You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

“คนที่อยู่ข้างนอก คือนายอำเภอคนใหม่แห่งอำเภอซินเซียง นายอำเภอเกิงชุนงั้นหรือ?”

เฉินสือชะงักไปเล็กน้อย “เขาจะซื้อห่าน? แถมยังเหมาหมดเลยเหรอ?”

เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ที่นี่คือตลาดตะวันออก ช่วงนี้พระจันทร์โผล่มาตอนกลางวัน มีสิ่งชั่วร้ายอาละวาดอยู่แถวนี้ ก็เลยไม่ค่อยมีคนมาตั้งแผงขายของที่ตลาดตะวันออก แล้วก็ไม่ค่อยมีคนมาซื้อของด้วย ชายชราขายห่านเปลี่ยนนักเรียนให้กลายเป็นห่านที่ตลาดตะวันออก นายอำเภอเกิงชุนก็โผล่มาซื้อห่านที่ตลาดตะวันออกที่คนเงียบเหงา แถมยังเหมาหมดอีกต่างหาก

นี่มันแปลกประหลาดมากเลยนะ

ในกระสอบมีเสียงห่านร้อง เฉินสือหันไปมอง ก็เห็นห่านอีกไม่กี่ตัวกำลังรุมจิกห่านตัวหนึ่ง บ่นว่านางประเมินสถานการณ์ผิดพลาด

ห่านที่ถูกรุมจิกจนร้องเอิ๊กอ๊าก น่าจะเป็นหูเฟยเฟย

พูดไปก็แปลก ทุกคนกลายเป็นห่าน ปากก็ส่งเสียงห่านร้อง แต่กลับฟังกันรู้เรื่อง ราวกับว่าพวกเขาเชี่ยวชาญภาษาห่านอย่างนั้นแหละ

ในตอนนั้นเอง เฉินสือก็ได้ยินเสียงห่านร้องดังมาจากข้างนอก น่าจะมีคนขยับกรงห่าน ส่วนกระสอบก็ถูกคนแบกขึ้นหลังแล้ว พื้นที่ในกระสอบแกว่งไกวไปมา

พวกเขากำลังเข้าเมือง

ห่านข้างนอกร้องไห้โวยวาย ฟังจากน้ำเสียง น่าจะเป็นนักเรียนคนอื่นๆ ที่หายตัวไป แล้วก็โดนเปลี่ยนเป็นห่านเหมือนกัน

“นายอำเภอกับชายชราขายห่านเป็นพวกเดียวกันเหรอ? พวกเขาจะกินห่านที่เปลี่ยนมาจากนักเรียนจริงๆ เหรอ? นี่มันกินคนชัดๆ!”

เฉินสือรู้สึกขนลุกซู่ ส่วนนักเรียนที่กลายเป็นห่านในกระสอบ ก็ยังคงรุมจิกหูเฟยเฟยไม่เลิก

เฉินสือส่ายหน้า ลอบคิดในใจ “นิสัยเด็กจริงๆ… เดี๋ยวก่อน ข้าก็เป็นเด็กเหมือนกันไม่ใช่รึ?”

เขาจึงกระพือปีกร้องเอิ๊กอ๊ากวิ่งเข้าไป ร่วมวงกับเพื่อนๆ รุมจิกหูเฟยเฟย ถอนขนบนหัวของหูเฟยเฟย

หูเฟยเฟยถูกพวกเขารุมจิกจนร้องเอิ๊กอ๊าก น่าเวทนายิ่งนัก

เฉินสือกับพวกตีจนเหนื่อย ก็เลยหยุดพัก เตรียมตัวเดี๋ยวค่อยตีต่อ

“ตกลงแล้วกระสอบใบนี้มันคืออะไรกันแน่ ถึงกับสามารถเปลี่ยนพวกเราให้กลายเป็นห่านได้ คล้ายๆ กับดินแดนแห่งภูตผีปีศาจเลยแฮะ”

เฉินสือก้าวขาสั้นๆ พลางส่ายก้นอย่างชำนาญ เดินไปมาในกระสอบ กระสอบมืดสนิท พื้นที่ภายในกว้างราวกับบ้านหลังเล็กๆ ใส่ห่านได้เป็นร้อยตัวสบายๆ

