ตอนที่ 90 ราวกับเทพมาร
แปลโดย เนสยังเหตุการณ์ที่พลิกผันนี้ ทำให้เฉินสือรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกมาจากกรง มองออกไปข้างนอก
“เฟยเฟยสามารถเปิดปากพูดได้ พลังบำเพ็ญเพียรไม่ธรรมดาเลย!”
เขาลอบคิดในใจ “นางก็น่าจะหลอมแก่นทองคำสำเร็จเหมือนกัน! เมื่อกี้ตอนที่พวกเราล้อมวงจิกนาง ถ้านางตอบโต้กลับล่ะก็ คงทำเอาพวกเราร้องเอ๋งไปเลย ส่วนฟู่เหล่ยเซิง การที่เขาไปปรากฏตัวที่ตลาดตะวันออก ก็คงเป็นเพราะเขาสืบไปถึงตัวชายชราขายห่าน สงสัยว่าชายชราขายห่านก็คือคนร้ายตัวจริงที่ทำให้นักเรียนหายตัวไป!”
หูเฟยเฟยเคยบอกว่าฟู่เหล่ยเซิงหน้าเงิน แถมยังเคยขายครรภ์เทพของนักเรียนด้วย ดูจากตอนนี้แล้ว น่าจะเป็นแค่ข่าวลือเสียมากกว่า
หากฟู่เหล่ยเซิงเป็นคนแบบนั้นจริงๆ ย่อมไม่มีทางเป็นห่วงกู้ชิงเมิ่ง แล้วก็รีบจากไป เพื่อไปส่งกู้ชิงเมิ่งที่บ้าน
และยิ่งไม่มีทางเอาชีวิตมาเสี่ยง บุกเข้ามาในที่ว่าการอำเภอตอนกลางคืนแน่ๆ!
“การที่ฟู่เหล่ยเซิงสามารถมองออกว่าห่านขาวตัวหนึ่งก็คือหูเฟยเฟยได้ น่าจะใช้ยันต์ตาทิพย์หรืออะไรทำนองนั้นแน่ๆ แต่เขาไปรู้ได้ยังไงว่าเฟยเฟยพูดได้? หรือว่าเขาจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าเฟยเฟยเป็นปีศาจจิ้งจอก?”
เขาเพิ่งจะคิดมาถึงตรงนี้ ก็เห็นฮูหยินนายอำเภอจำแลงกายเป็นหญิงสาวยั่วยวนอีกครั้ง ด้านหลังมีลำตัวตะขาบยาวเหยียด เหยียบลงบนพื้นเสียงดังสนั่น ประกายไฟสาดกระเซ็น
“ฮูหยินช้าก่อน” นายอำเภอเกิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน
ฮูหยินนายอำเภอชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ได้ลงมือสังหารฟู่เหล่ยเซิง หันไปมองนายอำเภอเกิง
นายอำเภอเกิงมีสีหน้ารู้สึกผิด เอ่ยว่า “อาจารย์ฟู่ หากข้ายอมให้ท่านพานักเรียนเหล่านี้กลับไป ท่านจะปล่อยพวกเราสองสามีภรรยาไปหรือไม่?”
ฮูหยินนายอำเภอโกรธจัด ตะโกนว่า “เกิงชุน ท่านหมายความว่าอย่างไร? ห่านจะเข้าปากอยู่แล้ว จะปล่อยให้บินหนีไปได้อย่างไร?”
นายอำเภอเกิงส่ายหน้าเอ่ยว่า “หลิงเอ๋อร์ พวกเราโดนจับได้แล้ว ตำแหน่งนายอำเภอนี้ก็คงเป็นต่อไปไม่ได้แล้ว เรื่องนี้เดิมทีก็เป็นความผิดของพวกเราสองสามีภรรยา จะปล่อยให้ผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างไร? อาจารย์ฟู่ บอกตามตรง ข้ากับภรรยาไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย เดิมทีพวกเราเป็นมนุษย์ ภรรยาของข้า ฉวีหลิง บังเอิญได้เคล็ดวิชาหนึ่งมา ชื่อว่าเคล็ดวิชาเก้าสวรรค์ล้อมจันทร์ ด้วยความดีใจ นางก็เลยฝึกฝนวิชานี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าเคล็ดวิชานี้ต้องอาศัยการดูดซับแสงจันทร์…”
เขาพูดถึงตรงนี้ ก็หยุดชะงักไป มีสีหน้าเศร้าหมอง
ฮูหยินนายอำเภอร้องตะโกนว่า “เกิงชุน ท่านจะไปบอกเขาทำไม? พวกเราสามีภรรยาร่วมมือกัน ฆ่ามันให้ตายซะ!”
