ตอนที่ 109 การทดสอบใหญ่ตระกูลหวง
แปลโดย เนสยังหวงเฉิงเยี่ยนยื่นมือออกไปหยิบตาชั่งขึ้นมา ลองขยับไปมาซ้ายขวา แล้วเอ่ยขึ้นว่า “หากนำเครื่องมือนี้ไปใช้ชั่งสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ย่อมดีเลิศ ไม่นึกเลยว่าผางซื่อหยวนจะสามารถประดิษฐ์ของเช่นนี้ออกมาได้… อืม ไม่ถูกสิ ซื่อหยวนไม่ได้มีความถนัดด้านนี้ ไม่น่าจะเป็นผู้ประดิษฐ์ของสิ่งนี้ขึ้นมาหรอก…”
จากนั้นเขาก็หันไปถามหวงเยว่อิงว่าตอนนั้นผางถ่งได้บอกหรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ
หวงเยว่อิงกะพริบตาปริบๆ ตอบว่า “ตอนนั้นมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาแย่ง ก็เลยยังไม่ทันได้ถาม”
“แฮ่ม!” เรื่องแบบนี้ยังจะกล้าตอบหน้าตาเฉยอีก หวงเฉิงเยี่ยนกระแอมเบาๆ ไม่รู้จะดุยังไงดี ยังไงเสียก็เป็นลูกสาวของตัวเอง
หวงเยว่อิงยังคงกะพริบตาปริบๆ ถามหวงเฉิงเยี่ยนต่อว่า “ท่านพ่อ ท่านว่าของชิ้นนี้สมควรแย่งมาหรือไม่?”
“เรื่องนี้น่ะหรือ ตามหลักแล้วก็ไม่ค่อยสมควรเท่าไรนักหรอก…” หวงเฉิงเยี่ยนก้มมองตาชั่งในมือ ลองคิดทบทวนดู แล้วจึงเอ่ยตอบ
“งั้นก็ได้ ข้าจะให้คนเอาไปคืนเดี๋ยวนี้…” หวงเยว่อิงเอียงคอตอบ จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือเตรียมจะหยิบตาชั่งคืนจากมือหวงเฉิงเยี่ยน
“เดี๋ยวก่อน!” หวงเฉิงเยี่ยนรีบยกตาชั่งขึ้นสูงเหนือหัว แล้วพูดว่า “นี่… จะเรียกว่าปล้นได้ยังไง? นี่มันขอยืมชัดๆ! ใช่แล้ว ขอยืม พอพวกเราใช้เสร็จ ก็ค่อยเอาไปคืนซื่อหยวน…”
“หุหุ…”
“หึหึ…”
ผู้ใหญ่หนึ่งคน เด็กหนึ่งคน หัวเราะออกมาอย่างรู้ใจกัน
ขณะนั้นเอง คนรับใช้ก็เข้ามารายงานว่า ผู้เข้าสอบการทดสอบใหญ่ในปีนี้มากันครบแล้ว จะให้เริ่มเลยหรือไม่?
หวงเฉิงเยี่ยนกลับมาทำหน้าขรึม พยักหน้ารับ “เริ่มได้เลย!” พูดจบเขาก็เดินออกไป
หวงเยว่อิงรีบวิ่งตามไปดึงแขนเสื้อหวงเฉิงเยี่ยนไว้ อ้อนวอนว่า “ท่านพ่อ ข้าก็อยากไปดูด้วย…”
“โอ้? เจ้าก็อยากไปงั้นหรือ?”