“เฉินสือ เฉินสือ เจ้าอย่าวิ่งเพ่นพ่านสิ!” ห่านตัวอื่นร้องเรียก

เฉินสือไม่สนใจพวกมัน เดินดูรอบๆ ต่อไป ตาของห่านมีความพิเศษ สามารถมองเห็นในที่มืดได้ ต่อให้ในกระสอบจะมืดตึ๊ดตื๋อ แต่ในสายตาของพวกมันก็สว่างราวกับตอนกลางวัน

เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่กับที่ คอก็สามารถหมุนได้หนึ่งรอบ มองเห็นข้างหลังได้ คล่องแคล่วอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกแปลกใหม่มาก

ในตอนนั้นเอง ห่านขาวที่เสิ่นอวี่เซิงเปลี่ยนร่างมา ก็เดินเข้ามาหาเขา เดินเคียงข้างกัน เอ่ยว่า “ของสิ่งนี้ไม่น่าจะใช่ดินแดนแห่งภูตผีปีศาจ ดินแดนแห่งภูตผีปีศาจมีผลกระทบกว้างกว่านี้ สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของวัตถุและเผ่าพันธุ์ได้ แต่ข้าสัมผัสได้ว่าเส้นชีพจรในร่างกายของข้ายังอยู่ การไหลเวียนของเลือดลมก็ยังคงเป็นไปตามโครงสร้างของมนุษย์ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง ข้าว่านี่น่าจะเป็นวิชาจำแลงกาย ที่เปลี่ยนแค่รูปร่างหน้าตาภายนอก แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของพวกเรา”

เฉินสือมองเขาอย่างลึกซึ้ง นักเรียนที่ชื่อเสิ่นอวี่เซิงคนนี้ฉลาดมาก ทำให้เขารู้สึกทึ่ง

“ถ้าหากพลังบำเพ็ญเพียรของพวกเราสามารถก้าวไปได้อีกขั้น ก็น่าจะสามารถทำลายการกดทับของกระสอบใบนี้ และกลับมาเป็นคนได้อีกครั้ง!” เสิ่นอวี่เซิงกล่าวอย่างเสียดาย “น่าเสียดายที่ข้าติดอยู่ในระดับศาลเจ้าเทพ ยังไม่ได้ครอบครองครรภ์เทพ ไม่อย่างนั้นก็คงจะพอลองดูได้ ข้าว่า การที่ชายชราขายห่านคนนี้จับแต่นักเรียน ไม่กล้าจับซิ่วไฉ ก็เพราะกระสอบของเขาสามารถกักขังได้แค่ระดับศาลเจ้าเทพเท่านั้น”

เฉินสือแหงนหน้าขึ้น มองไปรอบๆ เอ่ยว่า “กระสอบก็ถือว่าเป็นดินแดนแห่งภูตผีปีศาจรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่รัศมีแคบมาก และการจะทำลายมัน ก็ไม่จำเป็นต้องมีครรภ์เทพ มันก็แค่พื้นที่แปลกประหลาดที่สร้างขึ้นมาจากยันต์เท่านั้น”

เขาลองกระตุ้นแก่นทองคำ โคจรไปที่เท้าขวา ก็เห็นว่าเท้าขวาจากตีนห่านกลับกลายเป็นเท้าคน

เฉินสือเก็บอาการสงบนิ่ง เก็บแก่นทองคำกลับมา เท้าขวาก็กลับกลายเป็นตีนห่านอีกครั้ง ยกตีนห่านขึ้น กระทืบลงเบาๆ ทันใดนั้นก็มีปราณแท้พุ่งออกมาจากใต้ฝ่าเท้า ไปกระตุ้นเส้นสีดำที่ซ่อนอยู่บนกระสอบ

เส้นสีดำเหล่านั้นสว่างขึ้นภายใต้การกระตุ้นของปราณแท้ ก่อตัวเป็นลวดลายยันต์ซ้อนกันไปมา ลวดลายยันต์ล้อมรอบตัวพวกเขา สร้างพื้นที่ขนาดเท่ากับห้องๆ หนึ่ง

ห่านตัวอื่นๆ พักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว กำลังเตรียมตัวจะลุยต่อ รุมตีหูเฟยเฟย พอเห็นฉากนี้ก็ถึงกับอึ้งไป

เฉินสือชักตีนห่านของตัวเองกลับมา ลวดลายยันต์ถึงได้ค่อยๆ หม่นแสงลง และหายวับไป

เสิ่นอวี่เซิงมองเขาด้วยความประหลาดใจ กระซิบเสียงเบาว่า “เฉินสือ ปราณแท้ของเจ้าแข็งแกร่งมาก! เจ้ามีครรภ์เทพแล้วเหรอ?”