นายอำเภอเกิงส่ายหน้าเอ่ยว่า “หลิงเอ๋อร์ พวกเราทำผิดไปแล้ว ทำร้ายผู้คนไปตั้งมากมาย จะปล่อยให้ผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างไร? อาจารย์ฟู่ หลังจากที่ภรรยาข้าฝึกฝนวิชานี้ ก็เริ่มมีอาการแปลกๆ ร่างกายเกิดความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะตอนที่หลอมแก่นทองคำสำเร็จ ก็เริ่มดูไม่เหมือนคนเข้าไปทุกที”
เขามีสีหน้าเศร้าหมอง เอ่ยว่า “ตั้งแต่ที่นางเริ่มกินเลือดเนื้อ ก็เริ่มหันมาสนใจการกินคน เมื่อใดที่พระจันทร์ขึ้น นางก็จะยิ่งชั่วร้ายขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนสิ่งชั่วร้ายเข้าไปทุกที ข้ารักภรรยาข้ามาก จึงจำใจต้องทำตามความต้องการของนาง ท่านอาจารย์…”
นายอำเภอเกิงกล่าว “ขอให้อาจารย์พานักเรียนเหล่านี้กลับไปเถิด ข้าเองก็ไม่มีหน้าจะเป็นนายอำเภอของอำเภอซินเซียงอีกต่อไป หลังจากที่อาจารย์ไปแล้ว ข้าก็จะถอดชุดขุนนาง คืนตราประจำตำแหน่ง แล้วพาภรรยาไปเร้นกายหลบซ่อนตัวในเขาเฉียนหยาง”
ฟู่เหล่ยเซิงรู้สึกหวั่นไหว เอ่ยว่า “ไม่คิดเลยว่าระหว่างใต้เท้านายอำเภอกับฮูหยินจะมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่ เป็นข้าที่เสียมารยาทเอง ข้าน้อยก็ไม่ใช่พวกชอบบีบคั้นใคร เพียงแค่อยากพานักเรียนเหล่านี้กลับไป หากใต้เท้านายอำเภอลาออกจากราชการ ข้าน้อยก็จะไม่นำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายให้ใครรู้”
นายอำเภอเกิงเรียกชายชราขายห่านมา เอ่ยว่า “เหล่าอู๋ เจ้าปลดกรงห่านลงมา แล้วเอาไปส่งให้อาจารย์ฟู่ที่สำนักศึกษาเหวินไฉทีนะ”
ชายชราขายห่านมองไปที่ฮูหยินนายอำเภอ ฮูหยินนายอำเภอจำใจพยักหน้า ร้องไห้พลางกล่าวว่า “เกิงชุน วันนี้ข้าจะยอมทำตามใจท่าน ตามท่านไปเร้นกายหลบซ่อนตัวก็ได้!”
พูดจบ นางก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ร่างมนุษย์
ฟู่เหล่ยเซิงขอบตาแดงก่ำ เอ่ยว่า “ฮูหยินก็เป็นคนอาภัพ หากไม่ได้ไปฝึกฝนเคล็ดวิชาอะไรนั่น ท่านทั้งสองก็คงเป็นดั่งคู่รักเซียน น่าอิจฉายิ่งนัก”
ชายชราขายห่านถือไม้ไผ่เดินมาที่ต้นไม้ ทยอยปลดกรงห่านลงมาทีละกรง จากนั้นก็เปิดกรง ปล่อยห่านขาวที่อยู่ข้างในออกมา
ในตอนนั้นเอง หมาดำตัวหนึ่งก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน คาบห่านขาวตัวใหญ่ไปตัวหนึ่งแล้วก็วิ่งหนี
ชายชราขายห่านวิ่งตามไม่ทัน โมโหตวาดว่า “ไอ้หมาบ้า ทำไมถึงยังจับมันไม่ได้อีก? พวกเจ้าหน้าที่นี่มันกินข้าวเปล่าๆ หรือไง?”
