ตอนที่ 31 การตายของเต๊งหงวน
แปลโดย เนสยังบางครั้งเรื่องราวก็เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดเช่นนี้ วินาทีที่แล้วคุณอาจจะยังคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่วินาทีถัดมาคุณกลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนชั่วร้ายที่ไม่อาจให้อภัยได้
ลิซกมองลิโป้ที่ตกอยู่ในความเงียบ แล้วจึงสุมไฟเพิ่มเข้าไปอีก “น้องปุนโชเอ๋ย บางครั้งข้าก็มานั่งคิดนะ เจ้าลองดูสิ วรยุทธ์อันแสนธรรมดาของข้า ยังสามารถเป็นถึงขุนพลฮูบุนตงหลางเจี้ยงภายใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพตั๋งได้ หากวันใดวันหนึ่งข้ามีฝีมือเหมือนเจ้าบ้าง จิ๊ๆ ข้าคงได้ดิบได้ดีไปแล้วล่ะ… ฮ่าๆ ฮ่าๆ ข้าแค่ล้อเล่นน่ะ แค่ล้อเล่น…”
“อ๊ะ น้องปุนโช” ลิซกเรียกชื่อลิโป้ ลิโป้ดูเหมือนจะเหม่อลอยราวกับไม่ได้ยิน “…น้องปุนโช… นี่ น้องปุนโช!”
“หา? มีเรื่องอันใด?”
“ข้าบอกว่าที่นี่ของเจ้าพอจะมีเหล้าและเนื้อบ้างหรือไม่ จะหามาให้ข้ากินสักหน่อยได้หรือไม่ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ข้ารู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อย”
“เรื่องนี้…” ลิโป้กำลังจะบอกว่าตอนนี้แม้แต่เสบียงอาหารก็ยังขาดแคลน จะไปมีเหล้าและเนื้อได้อย่างไร แต่ผลคือพอก้มหน้าลงไปเห็นทองคำและเงินบนโต๊ะ เขาก็กัดฟัน คว้าก้อนทองและเงินขึ้นมาหลายก้อน ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “พี่ท่านโปรดรอสักครู่ ข้าจะให้คนไปจัดการเดี๋ยวนี้”
พูดจบ ลิโป้ก็เดินออกจากกระโจมใหญ่ สั่งให้ทหารอาศัยช่วงที่ประตูเมืองยังไม่ปิด รีบไปซื้อเหล้า อาหาร และเสบียงมา คืนนี้ทั่วทั้งค่ายจะได้กินอาหารมื้อพิเศษ!
ทันใดนั้นในค่ายก็มีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้น ทหารสิบกว่าคนขี่ม้าลากรถออกจากค่ายไป
เมื่อยามค่ำคืนมาเยือน รอบด้านมืดมิด มีเพียงคบเพลิงบนกำแพงเมืองลั่วหยางที่ยังคงลุกโชนอย่างดื้อรั้นท่ามกลางสายลม
ทันใดนั้นสะพานแขวนก็ถูกลดระดับลงมาดังเอี๊ยดอ๊าด จากนั้นประตูเมืองก็เปิดออก ขบวนรถและม้าขบวนหนึ่งก็ออกมาจากประตูเมือง รถแต่ละคันในขบวนราวกับบรรทุกของหนักไว้มากมาย จนล้อรถส่งเสียงดังเหมือนรับน้ำหนักไม่ไหว
ลิยูยืนอยู่บนกำแพงเมืองลั่วหยาง มองดูขบวนรถและม้าขบวนนี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายของเต๊งหงวนอย่างช้าๆ
ลมกลางคืนพัดชายเสื้อคลุมยาวของเขาปลิวไสว สายตาของลิยูดูเหม่อลอย ราวกับกำลังส่งขบวนรถและม้านี้จากไป และในขณะเดียวกันก็ราวกับกำลังมองไปยังที่ที่ไกลแสนไกล
บัดนี้เป็นเวลาสองยามแล้ว เต๊งหงวนถูกปลุกให้ตื่นจากการนอนหลับ จึงรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง
ไอ้คนเถื่อนเสเหลียงนั่นทำไมต้องส่งเสบียงมาให้กลางดึกด้วย? อยากจะบอกข้าว่าเมืองลั่วหยางตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว อยากจะเปิดก็เปิด อยากจะปิดก็ปิดอย่างนั้นหรือ?
