You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

งานเลี้ยงดำเนินไปได้สักพัก อาหารก็เริ่มพร่องลงไป

ตั๋งโต๊ะกระแอมไอ โบกมือสั่งให้การแสดงระบำรำฟ้อนถอยออกไป ลานจัดเลี้ยงอันกว้างใหญ่ก็เงียบกริบลงทันที สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ตั๋งโต๊ะ

ตั๋งโต๊ะกวาดสายตามองลิยู เมื่อเห็นลิยูพยักหน้าเล็กน้อย เขาก็ลุกขึ้นยืน เอามือกุมด้ามกระบี่ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ข้ามีคำกล่าวหนึ่ง ขอให้ทุกท่านจงตั้งใจฟัง องค์ฮ่องเต้คือเจ้านายของประชาราษฎร์ หากไร้ซึ่งความน่าเกรงขาม ก็ย่อมไม่อาจเป็นตัวแทนของบ้านเมืองได้! องค์ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นอ่อนแอนัก สู้องค์ชายตันลิวผู้ฉลาดหลักแหลมและใฝ่รู้ไม่ได้ สมควรที่จะขึ้นครองราชย์ ข้าต้องการจะถอดถอนฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แล้วยกองค์ชายตันลิวขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน ขุนนางทั้งหลายมีความเห็นเป็นเช่นไร?”

ทันใดนั้น ทั่วทั้งงานเลี้ยงก็เกิดเสียงฮือฮาดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตัง มีแต่เสียงกระซิบกระซาบดังไปทั่ว

ขุนนางหลายคนเมื่อได้ฟังคำพูดของตั๋งโต๊ะ ก็รีบหันไปมองอ้องอุ้นและอ้วนหงุยทันที แต่กลับพบว่าผู้นำของกลุ่มบัณฑิตสายบริสุทธิ์ทั้งสองคน กลับนั่งนิ่งไม่ไหวติงราวกับรูปปั้นไม้ สายตามองต่ำ ปากปิดสนิท ไม่ขยับเขยื้อนหรือพูดอะไรเลย

นี่หมายความว่าอย่างไร? ขุนนางบางคนรู้สึกสับสน ในขณะที่บางคนพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงเลือกที่จะเงียบตามไปด้วย

แท้จริงแล้ว สำหรับกลุ่มบัณฑิตผู้ดีเหล่านี้ การที่เล่าเปียนหรือเล่าเหียบจะเป็นฮ่องเต้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็นใคร ล้วนต้องพึ่งพากลุ่มบัณฑิตผู้ดีในการบริหารบ้านเมือง ถึงจะสามารถส่งผ่านคำสั่งลงไปถึงชาวไร่ชาวนาได้

ก่อนหน้านี้ที่เลือกเล่าเปียน ก็เพราะกลุ่มบัณฑิตสายบริสุทธิ์ต้องการร่วมมือกับเครือญาติฝ่ายหญิงเพื่อกำจัดพวกขันที ดังนั้น เล่าเปียนที่เป็นผลผลิตจากตระกูลโฮจึงเป็นตัวเลือกแรก ยิ่งไปกว่านั้น เล่าเปียนยังเป็นคนที่อ่อนแอ ซึ่งฮ่องเต้ที่อ่อนแอก็ควบคุมง่ายกว่าจริงไหม?

แต่ตอนนี้การเปลี่ยนมาเป็นเล่าเหียบก็ไม่ได้มีผลเสียอะไรใหญ่หลวงต่อกลุ่มบัณฑิตสายบริสุทธิ์ เขาก็ยังเป็นฮ่องเต้เด็กเหมือนเดิม มีเรื่องที่ต้องพึ่งพาพวกเขาอีกมากมาย

อีกทั้งแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นก็ตายแล้ว ตระกูลโฮซึ่งเป็นเครือญาติฝ่ายหญิงก็กำลังจะล่มสลาย การดึงดันจะปกป้องเล่าเปียนที่เป็นคนของตระกูลโฮ ก็คงไม่ได้ผลประโยชน์อะไรในระยะยาว

เหตุผลที่ตั๋งโต๊ะต้องการยกเล่าเหียบขึ้นเป็นฮ่องเต้ อ้องอุ้นและอ้วนหงุยต่างก็คิดออก ก็เป็นเพราะเล่าเหียบถูกเลี้ยงดูมาโดยตังไทเฮา จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลตั๋งอยู่บ้าง ก็นับว่ามีความเป็นญาติกันอยู่ ส่วนข้ออ้างที่ว่าองค์ชายตันลิวเล่าเหียบฉลาดกว่าฮ่องเต้เล่าเปียนนั้น หึหึ ตำแหน่งฮ่องเต้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความฉลาดเลยสักนิด ในประวัติศาสตร์ฮ่องเต้ทุกคนฉลาดหมดเลยหรือ?