เฉินสือส่ายหน้า ลอบคิดในใจ “ข้าไม่มีครรภ์เทพ แต่ข้าหลอมแก่นทองคำสำเร็จแล้ว”

ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรของเขาในตอนนี้ การทำลายการกดทับของกระสอบไม่ใช่เรื่องยาก ลวดลายยันต์บนกระสอบคือยันต์แปลงกาย ปู่ก็เคยสอนเขามาแล้ว แถมยังมีอักขระหลายตัวที่มีตำหนิอีกด้วย

การจะทำลายมันนั้นง่ายมาก

ในตอนนั้นเอง ข้างนอกก็มีเสียงอึกทึกดังขึ้น มีเสียงผู้หญิงร้องด้วยความตกใจว่า “ห่านเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? คราวนี้ฮูหยินต้องดีใจแน่ๆ!”

มีผู้หญิงอีกคนหัวเราะ “ช่วงนี้ฮูหยินก็บ่นอยากกินเนื้อห่านอยู่พอดี! เอาแต่บอกว่าปากคอจืดชืด”

เสียงนายอำเภอเกิงดังขึ้น “พวกเจ้าเอากรงห่านไปแขวนไว้ที่สวนหลังบ้านก่อน จัดเตรียมถ้วยชาม มีดและขวานให้เรียบร้อย คืนนี้ข้ากับฮูหยินจะกินข้าว ไม่ต้องให้พวกเจ้ามาคอยปรนนิบัติ พวกเจ้าห้ามใครเข้าไปเด็ดขาด”

สาวใช้เหล่านั้นรับคำ แล้วก็หิ้วกรงห่านไปที่สวนหลังบ้าน

“นายท่าน ในกระสอบนี้ยังมีห่านขาวอยู่อีกนะขอรับ สดๆ ทั้งนั้น” ชายชราขายห่านกล่าว “รบกวนเจ้าเอาไปส่งที่สวนหลังบ้าน แล้วจับใส่กรงห่านให้ทีนะ”

ผ่านไปไม่นาน กระสอบก็ถูกเปิดออก เฉินสือและคนอื่นๆ ก็รู้สึกได้ว่ามีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา นักเรียนหลายคนรีบร้องเอิ๊กอ๊ากทันที

ในตอนนั้นเอง เสียงดังฟุ่บ เฮยโกวก็พุ่งกระโจนออกมาจากกระสอบ สาวใช้พากันร้องลั่น “หมา! หมา! มีหมาดำตัวใหญ่หลุดเข้ามา!”

ในที่ว่าการอำเภอวุ่นวายไปหมด สาวใช้พากันแตกตื่นตกใจ นายอำเภอเกิงรีบเรียกเจ้าหน้าที่มาจับหมา

มือที่แห้งเหี่ยวแต่มีพละกำลังมหาศาลข้างหนึ่งยื่นเข้ามาในกรง คว้าคอเฉินสือไว้ แล้วดึงเขาออกมา

ห่านขาวที่เฉินสือแปลงกายมาไม่ได้ดิ้นรน ปล่อยให้มือใหญ่นี้หิ้วขึ้นไป เจ้าของมือใหญ่ก็คือชายชราขายห่าน ผมขาวหนวดขาว หน้าตาเหี่ยวย่น มองสำรวจเฉินสือ หัวเราะแหะๆ พลางกล่าวว่า “เป็นห่านที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ดีจริงๆ เจ้าอย่ามาโทษข้าเลยนะ โทษนายท่านกับฮูหยินที่ชอบกินของแบบนี้ดีกว่า”

