You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

เมื่อคืนสนทนากับจางเจาอยู่นาน ประกอบกับกลับไปก็ยังคงนอนไม่หลับ เช้าวันนี้เมื่อต้องออกเดินทาง เผยเฉียนจึงยังมีขอบตาดำคล้ำและหาวไม่หยุด

หลังจากฝืนทานอาหารเช้าอย่างงัวเงีย เผยเฉียนซึ่งตาแทบจะปิดอยู่แล้ว ก็เตรียมตัวจะขึ้นรถม้าไปนอนต่อให้เต็มอิ่ม อย่างไรเสียเมื่อคนเราง่วงจัด ต่อให้รถจะสั่นสะเทือนหรือฟ้าร้องดังแค่ไหนก็ย่อมหลับลงได้…

ทว่า นึกไม่ถึงว่าตอนที่คณะกำลังจะออกเดินทาง นายสถานีกลับทำหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงเดินเข้ามาหา

เผยเฉียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอ้อ และกล่าวว่า “เอาเถอะ เงินทอนที่เหลือข้ายกให้เป็นรางวัลแก่เจ้าก็แล้วกัน…”

นายสถานียิ้มกว้างราวกับดอกไม้บาน เอ่ยปากขอบคุณไม่ขาดสาย แต่ก็ยังไม่ยอมถอยไปไหน

จางเจาที่อยู่ด้านข้างถลึงตาใส่ แล้วถามว่า “มีธุระอันใดอีก? หรือคิดจะขูดรีดพวกข้าอีก?”

“อ๊ะ มิกล้า มิกล้า ข้าน้อยเพียงอยากจะเรียนถามว่า แขกผู้มีเกียรติจะเดินทางไปที่ใดหรือขอรับ?” นายสถานีเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

“นั่นเกี่ยวอันใดกับเจ้า?” อย่างไรเสียจางเจาสายตาก็ไม่ถูกชะตากับนายสถานีผู้นี้อยู่แล้ว จึงย้อนถามกลับไป

นายสถานีถูมือไปมา พลางฝืนยิ้มและกล่าวว่า “คือว่า… หากแขกผู้มีเกียรติจะเดินทางไปทางอิ่งชวน ไม่ทราบว่าจะช่วยนำจดหมายจากทางบ้านไปส่งให้สักเล็กน้อยจะได้หรือไม่ขอรับ… อ๊ะ แค่นิดเดียวเท่านั้นขอรับ ” เขาพูดพลางใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ทำท่ากะระยะให้ดูว่ามันน้อยนิดเพียงใด

สถานีม้าเร็วในยุคราชวงศ์ฮั่นไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ต้อนรับทหารม้าเร็วหรือขุนนางที่เดินทางผ่านไปมาเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่คล้ายคลึงกับที่ทำการไปรษณีย์ในยุคหลัง หากมีผู้เดินทางที่มีเส้นทางผ่าน หรือมีหนังสือราชการที่ไม่เร่งด่วน ก็มักจะฝากให้ช่วยนำไปส่งให้ด้วย

“อิ่งชวนหรือ?” เผยเฉียนพึมพำทวนคำ ก่อนจะหันไปถามจางเจา “พวกเราต้องผ่านอิ่งชวนหรือไม่?”

จางเจาตอบว่า “อิ่งชวนต้องเดินทางไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ต้องอ้อมไปสักหน่อย หากเรามุ่งหน้าตรงไปยังหนานหยาง จะใกล้กว่าขอรับ”

“อิ่งชวนงั้นหรือ…”

ในยุคนี้ เขตอิ่งชวนเรียกได้ว่าเป็นหัวเมืองใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอันดับต้นๆ ของแผ่นดิน รองลงมาจากเมืองหลวงอย่างลั่วหยางเท่านั้น ทั้งประชากรที่หนาแน่น อีกทั้งการค้าขาย งานช่าง และเกษตรกรรมล้วนเจริญก้าวหน้า เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เฟื่องฟูที่สุดในยุคฮั่นตะวันออก

ในหน้าประวัติศาสตร์ เขตอิ่งชวนมีบุคคลสำคัญถือกำเนิดขึ้นมากมาย ว่ากันว่าต้าอวี่ ปฐมกษัตริย์ผู้แก้ปัญหาน้ำท่วม ก็เป็นชาวอิ่งชวน…

หรือหลี่ว์ปู้เหวย พ่อค้าผู้กุมอำนาจรัฐในยุคจ้านกั๋ว ก็เป็นชาวอิ่งชวน…

รวมถึงเตียวเหลียง (จางเหลียง) จางจื่อฟาง ยอดกุนซือผู้ช่วยหลิวปังสร้างราชวงศ์ฮั่น ก็เป็นชาวอิ่งชวน…