ความเงียบของอ้องอุ้นและอ้วนหงุยเป็นการแสดงท่าทีอย่างหนึ่ง พวกเราไม่คัดค้าน แต่ตั๋งโต๊ะ การที่เจ้าประกาศออกมาแบบนี้ ท่ามกลางผู้คนมากมาย โดยไม่ปรึกษาหารือกับพวกเราก่อน แถมยังประกาศออกมาอย่างหน้าตาเฉย พวกเราผู้เป็นสหายไม่ค่อยพอใจนัก…

ในสายตาของอ้องอุ้นและอ้วนหงุย การที่ตั๋งโต๊ะยกเล่าเหียบขึ้นเป็นฮ่องเต้ ก็เป็นเพียงการเล่นละครสลับฉากของเครือญาติฝ่ายหญิง ตระกูลโฮลง ตระกูลตั๋งขึ้น เพียงแต่เพิ่งจะโค่นตระกูลโฮลงได้ ก็ต้องมาเจอเรื่องตระกูลตั๋งอีก มันก็เลยรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง

ยิ่งไปกว่านั้น การฆ่าล้างบางพวกขันทีในครั้งนี้รุนแรงเกินไป จนตอนนี้หากต้องการหาพวกขันทีมาเป็นพันธมิตรเพื่อโจมตีตระกูลตั๋งทั้งจากในและนอกก็ทำไม่ได้ หากปล่อยให้ตั๋งโต๊ะกลายเป็นเครือญาติฝ่ายหญิงของตระกูลตั๋งได้สำเร็จ ดีไม่ดีตระกูลตั๋งอาจจะกุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว และพวกบัณฑิตสายบริสุทธิ์อย่างพวกเขาคงต้องทนลำบากไปอีกยาวนาน นี่ต่างหากคือสิ่งที่อ้องอุ้นและอ้วนหงุยกังวล…

ใครจะเป็นฮ่องเต้มันก็เหมือนกันนั่นแหละ ขอเพียงมีสายเลือดตระกูลหลิวก็พอแล้ว! หากไม่ใช่เพราะตลอดหลายร้อยปีมานี้ ชาวบ้านทั่วแผ่นดินต่างก็เชื่อมั่นในตระกูลหลิว แม้แต่อ้วนหงุยและอ้องอุ้นก็คงอยากลองลิ้มรสความเป็นฮ่องเต้ดูบ้าง…

อ้วนหงุยเหล่มองอ้องอุ้น ก็พบว่าอ้องอุ้นกำลังมองเขาอยู่เช่นกัน สายตาปะทะกัน ต่างก็ด่าทออีกฝ่ายในใจว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่า แล้วก็หลุบตาลง ทำตัวเป็นรูปปั้นไม้ต่อไป

ตระกูลหวังและตระกูลอ้วนคือกลุ่มอิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบัณฑิตสายบริสุทธิ์ เมื่อผู้นำของทั้งสองกลุ่มนี้ไม่แสดงท่าที ลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ย่อมไม่แสดงท่าทีเช่นกัน ทั่วทั้งลานจัดเลี้ยงอันกว้างใหญ่จึงมีแต่เสียงกระซิบกระซาบ แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาพูดอะไรเลย

เมื่อกลุ่มบัณฑิตสายบริสุทธิ์ไม่ยอมพูดอะไร เต๊งหงวนเต๊งเกี้ยนหยางก็เริ่มร้อนใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

มิน่าล่ะ ข้าส่งจดหมายไปให้ไอ้คนเถื่อนเสเหลียงอย่างเจ้าแล้วไม่ยอมตอบ ที่แท้ก็กะจะรวบยอดกินรวบคนเดียวสินะ!

เต๊งหงวนเต๊งเกี้ยนหยางคิดในใจว่า ข้าเป็นคนแรกที่ตอบรับการเรียกร้องของประเทศชาติเลยนะ! ข้าเป็นคนแรกที่มาถึงลั่วหยางเพื่อปกป้องฮ่องเต้นะ! ข้ามีท่าทีที่มุ่งมั่นที่สุดเลยนะ! หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นถูกโฮไทเฮาเป่าหูจนหน้ามืดตามัว จะมีตาไอ้คนเถื่อนเสเหลียงอย่างเจ้ามาชี้หน้าสั่งการได้หรือ?

เดิมทีเต๊งหงวนคิดว่า การที่ตั๋งโต๊ะพูดเรื่องถอดถอนฮ่องเต้ออกมา จะทำให้พวกบัณฑิตสายบริสุทธิ์รุมด่าจนไม่มีชิ้นดี แต่นึกไม่ถึงว่าพอหันไปมอง พวกบัณฑิตสายบริสุทธิ์พวกนี้กลับเงียบกริบกันหมด?

นี่ไม่เท่ากับเป็นการยอมรับให้ไอ้คนเถื่อนเสเหลียงทำแบบนี้ได้หรอกหรือ?