อีกอย่าง จดหมายฉบับนี้หมายความว่าอย่างไร?
จะแต่งตั้งให้ลิโป้เป็นขี่โต่วอี้ แล้วยังมาถามข้าว่าได้หรือไม่? ไอ้คนเถื่อนเสเหลียงคนนี้เสียสติไปแล้วหรือไง ใครเขาทำกันแบบนี้?
ขี่โต่วอี้เป็นตำแหน่งเทียบเท่าสองพันสือ ส่วนข้าที่เป็นผู้ตรวจการ แม้ราชสำนักจะเคยบอกว่าจะให้เบี้ยหวัดตามมาตรฐานของผู้ว่าการรัฐ แต่ก็ดีแต่พูด ข้าได้รับจริงๆ แค่หกร้อยสือเองนะ!
คนใต้บังคับบัญชามีตำแหน่งใหญ่กว่าข้า แถมยังได้เงินมากกว่าข้า แล้วแบบนี้จะให้ข้าปกครองเขาได้อย่างไร?
ข้าปกครองลิโป้ หรือลิโป้ปกครองข้ากันแน่? เต๊งหงวนโยนจดหมายลงบนโต๊ะด้วยความโกรธ
ในเวลานี้ ทหารคุ้มกันก็ถามว่าเสบียงอาหารที่ส่งมาจะให้จัดการอย่างไร เต๊งหงวนเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาของทหารคุ้มกัน จึงใจอ่อนและกล่าวว่า ให้คนครัวในค่ายตั้งไฟ คืนนี้ก็เพิ่มอาหารมื้อพิเศษเสียหน่อยแล้วกัน แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น คราวหน้าห้ามทำอีก
ไม่นานนัก กองกำลังหลักของเต๊งหงวนก็คึกคักขึ้นมา เสียงหัวเราะและพูดคุยดังไม่ขาดสาย
ลิโป้ขี่ม้า ยืนอยู่บนเนินเขาเล็กๆ นอกค่ายของกองกำลังหลักของเต๊งหงวนแต่ไกล มองดูค่ายที่คึกคัก สีหน้าก็ยิ่งทะมึนลงเรื่อยๆ
ตำราพิชัยสงครามบ้าบออะไรที่ว่าแบ่งทหารเป็นสองส่วน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ข้าว่ามันไร้สาระทั้งนั้น! มิน่าล่ะทุกครั้งที่ข้ามาตอนกลางวันถึงไม่เคยเห็นพวกเขาตั้งไฟทำอาหาร ที่แท้ก็เก็บไว้กินตอนกลางคืนนี่เอง!