ยอดคนแห่งอิ่งชวนช่างมีสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นเสียจริงๆ

เผยเฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบนายสถานีไปว่า “เช่นนั้น ก็เอามาฝากข้าไปส่งก็แล้วกัน…”

ในเมื่อเผยเฉียนตัดสินใจแล้ว จางเจาจึงไม่ได้ทักท้วงอันใด อย่างไรเสียถึงจะต้องอ้อมไปบ้าง ก็เสียเวลาเพิ่มขึ้นไม่เกินสองวัน ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็รู้ดีว่า จดหมายจากทางบ้านนั้นมีความสำคัญต่อครอบครัวที่ต้องพลัดพรากจากกันมากเพียงใด…

ทว่า เมื่อนายสถานีให้คนนำจดหมาย “นิดเดียว” ที่ว่านั้นมาส่ง จางเจาถึงกับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาจ้องหน้านายสถานีเขม็งแล้วตวาดว่า “นี่คือสิ่งที่เจ้าบอกว่านิดเดียวงั้นรึ! หา?!”

ที่แท้ นายสถานีกลับให้ลูกจ้างนำห่อผ้าขนาดใหญ่ห่อหนึ่งมาส่ง ห่อผ้านั้นทั้งใหญ่และหนักจนคนเดียวอุ้มไม่ไหว ต้องใช้ถึงสองคนช่วยกันหามมา…

“คือว่า… คนที่อิ่งชวนมีเยอะไปหน่อยขอรับ…” นายสถานีเองก็รู้สึกกระดากใจ จึงทำได้เพียงฝืนยิ้มเจื่อนๆ

เผยเฉียนโบกมือ “ช่างเถอะ เอาขึ้นมาวางบนรถข้าก็แล้วกัน อย่างไรเสียก็ยังพอมีที่ว่างอยู่บ้าง”

เมื่อเผยเฉียนเอ่ยปาก จางเจาจึงไม่พูดสิ่งใดต่อ แต่หลังจากที่ขบวนออกเดินทางไปได้สักพัก จางเจาราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาขอตัวกับเผยเฉียน แล้วควบม้ากลับไปทางเดิม

ไม่นานนักจางเจาก็กลับมา ในมือมีถุงใบเล็กๆ เพิ่มมาหนึ่งใบ เขาวางมันลงบนรถม้าของเผยเฉียน แล้วกล่าวว่า “เกือบถูกเจ้านายสถานีหน้าเงินนั่นหลอกเอาเสียแล้ว แต่หมอนั่นก็หน้าหนาเสียจริง จดหมายเยอะขนาดนี้ กลับยอมจ่ายค่าเหนื่อยมาเพียงแค่นี้เอง”

เผยเฉียนหยิบถุงเงินนั้นขึ้นมา แล้วยัดใส่มือจางเจา พลางกล่าวว่า “เอาเงินมาให้ข้าทำไม? เมื่อถึงอิ่งชวนข้าก็ไม่ได้เป็นคนเดินไปส่งจดหมายเสียหน่อย ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นพวกท่านที่เป็นคนเอาไปส่ง เงินนี่พวกท่านก็เก็บไว้เถิด”

จางเจาเกาหัว รู้สึกว่าสิ่งที่เผยเฉียนพูดก็มีเหตุผล แต่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพียงแต่บอกไม่ถูกว่าคือสิ่งใด

เมื่อเห็นดังนั้น เผยเฉียนจึงกล่าวว่า “เอาล่ะๆ เอาตามนี้แหละ เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยหลับ ขอตัวงีบสักหน่อยก็แล้วกัน”

“อ้อ ได้ขอรับ ท่านเผยหลางจวินพักผ่อนตามสบายเถิด”

กล่าวจบจางเจาก็ถอยออกไป เขาวิ่งไปสมทบกับทหารลูกน้องที่อยู่ด้านหลังและบอกเล่าเรื่องราว ทันใดนั้นก็มีเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียง “เพียะ” และเสียงจางเจาด่าเบาๆ ไม่รู้ว่าไปตบหัวลูกน้องคนไหนที่ส่งเสียงดัง คงเพราะกลัวว่าจะทำให้เผยเฉียนตื่น

จดหมายจากบ้าน จดหมายจากบ้านมีค่าดั่งทองคำพันชั่ง…

การนำจดหมายไปส่ง แม้จะเป็นงานที่ต้องวิ่งเต้นไปมา แต่ครอบครัวผู้รับจดหมายส่วนใหญ่มักจะมอบเงินทองเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ ดังนั้นเหล่าทหารจึงดีใจจนส่งเสียงโห่ร้องออกมา

