You have no alerts.
Header Background Image
แหล่งรวมนิยายอ่านฟรี
Chapter Index

องครักษ์เสื้อแพรกว่าร้อยนาย และลูกหลานตระกูลจ้าวสิบหกคน บวกกับจ้าวเยี่ยนเลี่ยง ยอดฝีมือระดับแก่นทองคำ ไล่ตามเฉินสือ หลี่เทียนชิง และเฮยโกว แต่กลับไล่ไม่ทัน ปล่อยให้สองคนหนึ่งหมาหนีรอดไปได้

เฉินสือคุ้นเคยกับภูมิประเทศของเขาเฉียนหยางเป็นอย่างดี ต่างจากพวกเมืองมณฑลที่มาใหม่ ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย

ภูมิประเทศสลับซับซ้อน ถ้ำก็เยอะ ลำธารก็แยะ ป่าไม้ก็หนาทึบ การจะหลบหนีพวกนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

พวกนั้นค้นหาอยู่นาน ก็ยังหาคนกับหมาไม่เจอ แถมยังถูกสิ่งชั่วร้ายลอบโจมตี จนตายไปอีกสิบกว่าคน ทำให้ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น ต้องรีบหนีกลับค่าย

ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน ท้องฟ้ามีเพียงสีแดงอ่อนๆ แม้จะมีแสง แต่ก็ไม่ค่อยสว่างนัก

สภาพอากาศแบบนี้ มองเห็นได้ไม่ไกลนัก หากบุ่มบ่ามออกไป มีโอกาสตายอยู่ข้างนอกสูงมาก หรือที่แย่กว่านั้นคืออาจจะหลงทางหาทางกลับไม่เจอ

พอกลับมาถึงค่าย จ้าวเยี่ยนหลงที่กลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบไปแล้ว ก็นั่งเหม่อลอยอยู่ริมขอบโต๊ะ ใครมาเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมไปไหน

ตอนนี้เขาเป็นกระเบื้องเคลือบ ถ้าตกลงมาจากโต๊ะ คงได้แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ แน่

เพียงแต่ตอนนี้เขาโศกเศร้าเสียใจมากเกินไป จนยังทำใจไม่ได้

“ไม่ต้องไปเกลี้ยกล่อมท่านพี่หรอก”

จ้าวเยี่ยนเลี่ยงหันไปบอกคนอื่นๆ “ท่านพี่เป็นถึงผู้ว่าการจวนเสวียนอิง แม้จะโศกเศร้า แต่ก็มีความเป็นผู้นำสูง เดี๋ยวเขาก็ทำใจได้เอง”

คนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็ได้แต่ถอนหายใจ รู้สึกเศร้าใจที่คนดีๆ ต้องมาอายุสั้น

จ้าวเยี่ยนหลง ผู้ว่าการจวนเสวียนอิง ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ริมขอบโต๊ะ

จ้าวซืออวี้เป็นลูกชายคนโตของเขา เขามีลูกหลายคน ลูกชายลูกสาวรวมกันสิบเก้าคน ยังไม่นับพวกที่ตายไปตั้งแต่เด็ก

จ้าวซืออวี้ไม่ใช่ลูกที่เก่งที่สุด และไม่ใช่ลูกที่เขารักที่สุด แต่ในวิกฤติมารอาณาเขตครั้งนี้ ผลงานของจ้าวซืออวี้ กลับทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก สมกับเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ช่วงหลายวันนี้ที่เขากลายเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ จ้าวซืออวี้ก็เป็นคนดูแลจัดการเรื่องราวต่างๆ ในค่ายได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แถมคนอื่นๆ ที่ออกไปล่าสัตว์ ก็มักจะตายหรือไม่ก็บาดเจ็บกลับมา

มีองครักษ์เสื้อแพรและลูกหลานตระกูลจ้าวหลายคนที่ออกไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย คาดว่าคงตายอยู่ข้างนอก ไม่กลายเป็นอาหารของสัตว์วิเศษก็เป็นอาหารของสิ่งชั่วร้าย หรือไม่ก็อาจจะถูกผู้ฝึกตนคนอื่นฆ่าตาย