ฟู่เหล่ยเซิงหยิบไม้ไผ่ที่ชายชราโยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา โค้งคำนับเอ่ยว่า “นายอำเภอเกิง ฮูหยิน ข้าน้อยขอตัวลา”
นายอำเภอเกิงถอนหายใจยาว เอ่ยว่า “ข้าคงไม่ไปส่งท่านนะ”
ฟู่เหล่ยเซิงใช้ไม้ไผ่ต้อนฝูงห่าน เดินออกจากสวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอ มุ่งหน้าไปทางสำนักศึกษาเหวินไฉ
ชายชราขายห่านรีบพูดว่า “ข้าคุ้นเคยกับนิสัยของห่านดี ให้ข้าช่วยดูให้ท่านเถอะ จะได้ไม่หลงหาย”
ฟู่เหล่ยเซิงรับคำ ทั้งสองคนช่วยกันคุ้มกันฝูงห่าน เดินไปตามถนน
ห่านขาวที่ถูกหมาดำคาบไป ตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังของหมาดำ ขี่หมาเข้ามาที่สวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภออย่างเงียบเชียบ
นายอำเภอเกิงและฮูหยินนายอำเภอ คนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร อีกคนหนึ่งยืนอยู่ นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา
ฮูหยินนายอำเภอยังคงปาดน้ำตา เศร้าสร้อยกับชะตากรรมของตัวเอง
“ฮูหยิน เลิกร้องไห้เถอะ ฟู่เหล่ยเซิง… เขาเชื่อจริงๆ ด้วย!”
นายอำเภอเกิงก็หลุดหัวเราะออกมา ฮูหยินนายอำเภอก็หัวเราะพรืดออกมาเช่นกัน หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม หัวเราะว่า “เขาเชื่อจริงๆ ด้วย! เขาคิดว่าพวกเราฝึกฝนเคล็ดวิชานอกรีตไปโดยไม่รู้ตัว ถึงได้กลายมาเป็นสภาพแบบนี้จริงๆ! เขาไม่เคยคิดเลยว่า ข้าจะเป็นสิ่งชั่วร้ายจริงๆ!”
นายอำเภอเกิงสบตากับนาง หัวเราะลั่น “เขาถึงกับไร้เดียงสาคิดว่า พวกเราจะปล่อยเขาไปจริงๆ! เขาบุกเข้ามาอย่างดุดัน ใครจะไปรู้ว่าพลังบำเพ็ญเพียรและฝีมือของเขาเป็นยังไง? พวกเราจะกล้าลงมือกับเขาในที่ว่าการอำเภอได้ยังไง? ฮ่าฮ่าฮ่า! ถ้าลงมือในที่ว่าการอำเภอ คนอื่นก็รู้กันหมดน่ะสิว่าพวกเราเป็นสิ่งชั่วร้าย!”
ฮูหยินนายอำเภอก็หัวเราะจนตัวงอ ไขมันบนตัวสั่นกระเพื่อม “ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเขา ขืนลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่มีทางชนะหรอก! แต่ตอนนี้เขาต้องคอยคุ้มกันนักเรียนที่กลายเป็นห่าน ทำให้ทำอะไรไม่ถนัด พวกเราก็มีโอกาสที่จะกำจัดเขาสูงมาก!”
“แถมยังกำจัดเขาบนถนนอีกด้วย!”
นายอำเภอเกิงมีประกายตื่นเต้นวาบผ่านดวงตา หัวเราะ “ต่อให้พลังบำเพ็ญเพียรของเขาจะสูงแค่ไหน แต่ถ้าต้องคอยคุ้มกันนักเรียนที่กลายเป็นห่านถึงสิบเจ็ดตัว พลังฝีมือก็คงแสดงออกมาได้ไม่ถึงสองส่วนหรอก!”
“ไปเอาธงหมื่นวิญญาณมา!”
ฮูหยินนายอำเภอตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ร้องตะโกนว่า “ให้บัณฑิตเฒ่าคนนี้เข้าไปทัวร์ในธงหมื่นวิญญาณสักรอบ!”