เผยเฉียนลองคลำดูห่อผ้านั้นคร่าวๆ ก็รู้สึกได้ว่าภายในนั้นไม่ได้มีเพียงกระดาษ แต่ส่วนใหญ่เป็นม้วนตำราไม้ไผ่ และชิ้นไม้เสียมากกว่า เขาจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในยุคนี้กระดาษยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ผู้คนส่วนใหญ่จึงยังคงใช้ม้วนตำราไม้ไผ่ และบางคนที่ไม่รู้หนังสือมากนัก ก็อาจจะใช้วิธีวาดรูปลงบนแผ่นไม้แทน…

มิน่าล่ะถึงได้กินพื้นที่และหนักขนาดนี้…

ทว่า เผยเฉียนไม่ได้สนใจจดหมายเหล่านี้ สิ่งที่เขาสนใจคือเขตอิ่งชวนต่างหาก…

อิ่งชวน!

นี่คือดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของยอดคน!

เผยเฉียนขยับตัวหาท่าที่สบายที่สุดบนรถม้า หลับตาลงพลางคิดทบทวน ในความทรงจำของเขา ในเรื่องสามก๊กมีบุคคลสำคัญมากมายที่มาจากอิ่งชวน เช่น ชีซี (สวีซู่) ก็มาจากอิ่งชวน กุยแก (กัวเจีย) ก็ใช่ แล้วมีใครอีกนะ?

อ้อ ยังมีซุนฮก (สวินอวี้) ซุนเหวินรั่ว ชายผู้ที่โจโฉยกย่องว่ามีสติปัญญาเทียบเท่าจางจื่อฟาง…

และยังมีบรรดาคนตระกูลซุนอีกมากมาย สรุปแล้วตระกูลซุนส่วนใหญ่สุดท้ายก็ไปอยู่กับโจโฉแทบทั้งสิ้น…

ยังมีตันกุ๋น (เฉินฉวิน) ผู้คิดค้นระบบเก้าเลื่อนขั้น (จิ่วผิ่นจงเจิ้งจื้อ) ชายผู้นี้คือผู้ที่เกิดมาเพื่อเล่นการเมืองอย่างแท้จริง ทว่าระบบของเขากลับเอนเอียงไปทางกลุ่มชนชั้นสูงอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งระบบการสอบจอหงวนเฟื่องฟูขึ้นมา โซ่ตรวนที่เขาสวมไว้บนหัวของเหล่าบัณฑิตยากจนจึงถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง…

ยังมีอีกคนที่จำได้ว่าแซ่จง น่าจะเป็นผู้ที่มีทักษะการคัดลายมือเป็นเลิศ ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าชัวหยงเลย ต่อมาเขามีบุตรชายชื่อจงโฮย (จงฮุ่ย) ซึ่งก็คือผู้ที่ทำลายจ๊กก๊กในบั้นปลาย…

ดูเหมือนว่าสุมาเต็กโช (ซือหม่าฮุย) ก็มาจากอิ่งชวนเช่นกัน…

แต่จำได้ว่าอีกสุมาหนึ่ง ซึ่งก็คือตระกูลของสุมาอี้ (ซือหม่าอี้) ไม่ได้มาจากอิ่งชวนนี่นา? สองตระกูลสุมานี้มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

สุมาเต็กโชดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีกับผังเต๊กกง (ผังเต๋อกง) จากนั้นภายใต้ผังเต๊กกงก็มีบังทอง (ผังถ่ง) และยังมีจูกัดเหลียง ขงเบ้ง ผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกยกย่องว่าเทียบเท่ากับบังทอง ทว่าคนเหล่านี้มาจากเกงจิ๋ว…

แล้วสุมาเต็กโชแห่งอิ่งชวนไปคลุกคลีกับคนเกงจิ๋วได้อย่างไร?

เหตุใดบุคลากรจากอิ่งชวนส่วนใหญ่ถึงไปอยู่กับโจโฉกันหมด?

ทำไมพวกเขาไม่ไปหาคนอื่น?

หรือว่าคนอิ่งชวนจะเก่งกาจขนาดนั้น จนมองออกตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าโจโฉจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต?

โอ๊ย… ความสัมพันธ์ของตระกูลใหญ่และบัณฑิตในยุคสามก๊กนี่มันช่างซับซ้อนวุ่นวายเสียจริง!

เผยเฉียนกุมขมับ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งรู้สึกปวดหัวตุบๆ จึงตัดสินใจเลิกคิด ในเมื่อมีโอกาสได้ไปเยือน ก็ลองไปดูให้เห็นกับตาเสียหน่อย เพียงแต่

ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที

เผยเฉียนหลับตาลง และผล็อยหลับไปพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนของรถม้า…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note