หวงเยว่อิงพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าว
“อาฮะ ถ้างั้นรอให้เจ้าได้เป็นผู้นำตระกูลหวงก่อนก็แล้วกัน ฮ่าฮ่าฮ่า…” หวงเฉิงเยี่ยนตั้งใจจะแกล้งหวงเยว่อิงเล่น จึงหัวเราะร่าเดินจากไป
หวงเยว่อิงกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ แต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างออก จึงหัวเราะคิกคัก “ข้าจำได้ว่าหลังบ้านมีคันไถไม้ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ความสูงน่าจะพอดีเลย…”
________________________________________
โคมไฟและคบเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงกระจกทองเหลืองที่ถูกนำมาแขวนและจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ส่องสว่างทั่วบริเวณลานหน้าบ้านของเรือนลี้ลับตระกูลหวงจนสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
เมื่อหวงเฉิงเยี่ยนเดินมาถึงลานหน้าบ้าน ก็พบว่ามีผู้คนยืนเบียดเสียดกันอยู่เต็มหน้าประตูเรือนลี้ลับตระกูลหวง ส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือจากบริเวณใกล้เคียงในจิงเซียง แต่ก็มีบางส่วนที่เดินทางรอนแรมมาจากที่ไกลๆ
วันนี้เป็นวันทดสอบใหญ่ของช่างฝีมือตระกูลหวงที่จะจัดขึ้นทุกๆ สามปี
ตระกูลหวงมีความเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์มาโดยตลอด ตลอดหลายปีที่ลงหลักปักฐานในจิงเซียง นอกจากคนในตระกูลหวงเองแล้ว ก็ยังได้สั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นช่างฝีมืออีกมากมาย และการทดสอบใหญ่ของตระกูลหวงที่จัดขึ้นทุกสามปีนี้ ก็เปรียบเสมือนการประเมินระดับฝีมือช่าง เป็นการประเมินและรับรองความสามารถของช่างฝีมือสายตระกูลหวงที่สำเร็จการศึกษาและออกไปทำงานแล้ว
รูปแบบการสอบนั้นดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่าย ช่างฝีมือที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วทุกคนสามารถนำผลงานที่ตัวเองภาคภูมิใจที่สุดในช่วงสามปีที่ผ่านมามาแสดง ผลงานชิ้นเล็กก็เอาของจริงมา ส่วนผลงานชิ้นใหญ่ก็ทำเป็นแบบจำลอง นำมาที่เรือนลี้ลับตระกูลหวงเพื่อให้ผู้นำตระกูลหวงและปรมาจารย์ช่างฝีมืออีกหกท่านร่วมกันประเมิน หากเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ช่างฝีมือคนนั้นก็จะได้รับการเลื่อนขั้น
ช่างฝีมือสายตระกูลหวง เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับตำแหน่ง ‘ช่างมีฝีมือ’ โดยอัตโนมัติ ระดับที่สูงขึ้นไปก็คือ ‘ช่างฝีมือประณีต’, ‘ช่างฝีมือเอก’ และ ‘นายช่างใหญ่’ รวมทั้งหมดสี่ระดับ ในแต่ละระดับยังแบ่งย่อยออกเป็นสามขั้น คือ ขั้นสูง ขั้นกลาง และขั้นต้น รวมทั้งหมดจึงมีสี่ระดับสิบสองขั้น สูงขึ้นไปกว่านั้นคือตำแหน่งปรมาจารย์ช่างฝีมือ ซึ่งเปรียบเสมือนตำแหน่งกิตติมศักดิ์ จะแต่งตั้งก็ต่อเมื่อมีปรมาจารย์ท่านเดิมเสียชีวิตลง โดยจะคัดเลือกจากนายช่างใหญ่ขั้นสูงขึ้นมาแทน
ว่ากันว่าในสมัยก่อนการทดสอบใหญ่ตระกูลหวงจะจัดขึ้นในตอนกลางวัน แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เปลี่ยนมาจัดในตอนกลางคืน…
แต่สำหรับตระกูลหวงแล้ว กลางวันหรือกลางคืนก็แทบไม่ต่างกันเลย เมื่อดูจากโคมไฟและคบเพลิงที่จัดวางอย่างลงตัวจนเต็มลานบ้าน แสงสว่างสาดส่องไปทั่วทุกซอกทุกมุมของลานบ้านรวมถึงบริเวณหน้าประตูจนสว่างไสว…
การทดสอบใหญ่เริ่มขึ้นแล้ว โดยเริ่มจากระดับนายช่างใหญ่ขั้นกลาง
นายช่างใหญ่ขั้นกลางมีจำนวนไม่มากนัก มีเพียงสองคน ทั้งคู่เดินเข้ามาในลานพร้อมกัน นำผลงานของตนไปมอบให้หวงเฉิงเยี่ยนและปรมาจารย์ช่างฝีมือทั้งหกท่านพิจารณา