มีเพียงจ้าวซืออวี้เท่านั้น ที่ทุกครั้งที่ออกไปล่าสัตว์ มักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ แถมยังพาสาวใช้ไปด้วย และทุกครั้งก็กลับมาพร้อมกับของเต็มไม้เต็มมือ

ความเก่งกาจของเขา ทำให้จ้าวเยี่ยนหลงรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก

จ้าวเยี่ยนหลงถึงขั้นวางแผนไว้แล้วว่า พอตัวเองแก่ตัวลง ก็จะมอบตำแหน่งผู้ว่าการจวนเสวียนอิงให้ลูกชายคนนี้สืบทอด ส่วนตัวเองก็จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข

แต่ทว่า ลูกชายที่แสนเก่งกาจคนนี้ กลับถูกไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ใช้มีดสั้นแทงตาย!

ต่อหน้าต่อตาเขา ต่อหน้าทุกคนในค่าย ถูกแทงตายคาที่!

มือของจ้าวเยี่ยนหลงสั่นเทา ถ้าเขายังมีหัวใจ ตอนนี้หัวใจของเขาคงกำลังหลั่งเลือดอยู่แน่ๆ

ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนั้น ไอ้ชาวบ้านป่าเถื่อนนั่น มีความแค้นอะไรนักหนา ถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมขนาดนี้?

เขาคิดไม่ออก คิดยังไงก็คิดไม่ออก!

ตระกูลจ้าวอันยิ่งใหญ่ เป็นถึงพ่อเมืองของมณฑลซินเซียง ปกครองราษฎรด้วยความเมตตา แต่ทำไมในเขาเฉียนหยางถึงมีเด็กอกตัญญูที่กล้าฆ่าลูกชายแท้ๆ ของเขาได้?

ทำไมถึงกล้าฆ่าลูกชายแท้ๆ ของเขาได้?

สิ่งที่ทำให้เขาโกรธแค้นยิ่งกว่าก็คือ ไอ้เด็กนั่นไม่ได้ใช้วิชาคาขาอะไรเลย ไม่ได้ใช้ยันต์แม้แต่แผ่นเดียว ใช้แค่หมัดและมีดสั้นเล่มเดียว ก็สามารถฆ่าลูกชายของเขาต่อหน้าต่อตาเขาและทุกคนได้!

ทำไมซืออวี้ถึงไม่สู้?

ทำไมซืออวี้ถึงไม่เรียกแก่นทองคำออกมา?

ทำไมซืออวี้ถึงไม่ใช้วิชาคาขา?

ทำไมซืออวี้ถึงไม่กระตุ้นยันต์ทุกแผ่นที่มีอยู่บนตัว?

ถ้าซืออวี้สู้ล่ะก็ ถ้าซืออวี้เรียกแก่นทองคำออกมาล่ะก็ ถ้าซืออวี้ใช้วิชาคาขาล่ะก็ ถ้าซืออวี้กระตุ้นยันต์ทุุกแผ่นล่ะก็ ซืออวี้ก็คงไม่ตายหรอก

เขาเสียใจจนแทบขาดใจ น้ำตาไหลพรากออกมาจากเบ้าตาที่เป็นกระเบื้องเคลือบ

เจ็บปวดเหลือเกิน

ราวกับถูกมีดกรีดแทง

ในตอนนั้นเอง จ้าวหมิ่นโหรวก็โพล่งขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ คนที่ฆ่าพี่ใหญ่เมื่อครู่นี้ เหมือนจะเป็นเฉินสือเลย”

“ใครนะ?” จ้าวเยี่ยนหลงกลอกตาไปมา ฟังไม่ค่อยถนัด

“ก็ไอ้เด็กซื่อสัตย์ที่หลอกข้าไปที่โรงเผาเครื่องเคลือบไง”

จ้าวหมิ่นโหรวลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันกรอด “ข้าจำมันได้ ต่อให้มันกลายเป็นเถ้าถ่าน ข้าก็จำมันได้! มันนั่นแหละ! ตอนที่ข้าเจอมันครั้งแรก มันดูซื่อๆ ไร้เดียงสา น่าขำที่ข้าดันไปเชื่อมัน จนต้องกลายมาเป็นแบบนี้! ตอนนี้มันดูตัวสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนนิดหน่อย แต่ต้องเป็นมันแน่ๆ!”

