You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

สติปัญญาเป็นสิ่งที่อ่อนแอ บางครั้งมันก็ถูกอารมณ์เช่นความโลภกดลงกับพื้นแล้วทุบตีอย่างบ้าคลั่ง

บนกำแพงตำหนักหย่งอัน นายกองผู้คุมทหารเสเหลียงจ้องมองก้อนทองคำขนาดใหญ่ด้วยแววตาเป็นประกาย สีหน้าละโมบนั้นต่อให้เป็นคนตาบอดก็ยังสัมผัสได้ เมื่อคว้ามาไว้ในมือเขายังนำเข้าปากกัดดูเพื่อทดสอบความบริสุทธิ์ของทองคำ

นายกองผู้นั้นไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่าข้ออ้างในการออกจากวังของขันทีเฒ่าและขันทีวัยกลางคนตรงหน้านั้นฟังไม่ขึ้นเพียงใด ข้ออ้างที่ว่าในเมืองเกิดความวุ่นวายจึงขอเปิดประตูวังเพื่อกลับไปดูครอบครัวนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ แต่จิตใจของเขาถูกดึงดูดด้วยก้อนทองคำตรงหน้าไปเสียสิ้น เขารู้สึกว่าทองคำในมือนั้นหนักอึ้งชวนให้ใจสั่นและน่ายินดียิ่งนัก จึงไม่ได้คิดให้มากความ ยอมตกลงเปิดประตูวังเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ขันทีทั้งสองคนนี้ออกไป

ถึงอย่างไรก็เป็นแค่พวกตอนไร้ความเป็นชายสองคน จะก่อคลื่นลมได้สักเท่าใดกัน?

แต่นึกไม่ถึงว่าในชั่วพริบตาที่ประตูวังเพิ่งจะแง้มออก ไม่รู้ว่ามีขันทีน้อยโผล่มาจากไหนอีกหลายคน รวมกับขันทีสองคนก่อนหน้า พวกเขากลับแทงทหารยามที่เปิดประตูสองสามคนนั้นจนตายในขณะที่ไม่ทันตั้งตัว จากนั้นไม่เพียงแต่ยึดครองช่องประตูไว้ แต่ยังโบกมือเรียกคนอยู่ด้านนอกอีกด้วย!

ทันใดนั้น ที่มุมถนนฝั่งตรงข้ามตำหนักหย่งอัน ก็ปรากฏชายฉกรรจ์สามสี่สิบคนวิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้ามายังประตูวัง เพียงชั่วพริบตาก็วิ่งมาได้เกินครึ่งทางแล้ว…

นายกองเพิ่งจะได้สติ จึงตะโกนสุดเสียง “ศัตรูบุก! ศัตรูบุก! ยิงธนู! รีบยิงธนู! เร็ว… รีบปิดประตูวังเร็วเข้า!”

น่าเสียดายที่เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ยังไม่ทันที่ทหารบนกำแพงวังจะง้างธนูยิงได้กี่ดอก กลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งอยู่บนถนนก็มาถึงหน้าประตูวังแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากขันทีน้อยและขันทีเฒ่าในช่องประตูพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างสุดชีวิต ทำให้ไม่อาจปิดประตูวังได้ในทันที ปล่อยให้กลุ่มชายฉกรรจ์บุกทะลวงเข้ามาได้อย่างง่ายดาย…

เมื่อโจโฉนำคนบุกมาถึงประตูวัง ขันทีเฒ่าที่ใช้ทองคำหลอกล่อนายกองบนกำแพงวังเมื่อครู่ก็โชคร้ายถูกฟันไปหลายดาบ นอนจมกองเลือดรวยรินอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นโจโฉมาถึง เขาก็ฝืนขยับมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะคอพับสิ้นใจไป

โจโฉเห็นดังนั้นก็กัดฟันกรอด สั่งการให้ลูกน้องแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเข้าเข่นฆ่าทหารยามที่ขัดขวาง อีกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปในวังเพื่อตามหาอดีตฮ่องเต้ เพียงแต่ตอนที่เดินผ่านร่างของขันทีเฒ่า ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ พุ่งไปข้างหน้าต่อ…

โจโฉจำเขาได้ ขันทีเฒ่าผู้นี้ตอนเด็กมีชื่อเดิมว่าหลี่อี้ ภายหลังติดตามโจเต็งจึงเปลี่ยนมาใช้แซ่โจ ตอนที่โจโฉยังเด็ก โจอี้ยังเคยมาอุ้มเขาที่บ้าน หากนับตามลำดับญาติก็ถือว่าเป็นผู้อาวุโสรุ่นราวคราวเดียวกับบิดา นึกไม่ถึงว่าโจอี้ที่รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในวังครั้งก่อน จะต้องมาจบชีวิตลงที่นี่…

ตำหนักหย่งอันจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็ก แต่พระที่นั่งที่เหมาะสำหรับให้อดีตฮ่องเต้ประทับก็มีเพียงพระที่นั่งจิ่งฝู อันชาง และหยานซิ่วเท่านั้น ดังนั้นเพียงไม่นานก็มีคนมารายงานว่าพบตัวอดีตฮ่องเต้เล่าเปียนแล้ว!