เขาจับเฉินสือยัดเข้าไปในกรงห่าน จากนั้นก็ใช้ไม้ไผ่เกี่ยวกรงห่านไปแขวนไว้บนต้นไม้ในสวนหลังบ้าน

กรงห่านนั้นสานจากไม้ไผ่ รูกว้างพอสมควร พอให้ห่านโผล่หัวออกมาได้ แต่ตัวลอดออกมาไม่ได้

ไม่นาน บนต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็แขวนกรงห่านไว้ถึงสิบแปดกรง ราวกับโคมไฟลูกกลมๆ ลูกใหญ่ ข้างในมีห่านขาวกำลังเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย

ในหูของคนอื่น ห่านเหล่านี้เอาแต่ร้องไม่หยุด แต่ในหูของนักเรียนที่กลายเป็นห่านอย่างเฉินสือ พวกเขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ!

“เกิดอะไรขึ้น? ยังจับหมาตัวนั้นไม่ได้อีกเหรอ? พวกเจ้าทำงานกันประสาอะไรเนี่ย?” ในที่ว่าการอำเภอยังคงวุ่นวาย

สาวใช้หลายคนเดินออกมา จัดเตรียมสวนหลังบ้าน เตรียมมีดและชามให้พร้อม แม้กระทั่งขวาน และยังมีเครื่องจิ้มอย่างต้นหอม ขิง กระเทียม ผักชี น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู

นักเรียนในกรงห่านร้องเสียงหลงกว่าเดิม อ้อนวอนขอให้พวกนางช่วย แต่ก็ไม่มีใครฟังออก

สาวใช้ถอยออกไปจากสวนหลังบ้าน แต่ชายชราขายห่านไม่ได้จากไป ยังคงอยู่ในสวนหลังบ้าน

ไม่รู้ว่าตกดึกตั้งแต่เมื่อไหร่ ชายชราขายห่านจุดโคมไฟทีละดวง ในสวนหลังบ้านแขวนโคมไฟไว้ถึงสิบกว่าดวง แสงไฟสีแดงฉาน

ชายชราขายห่านยืนโค้งคำนับ ได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยว่า “ฮูหยิน ท่านเดินช้าๆ หน่อย ระวังลื่นนะเจ้าคะ”

“พอแล้วๆ” เสียงที่ดูหอบเหนื่อยเอ่ยว่า “พวกเจ้ากลับไปเถอะ ข้าจะกินข้าวกับนายท่าน ใครก็ห้ามย่างกรายเข้ามาในสวนหลังบ้านเด็ดขาด”

“เจ้าค่ะ” เสียงฝีเท้าของสาวใช้เดินห่างออกไป

เฉินสือยืนอยู่ในกรงห่าน สังเกตเห็นว่าชายชราขายห่านมีท่าทีตึงเครียดขึ้นมา จ้องมองไปที่ประตูวงพระจันทร์ของสวนหลังบ้านตาไม่กะพริบ ดูเหมือนจะหวาดกลัวอยู่บ้าง

เฉินสือมองไปที่ประตูวงพระจันทร์ ก็เห็นฮูหยินนายอำเภอที่มีรูปร่างอ้วนกลมกำลังก้าวเดินอย่างยากลำบาก เดินมาทางนี้ท่ามกลางแสงจันทร์และแสงไฟ เดินไปพลางก็บ่นพึมพำไปพลาง “ไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้กินของสดๆ แบบนี้มาตั้งนานแล้ว… เหล่าอู๋ นายท่านล่ะ?”

ชายชราขายห่านรีบโค้งคำนับ เอ่ยว่า “นายท่านยังอยู่ข้างนอก ยังไม่กลับมาขอรับ”

เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย ดูเหมือนจะหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เอ่ยว่า “ฮู… ฮูหยินถ้าหิวแล้ว ก็กินก่อนได้เลยนะขอรับ…”

ฮูหยินนายอำเภอที่ทั้งอ้วนทั้งใหญ่เดินโซเซไปที่โต๊ะอาหาร หัวเราะ “ไม่รีบ ไม่รีบ รอเขามาแล้วค่อยกินพร้อมกัน เขาเพิ่งมารับตำแหน่ง เป็นพ่อเมืองของซินเซียง งานเยอะแยะมากมาย เหนื่อยแทบแย่ ต้องบำรุงให้เขาซะหน่อย”

