You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

จวนผู้ว่าการเมืองเซียงหยาง

ช่วงหลายวันนี้หลิวเปี่ยวไม่ได้ก้าวเท้าออกจากจวนเลย เพิ่งจะแต่งงานใหม่ ประกอบกับช่ายซื่อเอาอกเอาใจเก่ง ช่วงนี้หลิวเปี่ยวจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายใจเฉิบ

ส่วนเฉินซื่อที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน…

หลิวเปี่ยวบอกเลยว่า ลืมไปหมดแล้ว

ตอนนี้หลิวเปี่ยวเรียกได้ว่ากุมอำนาจกว่าครึ่งของเมืองเซียงหยางไว้ในกำมือแล้ว แผนการที่วางไว้ก็กำลังดำเนินการไปทีละน้อย ทุกอย่างราบรื่นดี อารมณ์จึงเบิกบานยิ่งนัก เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

ตอนที่เพิ่งมาถึงเซียงหยาง นอกจากผู้ติดตามเพียงไม่กี่คนแล้ว เขาไม่มีทั้งเงินและเสบียง แถมยังมาอยู่ในถิ่นที่ไม่คุ้นเคย ภายนอกมีพวกโจรตระกูลตั้งตนเป็นใหญ่ ขัดขวางไม่ให้คำสั่งถูกถ่ายทอดลงไปได้ และไม่ยอมส่งมอบภาษีอากร ภายในก็มีพวกเสมียนที่ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง แสร้งทำเป็นเชื่อฟังแต่ลับหลังกลับต่อต้าน รอดูความล้มเหลวของเขา พูดตามตรง ตอนนั้นเขามืดแปดด้านจริงๆ

แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างออกไปแล้ว การปกครองภายในมีพี่น้องตระกูลไคว่ซึ่งเป็นคนในพื้นที่คอยดูแล บรรดาเสมียนต่างก็หวาดกลัว ไม่กล้าทำงานชุ่ยๆ เพราะกลัวว่าพี่น้องตระกูลไคว่ที่รู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดีจะจับผิดและปลดพวกเขาออกจากตำแหน่ง ทางด้านการทหารก็มีช่ายเม่าซึ่งเป็นคนของตระกูลใหญ่ในพื้นที่ออกหน้าจัดการ รวบรวมและฝึกฝนกองทัพ เปลี่ยนพวกโจรตระกูลที่เคยเป็นแค่กลุ่มคนไร้ระเบียบให้ค่อยๆ กลายเป็นกองทัพที่แท้จริง…

ส่วนคนสนิทของเขา ก็คอยช่วยจับตาดูตระกูลไคว่และตระกูลช่ายอย่างลับๆ หากมีข่าวคราวอะไรก็จะรายงานให้เขาทราบทันที ตอนนี้ตำแหน่งผู้ว่าการรัฐของหลิวเปี่ยวจึงมั่นคงยิ่งนัก

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังทำตามแผนของเฟยเฉียนด้วยการเปิดปี้ยงอย่างเป็นทางการ หลิวเปี่ยวได้ส่งหนังสือแจกจ่ายไปยังมณฑลและหัวเมืองต่างๆ รอบด้าน เพื่อเชิญชวนผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นอาจารย์สอน และเปิดรับสมัครบัณฑิตจำนวนมาก เพื่อสร้างบุคลากรไว้ใช้งานในอนาคต

เรียกได้ว่าตามความคืบหน้าในตอนนี้ “แผนล้างหน้า” ได้ดำเนินการไปจนเกือบจะสมบูรณ์แล้ว ส่วน “แผนสะสมพลัง” นั้นต้องอาศัยเวลา จะมารีบร้อนเอาตอนนี้ก็ไม่ได้ ประกอบกับใกล้จะถึงสิ้นปีแล้ว ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี ก็ขอพักหายใจหายคอบ้าง หลิวเปี่ยวจึงอ้างว่าป่วย และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานราชการมาหลายวันติด…

ยังไงเสียก็มีฝูซวิ่นกับอีจี๋คอยจับตาดูอยู่ อู้งานสักสองสามวันก็คงไม่มีปัญหาอะไร…

แต่พอนึกถึงเฟยเฉียน หลิวเปี่ยวก็รู้สึกขัดใจเล็กน้อย บอกว่าจะช่วยเกลี้ยกล่อมผางเต๋อกงให้ แต่ผ่านไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย หรือว่าจะแกล้งรับปากไปงั้นๆ เพื่อหลอกข้าเล่น?