ลิโป้นำเงินที่ลิซกให้ไปซื้อเสบียงอาหาร เหล้า และเนื้อ กินดื่มกันจนถึงเที่ยงคืนจึงพักผ่อน ลิซกไปนอนแล้ว แต่ลิโป้กลับพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ จึงตัดสินใจขี่ม้ามาดูที่ค่ายของเต๊งหงวนเพียงลำพัง นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นภาพตรงหน้านี้
ลิโป้ทำหน้าบึ้งตึง ควบม้ามาถึงหน้าค่าย ทหารทำความเคารพทักทาย เขาก็ขี้เกียจจะตอบรับ หลังจากลงจากม้า เขาก็เดินตรงไปยังสถานที่เก็บเสบียงอาหารหลังค่ายทันที
ก่อนหน้านี้ลิโป้เชื่อใจเต๊งหงวน เมื่อเต๊งหงวนบอกว่าไม่มีเสบียงเขาก็เชื่อ เขาก็ไม่เคยคิดจะมาดูที่เก็บเสบียงของค่ายใหญ่เลย แต่วันนี้เขาอยากจะไปดูก่อน แล้วค่อยไปหาเต๊งหงวน…
เมื่อมาถึงค่ายหลัง คนครัวกำลังทำอาหารกันอย่างขะมักเขม้น ยังมีทหารอีกสองสามคนที่ช่วยกันนำอาหารไปส่งตามกระโจมต่างๆ เมื่อเห็นลิโป้มาถึง ต่างก็พากันเรียกเขาว่าจูเป้าและทำความเคารพทักทาย
ลิโป้โบกมือปัดไปมาราวกับกำลังไล่แมลง จูเป้าอะไรกัน ก่อนหน้านี้พอได้ยินคำเรียกนี้เขาก็ยังรู้สึกว่าพอรับได้ แต่วันนี้ไม่รู้ทำไมพอได้ยินทหารเรียกเขาแบบนี้แล้ว เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเลย
ลิโป้หรี่ตามองดูเสบียงอาหารที่กองพะเนินเป็นภูเขาเลากาในค่ายหลัง กัดฟันกรอด แล้วหันหลังเดินตรงไปยังกระโจมใหญ่ของเต๊งหงวน
เต๊งหงวนกำลังถือจดหมายและครุ่นคิด ทันใดนั้นก็ได้ยินทหารคุ้มกันบอกว่าลิโป้มาถึงแล้ว สัญชาตญาณสั่งให้เขาวางจดหมายลง แต่ก็คิดว่าไม่ดี จึงเก็บจดหมายเข้ากระเป๋าเสื้อไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงบอกให้ทหารคุ้มกันให้ลิโป้เข้ามา
“เจ้ามาที่นี่มีธุระอันใดหรือ?”
ลิโป้ไม่ได้ตอบ แต่เดินตรงไปตรงหน้าเต๊งหงวน แล้วจึงกล่าวว่า “…พอจะมีเสบียงอาหารหรือไม่?”
“หา?” เต๊งหงวนไม่คิดว่าคำถามแรกของลิโป้จะเป็นคำถามนี้ จึงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “…เพิ่งจะส่งมาถึงเมื่อครู่นี้ เจ้าสามารถแบ่งกลับไปได้สักหนึ่งหรือสองส่วน”
ลิโป้หัวเราะเยาะในใจ จะหลอกใครกัน? ใครเขาจะมาส่งเสบียงให้กลางดึก? อีกอย่างประตูเมืองก็ปิดแล้ว จะส่งมาจากที่ไหน? หากไม่ใช่เพราะทหารจัดซื้อของข้ารีบกลับมาทันเวลา ก็คงเกือบถูกขังอยู่ในเมืองแล้ว!
ลิโป้นิ่งเงียบไปพักใหญ่ จึงกล่าวว่า “โป้ต้องการกลับเป๊งจิ๋ว หวังว่าผู้ตรวจการจะอนุญาต” ลิโป้รู้สึกอึดอัดใจและท้อแท้ เรื่องราวที่พบเจอในวันนี้ทำให้เขาสะเทือนใจมากเกินไป
คนที่ด้อยกว่าตัวเองตั้งมากมายกลับได้กินดีอยู่ดีและได้ดิบได้ดีขนาดนั้น…
คนที่แต่เดิมคิดว่าเป็นคนดี กลับกลายเป็นพวกมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว…
ลิโป้ไม่อยากอยู่ที่นี่จริงๆ เขาเป็นเพียงนักรบ เขาแค่รู้สึกว่าการมาเมืองลั่วหยางอาจจะเป็นความผิดพลาด เขาอยากกลับเป๊งจิ๋ว กลับไปยังสถานที่ที่แค่ต้องฆ่าพวกคนเถื่อน โดยไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นใดเลย…
“เหตุใดกัน? ไม่ได้!” เต๊งหงวนตกใจหน้าถอดสี นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ไม่เห็นหรือว่าวันนี้ตั๋งโต๊ะเพิ่งจะยอมอ่อนข้อให้ หากลิโป้กลับเป๊งจิ๋วไป แล้วข้าจะเอาอะไรไปสู้กับตั๋งโต๊ะล่ะ?