นางขยับตัว ทันใดนั้นในกระโปรงก็มีเสียงดังกึก ร่างกายด้านหลังในกระโปรงกลับงอกยาวขึ้นมาอีกท่อน

ฮูหยินนายอำเภอขยับไปข้างหน้าอีกก้าว ก็มีเสียงดังกึกอีก ร่างกายก็ยาวขึ้นอีกท่อน กระโปรงของนางเริ่มจะซ่อนร่างกายของนางไว้ไม่มิด

นางเดินไปที่โต๊ะอาหารต่อ เสียงดังกึกๆ ดังมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายยาวขึ้นเรื่อยๆ และก็เบาหวิวขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายที่โผล่ออกมาจากกระโปรงก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ขาอันอวบหนาแต่ละคู่ยืดเหยียดออกมาจากใต้ร่างกายเหล่านั้น เหยียบลงบนพื้น พยุงร่างกายอันยาวเหยียดให้ลุกขึ้น

ร่างกายของนางค่อยๆ ผอมลง การพูดจาของนางก็คล่องแคล่วขึ้น หัวเราะว่า “แบบนี้ค่อยเบาสบายหน่อย”

ด้านหลังของนาง ร่างกายยาวถึงสามสี่จั้งแล้ว และยังมีร่างกายท่อนใหม่ๆ งอกออกมาทีละปล้องๆ อย่างต่อเนื่อง

ร่างกายนั้นมีสีแดงเลือดทั้งตัว แต่ขากลับเป็นสีขาวขุ่น กึ่งโปร่งใส ต้นขาใหญ่ น่องเล็ก พอถึงส้นเท้า ก็กลายเป็นแหลมคมราวกับหล่อมาจากเหล็กกล้า

นางดูเหมือนตะขาบที่ยาวถึงสี่ห้าจั้ง ด้านนอกเป็นเปลือกหนา แต่ท่อนหน้ากลับเป็นรูปร่างมนุษย์ และยิ่งร่างกายมีหลายปล้องมากขึ้น นางก็ยิ่งผอมลง หน้าตาสะสวย มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก

ร่างกายที่เคยเชื่องช้าอืดอาดก็กลายเป็นปราดเปรียว ไม่ได้อุ้ยอ้ายเหมือนเมื่อครู่นี้อีกแล้ว

ห่านขาวในกรงบนต้นไม้ต่างก็หยุดร้อง มองดูฉากนี้ด้วยความตกตะลึง

เฉินสือเองก็อึ้งไปเหมือนกัน “ไม่ใช่ว่าเมืองอำเภอไม่เคยมีสิ่งชั่วร้ายเลยเหรอ? ตอนนี้นอกจากจะมีสิ่งชั่วร้ายแล้ว สิ่งชั่วร้ายยังมาเป็นฮูหยินนายอำเภออีก! แถมยังกดขี่ผู้ฝึกตน ให้จับเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงมาให้กินอีก!”

เขารู้สึกว่ามันไร้สาระสิ้นดี

เมื่อก่อนเขามักจะอิจฉาเด็กในเมือง คิดว่าพวกเขาคงมีความสุขมาก ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับอันตรายที่น่ากลัวกว่าเด็กชนบทเสียอีก!

ทันใดนั้น ไม่รู้ว่าใครร้องขึ้นมา ห่านตัวอื่นๆ ก็ร้องตาม ในสวนหลังบ้านที่ว่าการอำเภอจึงมีแต่เสียงร้องเอิ๊กอ๊ากดังระงมไปหมด

ฮูหยินนายอำเภอชูท่อนบนขึ้นมา ขาแต่ละข้างออกแรง ส่งร่างของนางให้มาปรากฏอยู่ตรงหน้ากรงห่าน สูงกว่ากรงห่านเสียอีก

ร่างกายของนางปราดเปรียวมาก พันรอบต้นไม้ไปหนึ่งรอบ ทันใดนั้นก็ตวาดลั่น “ห้ามหนวกหู! ใครส่งเสียงดังจะถูกกินเป็นตัวแรก!”