ขนาดพี่น้องตระกูลไคว่ยังแวะเวียนมารายงานความคืบหน้า หรือไม่ก็มาขอคำปรึกษาอยู่บ่อยๆ แต่เจ้านี่โผล่หน้ามาแค่ตอนงานแต่งข้า แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย ไอ้เด็กกะล่อนเอ๊ย…

ขณะที่หลิวเปี่ยวกำลังคิดเพลินๆ คนรับใช้ก็เข้ามารายงานว่า ไคว่เยว่ขอเข้าพบ

แน่นอนว่าไคว่เยว่มาเพื่อรายงานผลการทำงาน เนื่องจากโครงการที่หลิวเปี่ยวสั่งการหลังจากมารับตำแหน่งล้วนเป็นโครงการระดับใหญ่โต ทั้งการซ่อมแซมถนนหนทาง การชลประทาน การเปิดปี้ยง และการจัดตั้งกองทัพ ซึ่งแต่ละโครงการล้วนต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนที่มองเห็นได้ในอนาคต แต่ก็จำเป็นต้องมีการลงทุนตั้งแต่เนิ่นๆ ตระกูลไคว่และตระกูลช่ายได้สำรองจ่ายเงินส่วนใหญ่ไปก่อนแล้ว แม้ว่าภาษีอากรในปีนี้จะยังไม่เพียงพอที่จะจ่ายคืน แต่ก็ต้องให้หลิวเปี่ยวรับรู้ถึงสิ่งที่ตระกูลไคว่ได้ทุ่มเทไป

หลิวเปี่ยวพลิกดูรายงานการดำเนินงานต่างๆ ที่ไคว่เยว่นำมาอย่างละเอียด ทุกอย่างถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน และไม่พบสิ่งใดที่ดูเหมือนจะเป็นการจงใจเพิ่มหรือลดตัวเลข เนื้อหาตรงกับที่ฝูซวิ่นและอีจี๋รายงานมาทุกประการ เขาจึงพยักหน้าและพูดอย่างพอใจว่า “อี้ตู้เหน็ดเหนื่อยไม่น้อย ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก”

ไคว่เยว่ประสานมือขอบคุณสำหรับคำชมของหลิวเปี่ยว แล้วกล่าวว่า “นี่เป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอรับ”

ตามขั้นตอนปกติ หากไคว่เยว่ไม่มีเรื่องใดต้องให้หลิวเปี่ยวตัดสินใจ เขาก็ควรจะขอตัวลากลับ แต่ครั้งนี้หลังจากไคว่เยว่ตอบกลับแล้ว เขากลับนั่งนิ่งเงียบ ไม่ขยับเขยื้อน

หลิวเปี่ยวรู้ทันทีว่ายังมีเรื่องอื่นอีก จึงถามขึ้นว่า “อี้ตู้มีเรื่องลำบากใจอันใดหรือ?”

ไคว่เยว่ประสานมือ กล่าวว่า “ข้ามิกล้าสอดปาก แต่ทว่า…”

หลิวเปี่ยวโบกมืออย่างใจกว้าง ยิ้มแล้วพูดว่า “อี้ตู้จะมัวเกรงใจไปทำไม? มีอะไรก็ว่ามาเถิด!”

ไคว่เยว่กล่าวขอบคุณ แล้วจึงเริ่มพูด “บัดนี้นายท่านกุมอำนาจในจิงเซียง ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจ ไม่มีใครไม่ระมัดระวังตั้งใจทำงานในหน้าที่ของตน เกรงว่าจะทำให้งานใหญ่ของนายท่านต้องเสียการเสียงาน แต่ทว่าหลายวันมานี้ ข้าได้ยินมาว่า…”

ไคว่เยว่ปรายตามองหลิวเปี่ยว เมื่อเห็นว่าหลิวเปี่ยวไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ จึงพูดต่อ “…บรรดาเสมียนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า มีผู้ดำรงตำแหน่งสูง แต่กลับไร้ผลงาน กินเงินเดือนเปล่าๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าจะทำให้ผู้คนไม่ยอมรับ…”

หลิวเปี่ยวเข้าใจทันที ไคว่เยว่กำลังหมายถึงคนที่นั่งกินเงินเดือนแต่ไม่ยอมทำงาน…

แน่นอนว่าคำพูดของไคว่เยว่ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากได้ตำแหน่งนั้นเอง แต่เขากำลังวางตัวอยู่ในจุดยืนของความถูกต้อง เป็นตัวแทนเสียงเรียกร้องของขุนนางส่วนใหญ่ โดยอ้างว่านี่ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัวของเขา แต่เป็นความเห็นและความคิดของทุกคน เขาแค่เป็นตัวแทนมาเสนอแนะเท่านั้น ตัวเขาเองนั้นยุติธรรมและไม่มีอคติ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ใคร เขาแค่เป็นตัวแทนของทุกคนเพื่อเสนอความเห็น…

แน่นอนว่าหลิวเปี่ยวเองก็รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเรื่อง ‘ตัวแทน’ นี้ดี จึงย้อนถามไคว่เยว่ไปว่า “แล้วตามความเห็นของอี้ตู้ ข้าควรจะทำเช่นไร?”