“โป้ตัดสินใจแล้ว ขอลา!” ลิโป้กลั้นความโกรธ วางตราประทับจูเป้าในอกเสื้อลงบนโต๊ะของเต๊งหงวน หันหลังแล้วเดินจากไป ข้าลาออกไม่ทำแล้ว เจ้าอยากทำอะไรก็ไปทำ ข้าจะกลับบ้าน!
เต๊งหงวนตกใจสุดขีด รีบกระโดดขึ้นไปยื้อยุดลิโป้ไว้ หากปล่อยให้ลิโป้จากไป ตัวเขาเองก็จะไม่ต่างอะไรกับลูกพลับนิ่มๆ ใครอยากจะบีบก็บีบได้ตามใจชอบสิ? แบบนี้จะได้ยังไง?
นึกไม่ถึงว่าระหว่างที่ยื้อยุดกันนั้น จดหมายในกระเป๋าเสื้อของเต๊งหงวนก็ร่วงหล่นลงมาบนพื้น และบังเอิญหล่นลงตรงหน้าลิโป้พอดี
ลิโป้ปรายตามอง ก็เห็นเหมือนจะมีชื่อของตนเองอยู่ จึงเกิดความสงสัยและเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา เต๊งหงวนรีบเข้ามาแย่ง แต่น่าเสียดายที่เรี่ยวแรงของเขาหรือจะสู้ลิโป้ได้ เพียงแค่ลิโป้เอาข้อศอกกระแทก เขาก็กระเด็นกลับไปแล้ว
คำว่า “ขี่โต่วอี้” สามคำบนจดหมาย ราวกับเป็นมีดสามเล่มที่ทิ่มแทงเข้าตาของลิโป้อย่างจัง และยังทิ่มแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของลิโป้อีกด้วย!
ลิโป้ไม่อาจระงับความโกรธในใจได้อีกต่อไป หันไปตวาดใส่เต๊งหงวนด้วยใบหน้าที่ดุร้าย “เจ้ากล้าหลอกลวงข้างั้นหรือ?”
เต๊งหงวนลนลาน เมื่อมองเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวของลิโป้ เขาก็เกิดความหวาดกลัว สัญชาตญาณสั่งให้เขาร้องเรียกทหารคุ้มกันให้จับตัวลิโป้ไว้!
ผลก็คือการกระทำของเต๊งหงวนได้ไปกระตุ้นความโกรธของลิโป้จนถึงขีดสุด ดีล่ะเจ้าเต๊งหงวน ไม่เพียงแต่หลอกลวงข้า แต่พอข้าจะลาออกกลับไปก็ยังไม่ยอมอีก!
ทหารคุ้มกันหลายคนพุ่งพรวดเข้ามาจากนอกกระโจม ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มลงมือชักดาบออกมาก่อน แต่น่าเสียดายที่ทหารคุ้มกันเหล่านี้หรือจะมีฝีมือสู้ลิโป้ได้ เพียงชั่วอึดใจเดียว ก็ถูกลิโป้ฟันล้มระเนระนาดราวกับหั่นแตงกวาหั่นผัก
ลิโป้ฆ่าจนตาแดงก่ำ เดินเข้าไปหาเต๊งหงวนด้วยความโกรธแค้น เงื้อดาบขึ้นสูง “เจ้ากล้าหลอกลวงข้างั้นหรือ!”
บนกำแพงเมืองลั่วหยาง ลิยูที่ยืนรับลมหนาวในยามวิกาลกำลังทอดสายตามองดูค่ายของเต๊งหงวนนอกเมืองที่เกิดความโกลาหลขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ

0 Comments