แล้วถ้าตั๋งโต๊ะทำเรื่องนี้สำเร็จ ตั๋งโต๊ะก็จะเป็นเครือญาติฝ่ายหญิงที่กุมอำนาจใหญ่ที่สุดเลยนะ แล้วข้าเต๊งหงวนจะไปอยู่ตรงไหน?

ความหวังที่จะได้เห็นลูกหลานเจริญรุ่งเรืองของข้าก็พังทลายหมดสิ?

ข้าจะต้องกลับไปอยู่ชายแดนที่หนาวเหน็บนั่นอีกหรือ?

จะเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?

ยอมไม่ได้เด็ดขาด!

ด้วยความโกรธจัด เต๊งหงวนจึงลุกขึ้นยืนแล้วเตะโต๊ะตรงหน้ากระเด็น เหล้าและอาหารกระจัดกระจายไปทั่ว ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที

เต๊งหงวนชี้หน้าตั๋งโต๊ะ ร้องตะโกนเสียงดังว่า “ไม่ได้! ไม่ได้! เจ้าเป็นใครกัน? บังอาจมากล่าววาจาสามหาว! ฮ่องเต้คือสายเลือดแท้ๆ ของอดีตฮ่องเต้ เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ ไม่ได้มีความผิดอันใด ไฉนจึงมากล่าววาจาเลื่อนเปื้อนเรื่องถอดถอน! หรือว่าเจ้าคิดจะเป็นกบฏชิงบัลลังก์หรือ?” ตั๋งโต๊ะไอ้คนเถื่อนเสเหลียง ข้าจะยัดข้อหากบฏให้เจ้าเสียก่อน จะได้ไม่คิดจะกินรวบเป็นเครือญาติฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งข้า!

ตั๋งโต๊ะเห็นว่าเต๊งหงวนเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมาคัดค้านก็ตกใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งพอได้ฟังคำพูดของเต๊งหงวน ความโกรธก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที กบฏอะไรกัน? ข้าแค่เอาเรื่องนี้มาปรึกษากับทุกคน ถ้าจะเป็นกบฏจริงจะมานั่งปรึกษาทำไมวะ?

ตั๋งโต๊ะคิดเสมอว่าเต๊งหงวนเองก็เป็นแม่ทัพชายแดนเหมือนกัน อยู่ชายแดนมานาน ย่อมเข้าใจถึงความยากลำบากที่นั่น และน่าจะถือเป็นคนกันเองได้ ก่อนหน้านี้ตอนที่ลิยูแนะนำให้ยึดกองทัพของเต๊งหงวน ตั๋งโต๊ะยังปฏิเสธ โดยบอกว่าเต๊งหงวนเป็นเหมือนคนบ้านเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องลงมือ แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้คนอื่นยังไม่ออกตัว ไอ้คนที่ถือว่าเป็นคนบ้านเดียวกันกลับลุกขึ้นมาแทงข้างหลังเขาก่อน!

แถมยังยัดข้อหาหนักอึ้งให้เขาอีก!

เจ้าเต๊งหงวน เจ้าเคยเห็นขุนนางหน้าไหนที่คิดจะกบฏแล้วเอาเรื่องมาประกาศปาวๆ ต่อหน้าทุกคนแบบนี้ไหม? การเปลี่ยนฮ่องเต้ของตระกูลหลิวไม่ใช่แค่ข้าคนเดียวที่ทำ พระเจ้าฮั่นชงตี้ พระเจ้าฮั่นจื้อตี้ ได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้และตายได้ยังไง?

เต๊งหงวนเต๊งเกี้ยนหยาง เจ้าควรจะยืนอยู่ข้างข้าสิ ทำไมตอนนี้ถึงไปเข้าข้างฝั่งตรงข้ามแล้วล่ะ? เจ้าทรยศพวกเราไปเข้าพวกกับบัณฑิตกวนตงแล้วหรือ? ไม่อย่างนั้นทำไมเจ้าถึงเป็นหน่วยกล้าตายมาแทงข้างหลังข้าล่ะ?

ตั๋งโต๊ะยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ โกรธจนแทบจะพ่นไฟ! ด้วยความโกรธจัด นิสัยที่สั่งสมมาจากการใช้ชีวิตในเสเหลียงเป็นเวลานานจึงเข้าควบคุมการกระทำของเขา ในเสเหลียง มีความขัดแย้งก็ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรที่แก้ปัญหาได้ดีไปกว่าการชกต่อยสักตั้ง ใครหมัดใหญ่กว่าก็ฟังคนนั้น ถ้าชกกันแล้วยังไม่จบ ก็ต้องใช้มีด ใครรอดชีวิตก็ฟังคนนั้น เพราะคนตายไม่มีสิทธิ์มีเสียง ตั๋งโต๊ะชักกระบี่ออกมาก้าวอาดๆ ตรงไปยังเต๊งหงวนทันที!

มีปัญหาอะไรกับข้างั้นหรือ ได้! มาดวลกัน ใครชนะก็ฟังคนนั้น!

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note