นายอำเภอเกิงหัวเราะ “ฮูหยินพูดถูก ธงหมื่นวิญญาณของอำเภอซินเซียง ต่อให้ไม่มีถึงหมื่นวิญญาณ ก็มีวิญญาณอาฆาตสักแปดพันดวง แค่เขย่าธง ต่อให้เขาฝึกฝนจนถึงขั้นครรภ์แปรผันวิญญาณ ก็ต้องโดนเขย่าจนตายแน่! พกของวิเศษชิ้นนี้ไป ปลอดภัยไว้ก่อน! ข้าจะไปเอาธงหมื่นวิญญาณ!”
เขากำลังจะออกตัว ทันใดนั้นไม่ไกลนักก็มีเสียงห่านร้อง “เอิ๊กอ๊าก” ดังขึ้น
ทั้งสองคนหันไปมองตามเสียง ก็เห็นห่านขาวตัวหนึ่งกำลังก้าวขาสั้นๆ เดินมาทางนี้ เดินไปก็ส่ายก้นไป ซึ่งก็คือห่านขาวตัวที่ถูกหมาดำคาบไปเมื่อครู่นี้นั่นเอง
ห่านขาวตัวนั้นกลับไม่กลัวคน พอเห็นพวกเขาก็ไม่ได้หนีไปไหน
“พูดมาถึงตรงนี้ ข้าก็ชักจะหิวแล้วสิ”
ฮูหยินนายอำเภอตาเป็นประกาย หัวเราะคิกคัก “สู้กินห่านตัวนี้ก่อน แล้วค่อยไปฆ่าบัณฑิตเฒ่านั่นดีกว่า!”
อีกด้านหนึ่ง ฟู่เหล่ยเซิงกับชายชราขายห่านกำลังต้อนฝูงห่าน เดินไปตามถนน
ฝูงห่านก็ว่านอนสอนง่าย เดินตามทิศทางไม้ไผ่ในมือของฟู่เหล่ยเซิง
ชายชราขายห่านถอนหายใจ “เดิมทีข้าเป็นข้ารับใช้เก่าแก่ของตระกูลเกิง คอยปรนนิบัติคุณชาย พอคุณชายได้เป็นขุนนาง ข้าก็เลยตามมาด้วย แต่อนิจจา ฮูหยินกลับไปฝึกฝนเคล็ดวิชานอกรีต จนกลายเป็นสภาพเช่นนี้ ข้าน้อยต้องคอยตามฮูหยินทำเรื่องชั่วร้าย รู้สึกสำนึกผิดยิ่งนัก และก็หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง กลัวว่าจะถูกฮูหยินกินเข้าสักวัน”
ฟู่เหล่ยเซิงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า “ฮูหยินนายอำเภอฝึกฝนเคล็ดวิชานอกรีตจนกลายเป็นสภาพเช่นนี้จริงๆ งั้นหรือ?”
ชายชราขายห่านชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยว่า “ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่าน”
ฟู่เหล่ยเซิงลูบหนวดเครา เอ่ยอย่างเนิบนาบว่า “ข้าว่าฮูหยินนายอำเภออาจจะเป็นสิ่งชั่วร้ายจริงๆ ก็ได้นะ สิ่งชั่วร้ายมีหลายประเภท มีทั้งสิ่งชั่วร้ายที่มาจากปรโลก สิ่งชั่วร้ายที่เกิดจากพลังชั่วร้ายในโลกมนุษย์ สิ่งชั่วร้ายที่เกิดจากคนหรือสัตว์ที่ตายแล้วฟื้นขึ้นมาเพราะโดนแสงจันทร์สาดส่อง ประเภทที่สี่ก็คือพวกเดรัจฉานที่บำเพ็ญเพียร แล้วกลายพันธุ์เป็นสิ่งชั่วร้ายเพราะดูดซับแสงจันทร์เข้าไปมากเกินไป ส่วนประเภทที่ห้า ถึงจะเป็นคนที่ฝึกฝนวิชาจนหลงทาง กลายเป็นสิ่งชั่วร้าย ข้าว่า ฮูหยินนายอำเภอน่าจะเป็นประเภทที่สี่นะ”
ชายชราขายห่านหัวเราะ “อาจารย์ฟู่ เรื่องนี้ ข้าน่าจะรู้ดีกว่าท่านนะ…”
“ไม่ ข้ารู้ดีกว่าเจ้าเสียอีก เพราะรอบตัวข้าก็มีผู้ฝึกตนที่บำเพ็ญเพียรมาจากเดรัจฉานอยู่ด้วย”
ฟู่เหล่ยเซิงยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ดังนั้นเหล่าอู๋ เบื้องหลังของเจ้าล่ะคืออะไร? ตกลงแล้วเจ้าเป็นคน หรือเป็นสิ่งชั่วร้ายที่สวมหนังมนุษย์กันแน่?”