เมื่อโจโฉไปถึง อดีตฮ่องเต้เล่าเปียนและพระสนมตังคี (ถังจี) กำลังกอดกันด้วยความหวาดผวา ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น นึกว่าเกิดการก่อกบฏในวังขึ้นอีกครั้ง

โจโฉรีบก้าวเข้าไปคุกเข่าโขกศีรษะ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าน้อย โจโฉ มาคุ้มครองฝ่าบาทล่าช้า! ขอฝ่าบาทโปรดรีบเสด็จออกจากวังไปกับข้าน้อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

“…เจ้า…เจ้าคือ…คิดจะเอาชีวิตข้าอย่างนั้นหรือ?” อดีตฮ่องเต้เล่าเปียนรู้สึกหวาดกลัว

“ข้าน้อยมาคุ้มครองฝ่าบาท มิได้มีเจตนาปองร้ายเลยแม้แต่น้อย! ขอฝ่าบาทโปรดรีบออกเดินทางเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” โจโฉเริ่มร้อนใจ ทุกการล่าช้าหนึ่งเค่อหมายถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน

“…จะ…จะไปที่ใดรึ?” เล่าเปียนรู้สึกว่าควรถามให้กระจ่างเสียก่อน

“ข้าน้อยได้จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว รับรองความปลอดภัยของฝ่าบาทอย่างแน่นอน! ขอฝ่าบาทโปรดรีบออกเดินทางเถิด!” เวลานี้ยังมีกะจิตกะใจมาถามว่าจะไปที่ใดอีก ไม่รู้หรือว่าไปที่ใดก็ย่อมดีกว่าอยู่ที่นี่?

“…สนมตังคี…ตามเสด็จด้วยได้หรือไม่?”

“…ได้พ่ะย่ะค่ะ!” โจโฉกัดฟันกรอด ลุกขึ้นยืนแล้วลงมือดึงตัวอดีตฮ่องเต้เล่าเปียนเดินออกไปทันที “ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัยที่ข้าน้อยล่วงเกิน! สถานการณ์คับขัน รีบตามข้าน้อยมาเถิด!” ส่วนสนมตังคีนั้น หากตามทันก็ปล่อยให้นางตามมาเถิด!

เพิ่งจะเดินมาถึงหน้าประตูพระที่นั่ง เล่าเปียนก็หยุดชะงักกะทันหัน แล้วกล่าวกับโจโฉว่า “ช้าก่อน! เสด็จแม่อยู่ที่นี่ด้วย ไปด้วยกันได้หรือไม่?”

“ได้พ่ะย่ะค่ะ!” โจโฉแทบจะสำลักความโกรธจนจุกอก ฝืนกลั้นใจสั่งการให้คนข้างกายไปตามหาโฮไทเฮา ก่อนจะหันไปกล่าวกับอดีตฮ่องเต้เล่าเปียนว่า “ทหารของไอ้โจรตั๋งโต๊ะกำลังจะมาถึงแล้ว! ขอฝ่าบาทอย่าได้ชักช้าอีกเลย!”

อดีตฮ่องเต้เล่าเปียนเพิ่งจะได้สติ จึงไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดอีก รีบวิ่งตามโจโฉออกไป พระสนมตังคีก็จับชายกระโปรงวิ่งตามหลังมาติดๆ วิ่งสะดุดล้มลุกคลุกคลานออกไปนอกวัง…

________________________________________

ในขณะที่โจโฉนำกำลังคนบุกเข้าไปในตำหนักหย่งอัน ทหารที่สวมชุดทหารเสเหลียงไม่กี่คนก็เริ่มเดินไปตามถนนเขตปู้กวงหลี่และหย่งเหอหลี่ พลางตะโกนเสียงดังว่า “ท่านแม่ทัพมีคำสั่ง! ภายในเมืองมีโจรผู้ร้ายก่อความวุ่นวาย ประกาศกฎอัยการศึกขั้นเด็ดขาด! ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามออกนอกเคหสถาน ทุกบ้านจงปิดประตูให้แน่นหนา หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามออกไปข้างนอก ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับโจร!”