รอบด้านเงียบกริบ ห่านขาวแต่ละตัวหดตัวอยู่ตรงมุมกรง ไม่กล้าขยับเขยื้อน

ฮูหยินนายอำเภอพอใจเป็นอย่างมาก ปลดกรงห่านลงมากรงหนึ่ง พลิกตัวกลับมาที่โต๊ะอาหาร วางกรงห่านลงบนโต๊ะ นัยน์ตาเป็นประกายวูบวาบ

“หัวใจห่าน ตับห่าน ลำไส้ห่าน แล้วก็ตีนห่าน สมองห่าน ล้วนเป็นของโปรดของข้าทั้งนั้น”

นางหัวเราะร่วน ร่างกายสั่นสะท้าน ขาแต่ละข้างที่อยู่ด้านล่างก็สั่นตามไปด้วย “พวกเจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ถ้ากลัวเดี๋ยวจะไม่อร่อย เดิมทีข้าก็แค่ใช้เลือดเด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงมาหลอมแก่นทองคำ แต่ไม่คิดเลยว่าพอลองชิมรสชาติแล้ว จะยิ่งติดใจรสชาตินี้ จะรอนายท่านดีไหม หรือข้าจะเริ่มกินก่อนดีนะ…”

ในตอนนั้นเอง นอกสวนก็มีเสียงนายอำเภอเกิงดังขึ้น “…อาจารย์ฟู่มาเยือนในเวลานี้ ไม่ทราบว่ามีธุระสำคัญอันใดหรือ?”

“ใต้เท้านายอำเภอ ข้ามารับห่านขอรับ” ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ข้าตกลงกับชายชราขายห่านไว้แล้ว ว่าจะซื้อห่านของเขา ให้เขาเก็บไว้ให้ข้าสองสามตัว ได้ยินว่าเขามาที่จวนท่าน แล้วก็ยังไม่ออกมา ข้าก็เลยถือวิสาสะมารบกวนเวลาพักผ่อนของใต้เท้านายอำเภอ รับห่านแล้วข้าก็จะรีบไปทันทีขอรับ!”

นายอำเภอเกิงดูไม่พอใจนัก เอ่ยว่า “ห่านพวกนั้น ข้าเหมาหมดแล้ว จ่ายเงินไปแล้ว จะมีเหตุผลอะไรที่ต้องให้ท่านอีก? อาจารย์ฟู่ ท่านเป็นบัณฑิต อย่าได้คืบจะเอาศอก”

ฟู่เหล่ยเซิงเอ่ยว่า “ข้าก็จ่ายเงินไปแล้วเหมือนกัน แถมยังจ่ายก่อนด้วย ใต้เท้านายอำเภอแม้จะเป็นขุนนาง แต่ก็ต้องมีเหตุผล ท่านเรียกชายชราขายห่านออกมาสิ ข้าจะเผชิญหน้ากับเขาเอง! คนขายห่าน! คนขายห่าน!”

เสียงของเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำท่าจะบุกเข้ามาในสวนหลังบ้าน

ในดวงตาฮูหยินนายอำเภอมีรังสีอำมหิตวาบผ่าน หัวเราะเสียงหวาน “นายท่าน ท่านก็ให้เขาเข้ามาเถอะ ก็แค่เพิ่มตะเกียบอีกคู่เดียวเอง”

สายตาของนางจับจ้องไปที่ขวาน ร่างกายหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง กลับมามีรูปร่างอ้วนท้วนเหมือนเดิม

ฟู่เหล่ยเซิงและนายอำเภอเกิงเดินเข้ามาตามลำดับ ฟู่เหล่ยเซิงเห็นกรงห่านที่แขวนอยู่บนต้นไม้ ก็หัวเราะ “ใช่แล้ว! นี่แหละห่านของข้า ข้าจ่ายเงินไปแล้ว! นายอำเภอเกิง ห่านพวกนี้เป็นของข้า ข้าจะเอากลับไปล่ะนะ!”

ชายชราขายห่านปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อาจารย์ฟู่จำผิดหรือเปล่า? ห่านพวกนี้ อาจารย์ฟู่ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยแม้แต่อีแปะเดียว”

ฟู่เหล่ยเซิงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา หัวเราะ “ขายห่านยังต้องรับเงินอีกเหรอ? เจ้าเก็บเงินจากนายอำเภอเกิงหรือยังล่ะ? ในเมื่อไม่เก็บจากนายอำเภอเกิง แล้วทำไมจะต้องมาเก็บของข้าล่ะ?”

