนะ?
นั่นน่ะขนาดแค่ที่ปักอยู่บนเรือนะ ที่พลาดเป้าตกน้ำไปคงมีอีกเพียบ…
จะมีวิธีไหนช่วยลดขั้นตอนลงได้บ้างไหมนะ…

0 Comments