สิ้นเสียงตะโกนอันดุดันของทหารเสเหลียงเหล่านี้ ชาวบ้านบางหลังที่เดิมทีเปิดประตูออกมาดูสถานการณ์ก็รีบวิ่งกลับเข้าไป ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ซ่อนตัวอยู่ในบ้านไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ชั่วพริบตา ผู้คนบนถนนละแวกนั้นก็บางตาลงไปถนัดตา

ทหารเสเหลียงเหล่านั้นส่งสายตาให้กัน ก่อนจะกระจายตัวออกไป เดินตะโกนบอกไปพลาง ค่อยๆ เดินห่างออกไปพลาง

ลิโป้กำลังทำความคุ้นเคยกับการใช้ทวนฟางเทียนฮว่าจี่อยู่ที่ลานหลังจวน กำลังฝึกซ้อมอย่างเพลิดเพลิน เมื่อได้ยินเสียงวุ่นวายในเมือง ลิโป้ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะบางครั้งในเมืองก็มีไฟไหม้หรือเกิดความโกลาหลเช่นนี้ เขาจึงฝึกซ้อมทวนของเขาต่อไป…

แต่ผ่านไปสักพัก เมื่อได้ยินคนตะโกนว่ามีโจรผู้ร้ายในเมือง ให้ทุกบ้านปิดประตูระวังโจร เขาจึงเข้าใจว่าความวุ่นวายในตอนนี้เกิดจากโจรผู้ร้ายก่อเรื่อง…

ผู้อื่นอาจกลัวเรื่องวุ่นวาย แต่ลิโป้นั้นไม่กลัว

“พอดีเลย จะได้เอามาฝึกมือเสียหน่อย!”

ลิโป้ถือทวนฟางเทียนฮว่าจี่ออกจากจวนด้วยความเบิกบานใจ เมื่อเห็นทหารเสเหลียงตะโกนอยู่ไม่ไกล เขาก็ก้าวพรวดๆ เข้าไปคว้าคอเสื้อทหารเสเหลียงผู้นั้นไว้ แล้วเอ่ยถาม “พวกโจรผู้ร้ายอยู่ที่ใด?”

ทหารเสเหลียงตกใจสะดุ้ง ผ่านไปครู่ใหญ่ภายใต้การเร่งเร้าของลิโป้ เขาจึงชี้ไปทางวังใต้

ลิโป้ถ่มน้ำลายลงพื้น ถือทวนฟางเทียนฮว่าจี่เตรียมมุ่งหน้าไปทางวังใต้ ในใจยังก่นด่าว่า ทหารพวกนี้ไม่รู้ว่าสังกัดอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ใด ชักช้าอืดอาดนัก หากเป็นลูกน้องของข้า ข้าจะเฆี่ยนให้ตาย!

ลิโป้เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากตำหนักหย่งอันซึ่งอยู่ไม่ไกล “เหตุใดทางนี้จึงมีโจรผู้ร้ายด้วยเล่า?” เขาจึงหันหลังเตรียมมุ่งหน้าไปทางตำหนักหย่งอัน…

ทหารเสเหลียงเห็นว่าหลอกล่อลิโป้ไปไม่สำเร็จ จึงเดินตามหลังลิโป้ไปเงียบๆ แอบชักอาวุธออกมา หมายจะแทงเข้าที่กลางหลังของลิโป้

ลิโป้ได้ยินเสียงลมพัดวูบมาจากด้านหลัง จึงเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ตวัดทวนฟางเทียนฮว่าจี่กวาดไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ หางตาเพิ่งจะเหลือบเห็นว่าคนที่ฟันตนนั้นคือทหารเสเหลียง เขาจึงรีบบิดข้อมือ เปลี่ยนจากการฟันเป็นการตบด้วยสันมีด กระแทกทวนใส่ทหารเสเหลียงผู้นั้นอย่างจัง ร่างของทหารเสเหลียงพับครึ่งราวกับกระสอบทราย ลอยไปกระแทกกำแพงเสียงดัง “ปัง” ก่อนจะร่วงลงมากองกับพื้น

ลิโป้เดินเข้าไปหิ้วคอเสื้อทหารเสเหลียงขึ้นมาสูง ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าเป็นผู้ใด? บังอาจมาลอบทำร้ายข้างั้นรึ?”

น่าเสียดายที่ทหารเสเหลียงเลือดออกเจ็ดทวาร อวัยวะภายในได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก ไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้ มีเพียงเสียง “อึกอัก” ดังในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งแล้วสิ้นใจไป

“ฮึ!” ลิโป้โยนร่างไร้วิญญาณของทหารเสเหลียงลงแทบเท้าประหนึ่งโยนเศษผ้าขี้ริ้วทิ้ง เขาหันไปมองทางวังใต้สลับกับตำหนักหย่งอัน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เห็นว่าควรไปที่ตำหนักหย่งอันซึ่งอยู่ใกล้กว่าจะดีกว่า จึงก้าวเท้ายาวๆ วิ่งตรงไปยังตำหนักหย่งอัน…

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note