จ้าวเยี่ยนหลงหน้าเหวอ

เฉินสือ?

หลานชายของเฉินอิ๋นตวงเนี่ยนะ?

คนที่ฆ่าจ้าวเยว่ ลูกชายคนที่สาม จ้าวเสวี่ยเอ๋อ ลูกสาว จ้าวเหยียน ลูกชายคนที่หก จ้าวรุ่ย ลูกชายคนที่สิบสอง และลูกหลานตระกูลจ้าวคนอื่นๆ รวมถึงองครักษ์เสื้อแพรด้วยเนี่ยนะ?

คนที่ฆ่าเถี่ยปี่เวิงกับจ้าวหมิง ผู้ดูแลจวนเสวียนอิงด้วย!

มีความแค้นอะไรกันนักหนา?

ถึงได้อาฆาตมาดร้ายขนาดนี้ อาฆาตเขา อาฆาตจวนเสวียนอิง อาฆาตตระกูลจ้าว!

แล้วท่านอาสิบสอง จ้าวฉุนอี้ ไม่ใช่ว่าไปฆ่ามันแล้วรึ?

ทำไมมันถึงยังรอดชีวิตมาได้?

ท่านอาสิบสอง จ้าวฉุนอี้ ไปทำอีท่าไหนกันเนี่ย?!

เขาอยากจะกลับไปที่จวนเสวียนอิง แล้วต่อว่าท่านอาสิบสองที่กลับไปกินข้าวที่บ้านอย่างหนักหน่วง ด่าว่าตาแก่คนนี้ทำงานไม่เอาไหน จนทำให้ลูกชายของเขาต้องมาตาย!

“ทำร้ายลูกสาวข้าไปสองคน ฆ่าลูกชายข้าไปสี่คน เฉินสือ ถ้าข้าไม่ได้สับแกเป็นชิ้นๆ ไม่ได้เผาแกให้เป็นเถ้าถ่าน ไม่ได้ล้างโคตรแก ข้าขอไม่เป็นคน!”

ตีนเขาด้านเหนือของเขาเฉียนหยาง บนยอดเขา งูยักษ์ขดตัวอยู่ ปกป้องชาวบ้านในละแวกนั้น

หัวของงูยักษ์เสวียนซานใหญ่โตมโหฬาร ชูคอขึ้นสูง ราวกับก้อนเมฆที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ

มันพ่นลมหายใจออกมา เมฆหมอกในหุบเขาเบื้องหน้าก็ระเหยกลายเป็นหยาดน้ำค้าง

มันสูดลมหายใจเข้าไป ลมพัดกระโชกแรง พัดเอาใบไม้กระเบื้องเคลือบสั่นไหว เสียงดังกริ๊งๆ

ในเงามืดใต้หัวของงูยักษ์ เฉินอิ๋นตวงกับชายหนุ่มชุดดำไม่ได้เล่นหมากรุกกันแล้ว ไม่รู้ว่ากระดานนั้นใครเป็นฝ่ายชนะ

“หลานชายของเจ้าเก่งไม่เบาเลยนะ ต่อให้ตายไปนานแล้วค่อยฟื้นขึ้นมา ก็ยังเก่งกว่าเจ้าตอนหนุ่มๆ ซะอีก” เสวียนซานเอ่ย

เฉินอิ๋นตวงเผยรอยยิ้ม “เขาเป็นเด็กฉลาด เรียนรู้อะไรก็เร็ว แถมยังรู้ความ ตอนที่ข้าเข้าร่วมกับกลุ่มคนจร ข้าก็เอาแต่วุ่นอยู่ข้างนอก ละเลยครอบครัว ปีนึงจะได้กลับบ้านสักครั้งนึง แต่เจ้าสิบก็จำข้าได้เสมอ พอข้ากลับบ้าน เขาก็จะวิ่งมาหาแต่ไกล เรียกข้าว่าปู่ ให้ข้าอุ้ม ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสามสี่ขวบเอง”

เสวียนซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง มันไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์เท่าไหร่นัก เอ่ยว่า “เขาฟื้นขึ้นมาก็ยังเก่งกาจ มนุษย์คนอื่นๆ เทียบเขาไม่ติดเลย แล้วเจ้าเด็กตวง เจ้าตัดใจปล่อยเขาไปได้เหรอ?”