เขาพูดไม่ทันจบ ชายชราขายห่านก็กระโดดลอยตัวขึ้นไปในความมืด ความเร็วนั้นรวดเร็วจนเหลือเชื่อ
เสียงของชายชราขายห่านเดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา เดี๋ยวหน้าเดี๋ยวหลัง ไม่รู้ว่าดังมาจากทิศทางไหน “ฟู่เหล่ยเซิง เจ้าไม่น่าฉลาดขนาดนี้เลย คนที่ฉลาดแบบนี้มักจะอายุสั้นนะ!”
พูดไม่ทันจบ เงาดำสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งก็คือชายชราขายห่าน ร่างกายหดเป็นก้อนกลมๆ เหมือนหมัดตัวใหญ่ พกกระสอบที่ใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า กระสอบถูกลมพัดจนพองออก ครอบลงมาที่หัว!
ชายชราขายห่านร่อนลงพื้นเสียงดังปัง รวบปากกระสอบ หัวเราะแหะๆ “เจ้ากลายเป็นห่านขาวตัวใหญ่ แล้วก็ว่ายง่ายขึ้นเยอะเลยนะ!”
เขาพูดไม่ทันจบ ไม้ไผ่ก็แทงทะลุออกมาจากกระสอบ พุ่งออกมาด้วยพละกำลังอันมหาศาล แทงทะลุร่างของชายชราขายห่าน พาร่างของเขาไปเสียบเข้ากับกำแพงด้านข้าง แถมยังแทงทะลุกำแพงไปอีกด้วย!
ฟู่เหล่ยเซิงทิ้งไม้ไผ่ เดินออกมาจากกระสอบ เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเรียนวิชาหอกมาตั้งแต่เด็ก จนถึงตอนนี้ก็สี่สิบแปดปีแล้ว ยังไม่เคยใช้วิชาหอกเลยสักครั้ง ที่ถือไม้ไผ่เล่มนี้มา ก็ตั้งใจจะเอามาแทงเจ้าให้ตายนี่แหละ”
เขาดึงไม้ไผ่ออกมา สะบัดศพของชายชราขายห่านลงบนพื้น
“ข้าฉลาดขนาดนี้ แถมยังอยู่รอดมาได้จนถึงห้าสิบกว่าปี เจ้าก็ควรจะรู้ได้แล้วนะว่าข้าเก่งกาจขนาดไหน”
ฟู่เหล่ยเซิงถือไม้ไผ่ หันหลังเดินกลับไปที่ว่าการอำเภอ เสียงดังลอยมาว่า “เฟยเฟย เจ้าพาพวกเขากลับไปที่สำนักศึกษาเหวินไฉก่อน อาจารย์จะไปฆ่าคนสักสองคน!”
ในฝูงห่าน มีเสียงหญิงสาวตอบรับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงปัง หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางฝูงห่าน หัวเราะ “ศิษย์น้องทั้งหลาย พวกเรากลับสำนักศึกษากันก่อนเถอะ”
ฟู่เหล่ยเซิงแผ่รังสีอำมหิต ไม่นานก็มาถึงหน้าว่าการอำเภอ แหงนหน้ามองป้าย ‘กระจกสว่างแขวนสูง’ พึมพำเสียงเบา “ตอนนี้ไม่มีนักเรียนพวกนั้นแล้ว ข้าก็สามารถสู้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังอีกต่อไป!”
