ตอนที่ 94 ไร้เทียมทานในปฐพี
แปลโดย เนสยังเฉินสือคนที่ได้ที่หนึ่งของห้าสิบมณฑลเมื่อสิบปีก่อน สถิติสามสิบหกจั้งของเขา ยังไม่มีใครทำลายได้ แต่ตอนนี้เฉินสือกลับทำสถิติได้ถึงแปดสิบสี่จั้ง น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หากส่งสถิตินี้ไปให้เบื้องบน ก็พอจะเดาได้เลยว่ามันจะสร้างความสั่นสะเทือนขนาดไหน!
“จริงสิ เฉินสือไม่ต้องมีคะแนนก็ได้นี่นา!”
เถียนหวยอี้ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที รีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ปราณกระบี่ของเขาพัดเอาเสื่อกกที่ขวางทางจนแหลกละเอียด ปลิวออกไปนอกลานฝึกทหาร บนเสื่อกกไม่มีรอยกระบี่ทิ้งไว้ ถือว่าไม่นับ ให้ถือว่าเขาสอบตกภาคปฏิบัติ แบบนี้ก็ไม่ต้องรายงานราชสำนักแล้ว!”
ฟู่เหล่ยเซิงถอนหายใจ เอ่ยว่า “คนอำเภอซินเซียงดูอยู่ตั้งเยอะแยะ ช้าเร็วข่าวนี้ก็ต้องไปถึงหูซีจิงอยู่ดี”
เถียนหวยอี้รู้สึกท้อแท้ พึมพำว่า “แล้วจะทำยังไงดีล่ะขอรับ?”
จู่ๆ ฟู่เหล่ยเซิงก็หัวเราะออกมา “เขาหลอมแก่นทองคำสำเร็จแล้ว คะแนนของเขาก็น่าจะถูกยกเลิกได้ใช่ไหมล่ะ?”
เถียนหวยอี้อึ้งไป “เฉินสือฝึกฝนจนถึงระดับแก่นทองคำแล้วงั้นหรือขอรับ?”
ฟู่เหล่ยเซิงกล่าว “ข้าเคยเห็นเขาฆ่านายอำเภอและฮูหยิน เลือดลมในร่างกายควบแน่น กลายเป็นแก่นทองคำ บริสุทธิ์ผุดผ่องหาที่เปรียบไม่ได้!”
“นายอำเภอและฮูหยินถูกเขาฆ่าเหรอขอรับ?”
เถียนหวยอี้มองไปที่เฉินสือ เขาเข้าใจมาตลอดว่าเป็นฝีมือของฟู่เหล่ยเซิง ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเฉินสือที่ฆ่าสิ่งชั่วร้ายทั้งสองตนนั้น!
“แต่เขาไม่มีครรภ์เทพ จะไปหลอมแก่นทองคำสำเร็จได้ยังไง? หรือว่าเขาจะเป็นสิ่งชั่วร้าย?” เขาถามด้วยความสงสัย
ฟู่เหล่ยเซิงส่ายหน้า “ไม่ใช่”
เถียนหวยอี้กล่าว “พลังบำเพ็ญเพียรระดับแก่นทองคำ ปล่อยปราณกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ จะสามารถพุ่งไปได้ไกลแค่ไหนหรือขอรับ?”