เฉินอิ๋นตวงส่ายหน้า เอามือไพล่หลังทอดสายตามองไปที่เทือกเขาอันไกลโพ้น เอ่ยเสียงเบา “ตัดใจจากสายใยครอบครัวน่ะเหรอ? ไม่ ข้าไม่มีวันตัดใจได้หรอก”

เสวียนซานยืนอยู่ด้านหลังเขา เอ่ยว่า “บางครั้ง เจ้าก็ต้องยอมปล่อยวาง”

เฉินสือพากับหลี่เทียนชิงกลับไปที่หุบเขาที่อาจารย์เยี่ยและนักเรียนถูกฆ่าตาย ฝังศพของพวกเขา เพื่อไม่ให้ถูกสัตว์ป่าลากไปกิน

เฉินสือขยี้หญ้าทำเป็นธูป ปักธูปหญ้าลงบนหลุมศพที่สร้างจากกองหิน โค้งคำนับพลางเอ่ยเสียงเบา “ขอให้พวกท่านพอไปถึงปรโลกแล้ว ยังคงได้เรียนหนังสือกับอาจารย์เยี่ยต่อไป และสอบติดซิ่วไฉผี จวี่เหรินผีนะ”

เขาหันหลังเดินตามหลี่เทียนชิงไป ทั้งสองเดินออกจากเขาเฉียนหยาง

ครั้งนี้พวกเขาออกมาทางตีนเขาด้านเหนือ ไม่ใช่ทางเดิมที่เดินเข้ามา แต่พวกเขาก็คุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี

เขาเฉียนหยางกว้างใหญ่ไพศาลมาก แม้แต่นายพรานที่ชำนาญที่สุดก็ยังมักจะหลงทาง แต่ขอเพียงเดินออกจากภูเขามาได้ ก็ถือว่าปลอดภัยแล้ว

ถนนตรงตีนเขามุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซานอิน ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว มีหญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีเข้มคนหนึ่งยืนอยู่ริมถนน ในอ้อมกอดอุ้มเด็กทารกเอาไว้ สีหน้าดูเศร้าหมอง ร้องเรียกคนในหมู่บ้านเบาๆ “มีใครอยู่ไหม? ช่วยเด็กด้วย!”

“ช่วยเด็กด้วยเถอะ”

หญิงสาวคนนั้นหลั่งน้ำตา สะอื้นไห้ “ขอคนใจบุญรับเขาไปเลี้ยงที ข้าเลี้ยงเขาไม่ไหวแล้ว”

“คนใจบุญ!”

เสียงแหบพร่าดังก้องกังวานมาจากป่าเขาด้านหลังหญิงสาวคนนั้น ราวกับเสียงฟ้าร้อง สิ่งชั่วร้ายตนนั้นเห็นว่าไม่มีใครในหมู่บ้านซานอินสนใจตน จึงลุกขึ้นยืน สะบัดคอที่ยาวราวกับงูนับสิบเส้น ปลายคอมีหัวเด็กทารกห้อยต่องแต่ง ร้องประสานเสียงกันว่า “ช่วยเด็กด้วย!”

ร้อยทารกจ้องมองไปที่หมู่บ้านซานอิน อยากจะเข้าไปกินคนในหมู่บ้านใจจะขาด แต่ก็เกรงกลัวแม่บุญธรรมของหมู่บ้านซานอิน

มันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็หันหลังเดินจากไป

เฉินสือกับหลี่เทียนชิงรอจนมันเดินลับตาไป ถึงได้เดินออกมา

หลี่เทียนชิงใจหายใจคว่ำ เอ่ยว่า “โชคดีที่คนในหมู่บ้านซานอินฉลาด ไม่หลงกลสิ่งชั่วร้ายตนนี้ ไม่งั้นออกมาคนก็ตายคนแน่”