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ
สวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอ
นายอำเภอเกิงขยับเท้า ท่าร่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ วินาทีต่อมาก็มาถึงตรงหน้าห่านขาวตัวใหญ่นั่น ยื่นมือไปคว้าห่านขาวตัวนั้นไว้ จับคอยาวๆ ของมันได้อย่างง่ายดาย หัวเราะ “กินเสร็จแล้วค่อยไปฆ่าฟู่เหล่ยเซิงก็ยังไม่สาย!”
เขาเพิ่งจะกำคอห่านขาวไว้ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าคอในมือนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดันนิ้วทั้งห้าของเขาจนหลุดออก แล้วก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
นายอำเภอเกิงตกใจแทบสิ้นสติ ก็เห็นว่าห่านขาวแปลงกายเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งต่อหน้าต่อตา
เด็กหนุ่มคนนั้นมีเลือดลมไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เสียงดังราวกับคลื่นน้ำที่ซัดสาด ทะลวงพังผืด ทะลวงกระดูก เสริมสร้างอวัยวะภายใน ร่างกายเปล่งประกาย มือใหญ่ราวกับอุ้งตีนหมี มือข้างหนึ่งจับข้อมือเขาไว้แล้วกดลง ส่วนแขนอีกข้างก็ฟาดศอกลงมา!
เขาได้ยินเสียงกระดูกแขนตัวเองหักดังกร๊อบ จากนั้นตาก็มืดดับ กระดูกคอหัก หน้าอกถูกกระแทกอย่างแรง กระดูกซี่โครงหัก ตามมาด้วยตับม้ามและไตที่ราวกับถูกของหนักๆ ทุบจนแตกกระจาย!
อวัยวะเพศของเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ไม่รู้ว่าถูกเข่ากระแทกหรือโดนเตะไปตั้งเจ็ดแปดครั้ง
ในวินาทีนั้น วิชาคาถา แก่นทองคำ ของวิเศษของเขา ล้วนเอาออกมาใช้ไม่ทันเลยสักอย่าง!
เฉินสือใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าของเขาไว้ ส่วนอีกข้างโอบรอบคอเขา บิดอย่างแรง เสียงกระดูกและพังผืดหักดังกร๊อบๆ โยนศพในอ้อมกอดทิ้งไป พลิกตัวกระโดดขึ้น เสียงดังวูบพัดเอาลมกระโชกแรง วินาทีต่อมาก็มาโผล่ที่โต๊ะอาหาร เตะขาขวาลงมา สับเข้าที่คออันอวบหนาของฮูหยินนายอำเภอ!
ร่างอันอ้วนท้วนของฮูหยินนายอำเภอถูกทุบจนล้มลงไป แต่กลับใช้สองมือยันพื้นไว้ ไม่ยอมล้มลงไปกองกับพื้น แผดเสียงคำรามลั่นดังกึกก้อง พยายามจะลุกขึ้นยืน!
นางเพิ่งจะคำรามไปได้ครึ่งเดียว เฉินสือก็คว้าขวานบนโต๊ะฟันลงบนหน้าผากนาง จากนั้นสองมือก็พลิกแพลงไปมา คว้าของทุกอย่างบนโต๊ะ ทั้งตะเกียบสั้นยาว มีดสารพัดชนิด เสียบเข้าที่ใบหน้าอันอ้วนใหญ่ของฮูหยินนายอำเภอจนมิด!
ฮูหยินนายอำเภอกรีดร้องโหยหวน แหลมปรี๊ดบาดหู ถึงกับไม่กล้าสู้กับเขา รีบหนีออกไปข้างนอก
นางอ้วนมาก ไขมันสั่นกระเพื่อมไปทั้งตัว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเบาหวิว ก้าวเพียงก้าวเดียวก็ไปได้ไกลกว่าสองจั้ง
“ยายแก่หัวโตหูใหญ่”
เสียงของเฉินสือดังชัดเจนเข้าหูนาง
ฮูหยินนายอำเภอชะงักฝีเท้ากะทันหัน กลิ่นอายอันโหดเหี้ยมอำมหิตพวยพุ่งขึ้นมาจากสวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” นางหันกลับมา บนใบหน้าอ้วนกลมมีทั้งมีด ขวาน และตะเกียบ รวมถึงจานที่แตกละเอียด
เฉินสือหัวเราะ “ข้าบอกว่า ยายแก่หัวโตหูใหญ่…”
ฮูหยินนายอำเภอร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏเป็นร่างจริง กลายเป็นตะขาบยักษ์ยาวเจ็ดแปดจั้ง แต่ท่อนบนกลับเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ร้องคำรามพุ่งเข้ามาหาเขา อ้าปากพ่นแก่นทองคำสีแดงดั่งเลือดออกมา ร้องตะโกนว่า “ไอ้เด็กบ้า วันนี้แกต้องตาย!”