ทั้งสองสบตากัน แล้วก็เริ่มลงมือ ปล่อยปราณกระบี่ออกมาคนละสาย
พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำ ระดับแก่นทองคำถูกแบ่งออกเป็นเก้าโคจรตามพลังบำเพ็ญเพียร พลังบำเพ็ญเพียรของฟู่เหล่ยเซิงสูงที่สุด ฝึกฝนไปถึงโคจรที่เก้า แก่นทองคำมีสีน้ำตาลแดง หากก้าวไปอีกขั้น ก็จะเป็นระดับครรภ์แปรผันวิญญาณ (หยวนอิง)
เถียนหวยอี้ก่อนที่จะมารับตำแหน่ง เขาทำงานปกป้องชายแดนจากสิ่งชั่วร้ายมาโดยตลอด แม้จะอยู่แค่แก่นทองคำโคจรที่เจ็ด แต่พลังบำเพ็ญเพียรก็ถือว่าแข็งแกร่งมาก
ทั้งสองปล่อยปราณกระบี่ออกไปคนละสาย เป็นท่าแทง ซึ่งเป็นกระบวนท่าแรกของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่เหมือนกัน ปราณกระบี่พุ่งไปได้สามสิบกว่าจั้ง พลังก็เริ่มหมดลง จากนั้นก็สลายกลายเป็นปราณแท้ ไร้ซึ่งพลังทำลายล้าง
ทั้งสองสบตากัน ต่างก็รู้สึกกลุ้มใจ
ระดับแก่นทองคำไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมปราณกระบี่ของเฉินสือถึงสามารถพุ่งไปได้ไกลขนาดนี้
พลังบำเพ็ญเพียรของพวกเขาทั้งสองคนถือว่าเหนือกว่าเฉินสือด้วยซ้ำ แต่ปราณกระบี่ก็ยังพุ่งไปได้แค่สามสิบกว่าจั้ง เพราะขีดจำกัดของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ก็มีแค่นั้น
ปราณกระบี่ของเฉินสือที่พุ่งไปได้ไกลที่สุดน่าจะเป็นท่าแทง น่าเสียดายที่ท่าแทงถูกลมพัดจนเบี่ยงเบน ลอยขึ้นไปบนฟ้า ไม่อย่างนั้นคงพุ่งไปได้ไกลกว่าแปดสิบสี่จั้งอย่างแน่นอน
“เขาทำได้ยังไงกันแน่?”
ทั้งสองรู้สึกสับสน ท่าเริ่ม ท่าทาง เคล็ดวิชากระบี่ และความลื่นไหลของร่างกายของเฉินสือ ล้วนไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าขาดการฝึกซ้อม แต่ทำไมอานุภาพถึงได้น่าทึ่งขนาดนี้?
หรือว่าสิ่งที่เฉินสือฝึกถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง?
“ไม่งั้น ก็ส่งคะแนนนี้ขึ้นไปเถอะ” จู่ๆ ฟู่เหล่ยเซิงก็เอ่ยขึ้น
เถียนหวยอี้มองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
ฟู่เหล่ยเซิงมองไปไม่ไกลนัก เถียนหวยอี้มองตามสายตาเขาไป ก็เห็นว่ามีคนแต่งกายดูมีฐานะหลายคนเดินทางมาถึงนอกลานฝึกทหาร กำลังชี้ชวนกันดูมาทางนี้
“ดูท่าทาง จะเป็นคนของตระกูลใหญ่!”
เถียนหวยอี้ใจเต้นแรง เข้าใจความหมายของเขาทันที
ในเมื่อมีคนของตระกูลใหญ่โตมาถึงอำเภอซินเซียง แถมยังได้เห็นอานุภาพของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ของเฉินสือกับตาตัวเอง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทุจริตแล้ว
อยากจะปิด ก็ปิดไม่มิด
ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “อย่างมากข้าก็แค่ยุบสำนักศึกษาเหวินไฉ แล้วหนีไปซ่อนตัวที่เขาเฉียนหยาง ที่ผ่านมาพวกนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ก็หนีไปซ่อนที่เขาเฉียนหยางกันทั้งนั้น ทางการก็จับไม่ได้สักกี่คนไม่ใช่หรือ?”
เถียนหวยอี้หัวเราะ “อาจารย์มีคุณธรรมอันประเสริฐยิ่งนัก หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะขอตามอาจารย์ไปหลบที่เขาเฉียนหยางด้วยคน”
ทั้งสองคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
เถียนหวยอี้กล่าว “ท่านอาจารย์ มีคนจากตระกูลใหญ่มา ข้าคงต้องไปต้อนรับสักหน่อย เพื่อหยั่งเชิงดูเบื้องลึกเบื้องหลัง”
ฟู่เหล่ยเซิงพยักหน้า เอ่ยเสียงขรึมว่า “หวยอี้ เจ้าต้องจำไว้ว่าความถูกต้องต้องมาก่อน ห้ามหลงระเริงไปกับผลประโยชน์เด็ดขาด”
เถียนหวยอี้ใจเต้นแรง หันกลับมาหัวเราะ “ท่านอาจารย์ ท่านสั่งสอนข้ามาตั้งนาน ยังไม่เข้าใจนิสัยใจคอของศิษย์คนนี้อีกหรือขอรับ?”