เขาอยู่ในวัยกลางคน เดิมทีมีภาพลักษณ์ที่ดูขุ่นมัว เป็นเพียงบัณฑิตเฒ่าหน้าเงินในตลาด แต่ตอนนี้กลับสลัดความเสื่อมโทรมทิ้งไป ดูมีชีวิตชีวาสดใส ยิ้มพลางกล่าวว่า “ขายห่านแล้วยังไม่ไป มารั้งอยู่ในจวนใต้เท้านายอำเภอ หรือว่าตั้งใจจะให้ใต้เท้านายอำเภอเลี้ยงข้าวเจ้าล่ะ?”

นายอำเภอเกิงหัวเราะลั่น ผายมือออก เชื้อเชิญว่า “อาจารย์ฟู่ช่างชอบล้อเล่นจริงๆ ในเมื่อมาแล้ว งั้นก็ร่วมรับประทานอาหารกันก่อนค่อยกลับเถิด เชิญนั่ง”

ฟู่เหล่ยเซิงมาที่โต๊ะอาหาร เอ่ยว่า “ใต้เท้านายอำเภอเชิญขอรับ”

นายอำเภอเกิงนั่งลง เอ่ยว่า “เหล่าอู๋ เลือกห่านขาวอ้วนๆ ให้อาจารย์ฟู่สักตัวสิ”

ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “ข้าเลือกเองดีกว่า”

เขาแย่งไม้ไผ่มาจากมือชายชราขายห่าน ปลดกรงห่านกรงหนึ่งลงมา หิ้วกรงห่านมาที่โต๊ะ

“ใต้เท้า ห่านขาวที่ข้าเลือกตัวนี้พูดภาษามนุษย์ได้นะ” ฟู่เหล่ยเซิงวางกรงห่านลงบนโต๊ะอาหาร พลางหัวเราะ “นางยังเล่นกลได้ด้วย จากห่านเปลี่ยนเป็นคนได้”

“โอ้?” นายอำเภอเกิงและฮูหยินต่างก็รู้สึกสนใจ ฮูหยินนายอำเภอหัวเราะ “ท่านก็ให้นางเล่นกลให้ดูหน่อยสิ”

ฟู่เหล่ยเซิงยิ้มบางๆ หันไปพูดกับห่านขาวในกรงว่า “หูเฟยเฟย พูดอะไรให้ใต้เท้านายอำเภอกับฮูหยินฟังหน่อยสิ”

ห่านขาวตัวนั้นก็คือหูเฟยเฟย จ้องมองฮูหยินนายอำเภอ หัวเราะ “ฮูหยิน ท่านอ้วนท้วนสมบูรณ์จนหัวโตหูใหญ่เหมือนหมูเลยนะ ยังจะกินอีกเหรอ”

ฮูหยินนายอำเภอโกรธจนตัวสั่น กำลังจะอาละวาด นายอำเภอเกิงก็กดมือของนางไว้ ยิ้มพลางกล่าวว่า “อาจารย์ฟู่มีแผนการอันใดหรือ?”

ฟู่เหล่ยเซิงมีสีหน้าจริงจัง เอ่ยว่า “ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตคนหนึ่ง เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพียงแค่อยากจะพาลูกศิษย์ของข้ากลับไป”

นายอำเภอเกิงเอ่ยว่า “นักเรียนของสำนักศึกษาเหวินไฉ ท่านพากลับไปได้เลย”

ฟู่เหล่ยเซิงหัวเราะ “นักเรียนทุกคนล้วนเรียนรู้วิชาความรู้ของปรมาจารย์ขงจื่อ ในเมื่อเรียนวิชาของปรมาจารย์ขงจื่อเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ข้าต้องการจะพากลับไปทั้งหมด”

“ฝันไปเถอะ!”

ฮูหยินนายอำเภอตบโต๊ะดังปัง ศีรษะและใบหูอันอ้วนใหญ่ของนางสั่นไหวเบาๆ มีเสียงดังกึกๆๆ ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นร่างจริง!

“อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note