แสงสีเลือดที่แผ่ซ่านออกมาจากแก่นทองคำนั้น เข้มกว่าของผู้อาวุโสหนูหนวดขาวแห่งศาลเจ้าแม่เฒ่าเขาดำเสียอีก ที่ที่แสงแก่นทองคำพาดผ่าน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนพังทลาย แม้แต่ภูเขาจำลองก็พังทลายลงมา กลายเป็นผุยผง!
น้ำในสระใต้ภูเขาจำลองสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับน้ำเดือด ปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ เนื้อหนังก็หายไปในพริบตา เหลือเพียงก้างปลาจมลงไปก้นสระ!
แก่นทองคำสีเลือดชนิดนี้ แตกต่างจากแก่นทองคำที่เฉินสือเคยเจอมา แก่นทองคำของผู้อาวุโสหนูหนวดขาวที่มีสีเลือด เป็นเพราะพวกมันทำร้ายคน กินคน ทำให้แก่นทองคำไม่บริสุทธิ์ แต่แก่นทองคำสีเลือดชนิดนี้ นำเอาเลือดและวิญญาณของเด็กมาหลอมรวม หล่อหลอมจนกลายเป็นพลังชั่วร้าย ถือเป็นเคล็ดวิชาขั้นสูงของพวกฝึกวิชานอกรีต!
แสงสีเลือดในแก่นทองคำนี้ สามารถทำลายปราณแท้ของผู้ฝึกตน ทำลายวิชาอาคมที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ทำให้ยันต์และของวิเศษแปดเปื้อน เป็นวิชาที่ชั่วร้ายที่สุด!
เฉินสือตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก กระตุ้นเคล็ดวิชาปราณแท้สามแสง ยันต์ดาวเจ็ดดวงปรากฏอยู่รอบตัว แก่นทองคำในร่างกายลอยขึ้นมา พุ่งเข้าใส่ร่างอันใหญ่โตมโหฬารของฮูหยินนายอำเภออย่างบ้าคลั่ง!
แสงที่แผ่ซ่านออกมาจากแก่นทองคำสีเลือดนั้นคมกริบ แหลมคมราวกับเข็ม พุ่งกระทบผิวหนังของเขา ทำให้เกิดรอยบุ๋มเล็กๆ มากมายบนผิวหนัง แต่ทว่าพลังชั่วร้ายยังไม่ทันได้แผลงฤทธิ์ ก็ถูกเลือดลมที่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงในร่างกายของเขาพัดพากระจายไปจนหมด!
เลือดลมในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านมากเกินไป พลุ่งพล่านจนเคล็ดวิชานอกรีตเมื่อปะทะกับเลือดลมของเขา ก็มลายหายไปราวกับหิมะละลาย!
“บึ้ม!”
ในสวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอมีเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ทำเอาฟู่เหล่ยเซิงที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงสวนหลังบ้านต้องรีบหยุดฝีเท้า ตั้งไม้ไผ่ขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังปังอีกครั้ง หัวของฮูหยินนายอำเภอกระแทกทะลุกำแพงหนาเตอะ มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา กระดูกหัก เส้นเอ็นขาด ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย
ฟู่เหล่ยเซิงตกใจเป็นอย่างมาก มองเข้าไปในสวนหลังบ้าน ก็เห็นภายใต้แสงจันทร์ เด็กหนุ่มคนหนึ่งมีเลือดลมพลุ่งพล่านราวกับกระแสน้ำ เอ่อล้นออกมานอกร่างกาย ก่อตัวเป็นเงาร่างดั่งเทพมารอยู่ด้านหลัง ไม่รู้ว่าเป็นคนหรือสิ่งชั่วร้าย

0 Comments