เขาหันหลังเดินไปหาคนเหล่านั้น
“ข้าน้อยเถียนหวยอี้ ผู้คุมสอบหลักแห่งอำเภอซินเซียง ขอคารวะใต้เท้าทุกท่านขอรับ”
เถียนหวยอี้เดินไปถึงข้างกายคนเหล่านั้น โค้งคำนับแสดงความเคารพ
“ใต้เท้าเถียนไม่ต้องมากพิธี”
ผู้นำคือชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง สวมชุดเดินทางสีฟ้าครามขลิบน้ำเงิน คาดเข็มขัดเส้นกว้าง สวมหมวกตงโพ หมวกทรงสูง ดวงตาเป็นประกาย สายตาเฉียบคม เอ่ยว่า “ข้าน้อยหลี่เซี่ยวเจิ้ง มาจากฉวนโจว ครั้งนี้ได้รับคำสั่งจากคณะรัฐมนตรีให้มาเข้ารับตำแหน่งที่มณฑลซินเซียง”
พอเถียนหวยอี้ได้ยินดังนั้น หัวใจก็เต้นโครมคราม
ประโยคนี้ไม่ได้เปิดเผยแค่ข่าวเดียว แต่เปิดเผยถึงสี่ข่าว!
หลี่เซี่ยวเจิ้งแห่งฉวนโจว!
มาจากตระกูลหลี่แห่งฉวนโจว!
ได้รับคำสั่งจากคณะรัฐมนตรี ให้มาเข้ารับตำแหน่งที่มณฑลซินเซียง เขาคือผู้ว่าการมณฑลซินเซียงคนใหม่!
หลังจากตระกูลจ้าวล่มสลาย ในที่สุดตระกูลหลี่ก็เตรียมจะลงมือกับมณฑลซินเซียง ในที่สุดก็เตรียมจะลงมือกับสุสานกษัตริย์ที่แท้จริงในเขาเฉียนหยางแล้ว!
“ข้าน้อยขอคารวะท่านผู้ว่าการขอรับ!” เขารีบทำความเคารพอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ลุกขึ้นเถอะ”
หลี่เซี่ยวเจิ้งกล่าวเสียงเรียบ “ข้ายังไม่ได้เข้ารับตำแหน่ง ยังนับว่าเป็นผู้ว่าการไม่ได้ อำเภอซินเซียงของใต้เท้าเถียนช่างเป็นดินแดนที่ก่อกำเนิดผู้กล้าจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีบุคคลที่โดดเด่นเหนือใครเช่นนี้ กระบี่เดียวพุ่งไปไกลถึงแปดสิบกว่าจั้ง กระบี่นี้หากถูกปล่อยออกไป ย่อมต้องสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วหล้า หากข้าเข้ารับตำแหน่งแล้ว และได้รับข่าวนี้ที่เมืองหลวงของมณฑล เกรงว่าคงจะต้องสงสัยอย่างหนักว่าเจ้าทำเรื่องปลอมแปลงขึ้นมา แต่ครั้งนี้ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ช่างน่าตื่นตะลึงจริงๆ”
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า “เรื่องนี้ ข้าจำเป็นต้องรายงานไปยังซีจิง คนที่ซีจิงพอได้อ่าน ก็คงจะต้องตกใจกันยกใหญ่แน่ๆ เพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ที่พุ่งไปไกลถึงแปดสิบกว่าจั้ง เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากยิ่งตั้งแต่โบราณกาล”
พอพูดถึงตรงนี้ ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ดันเกิดขึ้นจริงตรงหน้าเสียอย่างนั้น
แม้จะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี!
ด้านหลังหลี่เซี่ยวเจิ้ง ชายหนุ่มตระกูลหลี่คนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า และกระตุ้นเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ ปราณกระบี่สายหนึ่งพุ่งออกไป เสียงแหวกอากาศบาดแก้วหูยิ่งนัก
ทว่าเขาใช้แก่นทองคำเป็นแหล่งพลังงาน กระตุ้นเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ อานุภาพของปราณกระบี่จึงมากกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับครรภ์เทพหลายเท่าตัว!