นายช่างใหญ่คนที่หนึ่งนำเสนอกระบอกทองเหลืองทรงกลมขนาดเล็ก มีฝาปิดพร้อมหูหิ้ว ด้านล่างมีสามขา ที่ก้นกระบอกมีจุกระบายน้ำยื่นออกมา และมีไม้บรรทัดวัดระดับน้ำเสียบทะลุจากฝาลงไปในกระบอก
“นาฬิกาน้ำงั้นรึ?” ปรมาจารย์ท่านหนึ่งที่ร่วมประเมินจำของสิ่งนี้ได้ จึงเอ่ยถามขึ้น
“ขอรับ”
ทันใดนั้นก็มีคนนำน้ำมาเติมลงในกระบอกทองเหลืองจนเต็ม จากนั้นน้ำก็เริ่มหยดติ๋งๆ ลงมาจากจุกระบายน้ำ…
ปรมาจารย์ท่านหนึ่งสังเกตเห็นความพิเศษของมัน ที่แท้ภายในจุกระบายน้ำมีการฝังแผ่นไมกาที่สามารถหมุนได้ และมีการสลักระดับไว้สามระดับ ทำหน้าที่ควบคุมความเร็วของน้ำที่ไหลออกมา…
นายช่างใหญ่ขั้นกลางคนที่หนึ่งอธิบายด้วยเสียงอันดัง “ข้าตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า นาฬิกาสามระดับ สามารถใช้จับเวลาได้สามระดับ คือ ครึ่งชั่วยาม หนึ่งชั่วยาม และสองชั่วยาม…”
หวงเฉิงเยี่ยนและปรมาจารย์ทุกท่านต่างตั้งใจฟัง และจดบันทึกลงบนกระดาษ…
นายช่างใหญ่ขั้นกลางคนที่สองนำเสนอแบบจำลองคันไถไม้สองอัน อธิบายว่า “คันไถทั้งสองอันนี้ทำจากไม้ชนิดเดียวกัน อันแรกคือคันไถที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ส่วนอีกอันคือคันไถแบบใหม่ที่ข้าคิดค้นขึ้น…”
ปรมาจารย์ท่านหนึ่งก้าวออกมารับแบบจำลองคันไถทั้งสอง นำไปทดลองไถดินที่อยู่ข้างๆ แล้วพยักหน้า…
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ บรรดาช่างฝีมือต่างทยอยกันเข้ามานำเสนอและอธิบายผลงานของตนตามระดับขั้น
บางคนได้รับการเลื่อนขั้น ก็เดินยิ้มร่าถือป้ายระดับขั้นอันใหม่ออกจากประตูบ้านไป ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีจากผู้คนรอบข้าง…
บางคนไม่ได้รับการเลื่อนขั้น แต่เมื่อเดินออกจากประตูบ้านไป ก็ไม่มีใครพูดจาถากถางหรือเยาะเย้ย กลับได้รับเสียงให้กำลังใจมากกว่า…
หวงโต่ว ช่างไม้ที่สร้างเรือนพักให้เฟยเฉียน ก็ยืนอยู่หน้าประตูเช่นกัน แม้ในเมืองเซียงหยางเขาจะมีฐานะเป็นถึงนายช่างใหญ่ แต่ตามมาตรฐานของตระกูลหวงแล้ว ปัจจุบันเขายังอยู่ในระดับช่างฝีมือเอกขั้นกลางเท่านั้น ยังห่างจากระดับนายช่างใหญ่ขั้นต้นอยู่ถึงสองขั้น
ไม่นานก็ถึงคิวของเขา เขานำสิ่งประดิษฐ์ที่เตรียมมาเข้าไปแสดง
มันคือกล่องเหล็กสองใบที่วางประกบกัน บนและล่างมีตะขอเหล็กติดอยู่ที่ปลายทั้งสองด้าน กล่องแต่ละใบมีการเจาะรูทรงกลมไว้ที่ด้านข้าง มีเชือกหลายเส้นร้อยผ่านรูเหล่านั้น พันวนไปมาเชื่อมกล่องทั้งสองใบเข้าด้วยกันเป็นชิ้นเดียว…
หวงโต่วอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “สิ่งนี้เรียกว่า ชุดเชือก สามารถใช้ยกของหนักได้ ช่วยผ่อนแรงลงได้ถึงหนึ่งในสี่ส่วน…”
“โอ้ น่าสนใจดีนี่” ปรมาจารย์ท่านหนึ่งที่สนใจในสิ่งประดิษฐ์นี้รับกล่องเหล็กทั้งสองใบมา ลองดึงเชือกดู แล้วนำไปแขวนไว้บนคานตามวิธีที่หวงโต่วบอก จากนั้นก็นำของหนักมาทดลองยกดู…
“ยอดเยี่ยม!” ปรมาจารย์ที่ทำการทดสอบถึงกับเอ่ยปากชมเปาะ “เจ้าประดิษฐ์ของสิ่งนี้ได้ยอดเยี่ยมมาก ลึกล้ำจริงๆ!”
หวงโต่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกความจริง “มิปิดบังทุกท่าน ของสิ่งนี้ข้าไม่ได้เป็นคนคิดค้นขึ้นเอง แต่… แต่ได้รับการสั่งสอนมาจากเฟยเฉียน เฟยจื่อเยวียน…”
“เฟยเฉียน?” ปรมาจารย์หลายท่านมองหน้ากัน ดูเหมือนจะไม่เคยได้ยิน ชื่อนี้มาก่อน “คนผู้นี้เป็นช่างฝีมือจากที่ใดหรือ?”
“คนผู้นี้มิใช่ช่างฝีมือ แต่… ศึกษาอยู่กับท่านผางเต๋อกงที่ตีนเขาหลู่ซาน…”

0 Comments