“ข้าไม่ได้มีความคิดเห็นเป็นอื่น เพียงแต่บรรดาเสมียนต่างทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่เขากลับอยู่เฉยๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดการนินทา…” ไคว่เยว่ย้ำอีกครั้งว่าตนเองไม่มีความเห็นใดๆ ทั้งสิ้น แต่เขาควบคุมความคิดเห็นของคนอื่นไม่ได้…

แต่หลิวเปี่ยวก็ไม่ได้โง่ เขาย่อมเข้าใจเจตนาของไคว่เยว่ จึงซักไซ้ต่อ “หากเป็นไปตามความเห็นของอี้ตู้ ควรจะจัดการอย่างไร?” อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า ในเมื่อเจ้าเป็นคนตั้งปัญหา เจ้าก็ต้องเป็นคนเสนอทางแก้…

ไคว่เยว่เห็นว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำใจตอบ “เรื่องนี้… ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว นายท่านอาจจะลองมอบหมายงานที่เป็นรูปธรรมให้เขาทำดู เพื่อจะได้ไม่มีใครเอาไปนินทาได้อีก…” ส่วนจะมอบหมายงานยากหรือง่าย แน่นอนว่าต้องให้หลิวเปี่ยวเป็นคนตัดสินใจ…

หลิวเปี่ยวยิ้ม พยักหน้าตอบ “เช่นนั้น ก็เอาตามที่อี้ตู้ว่า” ตกลง ทำตามที่เจ้าเสนอ แต่แน่นอนว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรตามมา เจ้าก็ต้อง…

แม้ไคว่เยว่จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว จึงไม่พูดอะไรต่อ และขอตัวลากลับ

หลิวเปี่ยวพยักหน้า มองตามหลังไคว่เยว่ที่เดินจากไป ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ ไอ้หนูเอ๊ย คิดจะมาเล่นแง่กับข้า เจ้ายังอ่อนหัดไปหน่อย!

แผนการเดิมของไคว่เยว่คือ แม้ตระกูลไคว่จะได้ชื่อว่าเป็นตระกูลใหญ่ในจิงเซียง แต่หากนำไปเทียบกับตระกูลผาง ก็ย่อมเทียบไม่ได้ ทว่าตอนนี้ตระกูลไคว่ได้รับตำแหน่งสำคัญในเซียงหยาง จึงมีความคิดที่อยากจะก้าวหน้าไปอีกขั้น การใช้โอกาสนี้ก็เพื่อหวังจะได้ตำแหน่งเปี๋ยเจี้ยมาครอง และอีกประการหนึ่งก็เพื่ออาศัยหลิวเปี่ยวเป็นเครื่องมือกดดันตระกูลผาง หากสำเร็จก็ดีไป หากไม่สำเร็จ ก็ยังมีหลิวเปี่ยวเป็นหนังหน้าไฟรับเคราะห์แทน…

แต่หลิวเปี่ยวก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ มีหรือจะยอมตกหลุมพรางง่ายๆ เขาต้อนให้ไคว่เยว่ต้องเป็นคนเสนอวิธีจัดการ ไคว่เยว่จึงทำได้เพียงเสนอวิธีแบบคลุมเครือ แม้จะดูเหมือนโยนภาระกลับมาให้หลิวเปี่ยว แต่มาตรฐานในการวัดผลก็ตกอยู่ในมือของหลิวเปี่ยวแล้ว จะประเมินให้สูงหรือต่ำก็ขึ้นอยู่กับเขา…

หลิวเปี่ยวเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย แถมยังใช้แรงไปเยอะ จึงเริ่มรู้สึกง่วง เขาหาวหวอดใหญ่ พลางคิดในใจว่า การเรียกตัวผางเต๋อกงแต่ไม่ยอมมา การเชิญมาเป็นอาจารย์ก็ถูกปฏิเสธ การหาเรื่องสั่งสอนสักหน่อยก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่จะลงมือหนักเบาแค่ไหนคงต้องกะเกณฑ์ให้ดี ยังไงเสียนี่ก็เป็นข้อเสนอของตระกูลไคว่ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ก็แค่ปัดความรับผิดชอบไปให้ตระกูลไคว่ก็สิ้นเรื่อง…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note