แต่เมื่อกระบี่นี้พุ่งออกไป บินไปได้เพียงสามสิบกว่าจั้ง ปราณกระบี่ก็พลันสลายตัวอย่างกะทันหัน
คนอื่นๆ ในตระกูลหลี่เห็นดังนั้น ก็พากันลองทำดูบ้าง บางคนถึงกับกระตุ้นครรภ์แปรผันวิญญาณ แล้วใช้เพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ ไกลที่สุดก็พุ่งไปได้แค่สามสิบหกจั้ง ปราณกระบี่ก็แตกสลายกลายเป็นปราณแท้ ไม่สามารถทะลวงขีดจำกัดสามสิบหกจั้งไปได้
ทุกคนลอบตระหนกตกใจ
หลี่เซี่ยวเจิ้งมองไปที่เฉินสือ เอ่ยว่า “ไม่ต้องลองแล้ว เมื่อสิบปีก่อน ซิ่วไฉเด็กที่ได้ที่หนึ่งของห้าสิบมณฑลได้ทดสอบขีดจำกัดของเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ไว้แล้ว นั่นคือสามสิบหกจั้ง เคล็ดวิชากระบี่นี้แม้จะเป็นเคล็ดวิชาที่เรียบง่ายที่สุด แต่ก็เป็นเพราะความเรียบง่ายนี่แหละถึงได้มีอานุภาพมหาศาล และด้วยความที่มันมีอานุภาพมหาศาล หลังจากที่ปราณแท้ควบแน่นจนกลายเป็นรูปร่างของกระบี่ การจะรักษารูปทรงของกระบี่เอาไว้ พลังที่ต้องใช้จึงมากกว่าวิชาคาถาอื่นๆ มากนัก”
เขาอธิบายถึงเหตุผลอย่างละเอียด “ยิ่งปราณกระบี่มีอานุภาพมากเท่าไหร่ พลังที่ใช้ในการรักษารูปทรงของกระบี่ก็จะยิ่งมากเท่านั้น นี่คือความชาญฉลาดของเฉียนหยางซานเหริน ผู้คิดค้นวิชาคาถานี้ ตอนที่เขาคิดค้นวิชาคาถานี้ เขาได้กำหนดขีดจำกัดของปราณกระบี่ไว้ที่สามสิบหกจั้ง ซิ่วไฉเด็กเมื่อสิบปีก่อนเป็นอัจฉริยะเหนือคน หากสามารถทะลวงขีดจำกัดนี้ไปได้ คนแรกที่ทะลวงไปได้ ก็ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน ไม่ใช่คนอื่น”
คนตระกูลหลี่ต่างก็ไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มตระกูลหลี่คนเมื่อครู่เอ่ยถาม “ท่านพ่อ แล้วเด็กคนนี้ เขาสามารถทำให้ปราณกระบี่พุ่งไปไกลถึงแปดสิบจั้งได้อย่างไร?”
“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน”
สายตาที่หลี่เซี่ยวเจิ้งมองเฉินสือเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เอ่ยว่า “เพลงกระบี่ของเขายังดูไม่คุ้นเคย น่าจะเพิ่งฝึกมาได้ไม่นาน แต่อานุภาพของเพลงกระบี่กลับรุนแรงมาก อานุภาพที่รุนแรงขนาดนี้ พลังที่ใช้ในการรักษารูปทรงย่อมต้องมหาศาลตามไปด้วย เขาใช้วิธีใดในการรักษารูปทรงของปราณกระบี่ไม่ให้สลายตัว?”
ต่อให้เขาจะมาจากตระกูลหลี่อันยิ่งใหญ่ มีภูมิหลังอันยาวนาน มีตำรามากมายมหาศาลในจวน แต่เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเฉินสือทำได้อย่างไร
หลี่เซี่ยวเจิ้งตั้งสติ แล้วเอ่ยถาม “ใต้เท้าเถียน เด็กคนนี้มีชื่อว่าอะไรหรือ?”
เถียนหวยอี้ตอบ “เขาชื่อเฉินสือ มาจากตำบลเฉียววาน ในเขตอำเภอซินเซียงขอรับ”
“ตำบลเฉียววาน อำเภอซินเซียงงั้นรึ?”
หลี่เซี่ยวเจิ้งอึ้งไป สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เอ่ยว่า “เฉินสือ แห่งหมู่บ้านหวงพัวงั้นรึ?”
เถียนหวยอี้ถามด้วยความสงสัย “ใต้เท้ารู้จักเฉินสือด้วยหรือขอรับ?”
สีหน้าของหลี่เซี่ยวเจิ้งพลันเปลี่ยนเป็นน่าดูชมยิ่งนัก เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวขาว เดี๋ยวเหลือง เดี๋ยวแดง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่หยุด
“ซิ่วไฉเด็ก ฮ่าๆ! ซิ่วไฉเด็ก!”
เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมา แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับมองเห็นซีจิงที่อาบไปด้วยเลือด ซากศพนับไม่ถ้วน ธงที่หักสะบั้น และเงาร่างของชายชรารูปร่างสูงใหญ่ที่หันหลังให้กับเหล่าผู้มีอำนาจในซีจิงที่กำลังหวาดผวา
“เขาทำสำเร็จแล้ว! ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จแล้ว!”
เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากของหลี่เซี่ยวเจิ้งอย่างรวดเร็ว หยาดเหงื่อเม็ดโป้งไหลอาบแก้ม น้ำเสียงแหบพร่า
พลิกผันความเป็นความตาย ถึงกับมีคนทำได้จริงๆ!
คนที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน ทิ้งสถิติที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้ไว้
สิบปีต่อมา เขาฟื้นคืนชีพ
กลับมาทำลายสถิติของตัวเอง ดันสถิติไปสู่จุดสูงสุดที่ไม่มีใครเอื้อมถึง!
นี่คือการประกาศศักดาต่อศัตรูที่ควักครรภ์เทพของเขาไปงั้นหรือ?
ต้องเป็นอย่างนั้นแน่!
การกลับมาในครั้งนี้ เขาต้องมาเพื่อตามหาศัตรู ตามหาความจริงเบื้องหลังการถูกปองร้ายในอดีตอย่างแน่นอน!
ปราณกระบี่แปดสิบจั้งของเขา คือการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า แม้ตัวเขาจะไม่มีครรภ์เต๋าแต่กำเนิด แต่เขาก็ยังคงไร้เทียมทานในปฐพี!
ผ่านไปเนิ่นนาน หลี่เซี่ยวเจิ้งถึงจะควบคุมอารมณ์ได้ สีหน้ากลับมาเป็นปกติ ยิ้มมุมปากเอ่ยว่า “เด็กๆ รีบติดต่อใต้เท้าหลายท่านในคณะรัฐมนตรีทันที รายงานเรื่องเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ที่พุ่งไปไกลถึงแปดสิบกว่าจั้งไปให้พวกเขาทราบ บอกข่าวดีนี้ให้ใต้เท้าหลายท่านได้รับรู้”
เขาพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ลอบคิดในใจ “จะปล่อยให้ข้ามานั่งหวาดผวาอยู่คนเดียวไม่ได้ พวกตาแก่พวกนั้นถ้ารู้ข่าวนี้ จะต้องตกใจจนนอนไม่หลับแน่ๆ ซีจิง เกรงว่าอีกไม่นานคงได้ครึกครื้นกันแล้วล่ะ”
ทันใดนั้นก็มีผู้ติดตามนำยันต์สื่อสารทางไกลออกมา ติดต่อไปยังซีจิง ผ่านไปครู่หนึ่ง ทางซีจิงก็ได้รับข่าวนี้
หลี่เซี่ยวเจิ้งได้ยินเสียงเก้าอี้ล้มระเนระนาดดังมาจากปลายสายของยันต์สื่อสารทางไกล ตามมาด้วยเสียงเอะอะโวยวายและเสียงสบถด่าทอ ก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา กระซิบเสียงเบาว่า “พวกใต้เท้าที่ซีจิง อีกไม่นานก็คงจะได้รับข่าวนี้กันถ้วนหน้า พวกเขาคงต้องปวดหัวกันน่าดู”
เฉินสือเดินออกจากลานฝึกทหาร กำลังจะเรียกเฮยโกวให้รีบกลับหมู่บ้านหวงพัว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น “เจ้าสิบ เจอกันอีกแล้วนะ!”
เฉินสือทั้งตกใจทั้งดีใจ หันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นหลี่เทียนชิงจริงๆ รีบวิ่งเข้าไปหา หัวเราะพลางเอ่ยว่า “เทียนชิง กลับไปแล้วไม่ได้โดนคนในบ้านควักครรภ์เทพไปงั้นหรือ? จริงสิ ปู่ของเจ้าล่ะ?”
หลี่เทียนชิงยังคงดูผอมบางและเงียบขรึม หัวเราะ “ครั้งนี้ตระกูลหลี่สั่งให้ข้ามาสำรวจเรือหิน บังเอิญท่านผู้ว่าการก็จะมาเข้ารับตำแหน่งที่มณฑลซินเซียงพอดี เดินทางผ่านมาทางนี้ ก็เลยแวะพักที่นี่ ปู่ข้าขาไม่ดี ก็เลยไม่ได้ตามมาด้วย แต่ข้าสงสัยว่าเขาคงเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า ก็เลยแอบตามมา ข้าล่ะกลัวจริงๆ ว่าเขาจะหลงทาง”
เขาถอนหายใจ ปู่ของเขาคนนี้ช่างทำให้คนเป็นห่วงเสียจริง
“จริงสิ ปู่เจ้าล่ะ?” หลี่เทียนชิงถามบ้าง
เฉินสือมีสีหน้าเศร้าหมอง “ปู่ข้าลงไปปรโลกแล้ว”
หลี่เทียนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้จะปลอบใจเขายังไงดี
เฉินสือหัวเราะ “แต่ว่าปู่ข้าอยู่ที่ปรโลกสุขสบายดีนะ ข้าเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ตั้งเยอะ แถมยังมีหุ่นกระดาษรูปยายแก่อีก เมื่อกี้เจ้าเห็นเพลงกระบี่พิฆาตมารจื่ออู่ของข้าไหม?”
หลี่เทียนชิงเห็นเขาเปลี่ยนเรื่อง ก็เลยตามน้ำไป เอ่ยว่า “เห็นแล้ว”
เฉินสือดูประหม่าเล็กน้อย ถามว่า “เจ้าว่าไงบ้าง?”
“ปราณกระบี่ของเจ้าอานุภาพเหลือล้น แต่ท่าเริ่ม ท่าทาง เคล็ดวิชากระบี่ ความลื่นไหลของร่างกาย และท่าจบ ล้วนมีปัญหาใหญ่ อาจจะโดนหักคะแนนได้”
หลี่เทียนชิงพูดไปก็ทำท่าทางประกอบไป ทุกท่วงท่าล้วนถูกต้องตามมาตรฐานเป๊ะๆ เอ่ยว่า “เจ้าเรียนมาจากหนังสือที่ข้าให้ไปใช่ไหม? สามารถเรียนรู้ได้ถึงขั้นนี้ในเวลาอันสั้น ก็ถือว่าเก่งกาจมากแล้ว!”
เด็กหนุ่มสองคน คนนึงสอน คนนึงเรียน อยู่หน้าลานฝึกทหารอย่างตั้งอกตั้งใจ
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่เทียนชิงก็เอ่ยชม “เจ้าสิบ เจ้าเรียนรู้ได้เร็วมากเลยนะ จริงสิ แล้วสอบข้อเขียนเจ้าเป็นไงบ้าง?”
“สอบข้อเขียนง่ายมาก ผ่านฉลุยเลย มีแค่สอบภาคปฏิบัตินี่แหละที่ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่”
เฉินสือรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เอ่ยว่า “รู้งี้ข้ามาเรียนกับเจ้าตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เจ้ามากับใครล่ะ? ถ้าไม่มีธุระอะไร พวกเราออกไปเที่ยวกันเถอะ!”
หลี่เทียนชิงก็รู้สึกหงุดหงิดเช่นกัน เอ่ยว่า “ข้าคงออกไปไหนไม่ได้หรอก ครั้งนี้ตระกูลหลี่ส่งคนสำคัญมา ผู้นำชื่อหลี่เซี่ยวเจิ้ง เป็นท่านอาสี่ของข้าเอง และยังเป็นผู้ว่าการมณฑลซินเซียงในครั้งนี้ด้วย นอกจากเขาแล้ว ก็ยังมีคนระดับผู้นำที่มีอำนาจตัวจริงในตระกูลหลี่อีกหลายคน ครั้งนี้ ข้าคงต้องอยู่สอบจวี่เหรินช่วงฤดูใบไม้ร่วงพร้อมกับเจ้าแล้วล่ะ จริงสิ เจ้าเคยคิดไหมว่า ถ้าเทพเจ้าที่แท้จริงไม่ประทานครรภ์เทพให้เจ้า เจ้าจะทำยังไง?”
พอเขาพูดประโยคนี้ออกมา เฉินสือก็ถึงกับอึ้งไปเลย
นั่นสิ เมื่อสิบปีก่อนเขาเคยได้รับครรภ์เต๋าแต่กำเนิดมาแล้ว หากเทพเจ้าที่แท้จริงจำเรื่องนี้ได้ แล้วไม่ประทานครรภ์เทพให้เขาอีก เขาจะไม่หยุดอยู่แค่ตำแหน่งซิ่วไฉหรอกหรือ แล้วแบบนี้เขาจะกลับไปเป็นนายท่านที่หมู่บ้านหวงพัว กดขี่ข่มเหงชาวบ้านได้ยังไงกัน?

0 Comments