เฉินสือเอ่ยว่า “ตอนนี้คนที่กล้าออกมาข้างนอก ก็มีแต่ผู้ฝึกตนทั้งนั้นแหละ คนธรรมดาอยู่ข้างนอกก็กลายเป็นคนกระเบื้องเคลือบไปหมดแล้ว สิ่งชั่วร้ายตนนี้ยังนึกว่าเป็นเวลาปกติ ที่จะหลอกคนออกมากินได้ ก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นตัวตลกให้คนอื่นดูอยู่”

ทั้งสองเดินกลับไปตามทางเดินตีนเขา เดินไปได้ไม่ไกลนัก ก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นดิน

“หรือว่าร้อยทารกจะกลับมาอีก?” หลี่เทียนชิงสงสัย

“ฟังจากเสียงแล้วไม่น่าใช่นะ หลบก่อนเถอะ” เฉินสือกระซิบเสียงเบา

สองคนหนึ่งหมามุดเข้าไปในป่าเขา หมอบลงแอบดูอยู่เงียบๆ

แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากพื้นดินค่อยๆ รุนแรงขึ้น สองคนหนึ่งหมากลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ พื้นดินที่สั่นสะเทือน ทำให้เฉินสือรู้สึกเหมือนหัวใจจะวาย

“สิ่งชั่วร้ายที่มาคราวนี้ ต้องตัวใหญ่มากแน่ๆ!”

เขาเพิ่งจะคิดแบบนั้น ก็มีเสากระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาวโผล่มาให้เห็น

จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่านั่นไม่ใช่เสา แต่เป็นขาข้างหนึ่งต่างหาก

ขาที่เป็นกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินขาว!

เพียงแต่ขานี้มันใหญ่โตเกินไป ใหญ่ราวกับเสาต้นยักษ์!

จากนั้น ตามจังหวะที่พื้นดินสั่นสะเทือน พระโพธิสัตว์เต้ามู่แปดกรก็ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา

มันสูงกว่าสิบจั้ง ราวกับภูเขาเครื่องเคลือบขนาดย่อมที่เคลื่อนที่ได้ แขนทั้งแปดอวบหนา บนผิวเครื่องเคลือบมีรอยแตก แต่โดยรวมก็ยังถือว่าสมบูรณ์ดี

สีน้ำเงินขาวของมันสวยสดสะดุดตา ช่างฝีมือในยุคของกษัตริย์ที่แท้จริงต้องเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นแน่ๆ ถึงได้วาดลวดลายและลวดลายมังกรเขียวที่พันรอบเสื้อผ้าและปลายแขนเสื้อได้อย่างสวยงามและมีชีวิตชีวาขนาดนี้

เวลาที่มันเดิน รอยต่อของเครื่องเคลือบจะเสียดสีกัน เกิดเสียง “ครืดๆ” บาดแก้วหู

พระโพธิสัตว์ปีศาจ!

สองคนหนึ่งหมาหัวใจเต้นโครมคราม แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ พระโพธิสัตว์ปีศาจ ถึงกับเดินออกจากโรงเผาเครื่องเคลือบ มาที่นี่ มาบนทางเดินบนเขาตรงหน้าพวกเขา อยู่ใกล้แค่เอื้อม!

ในตอนนั้นเอง พระโพธิสัตว์ปีศาจราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ก้มหน้าลง ใบหน้าอันใหญ่โตปรากฏขึ้นตรงหน้าป่าไม้ที่เฉินสือและคนอื่นๆ ซ่อนตัวอยู่

ใบหน้าของมันบดบังวิสัยทัศน์ของเฉินสือไปเกือบหมด ลูกตาเป็นทรงกลมสมมาตร ขนาดเท่าโต๊ะแปดเซียน บนนั้นมีม่านตา ตาขาว แต่ภายในม่านตาและตาขาว กลับมีลวดลายยันต์ที่สลับซับซ้อนวาดเอาไว้

เฉินสือไม่กล้าจ้องมองใกล้ๆ จึงมองไม่เห็นรายละเอียดของยันต์

เพราะในเวลานี้ มีคนงานเตาเผาเครื่องเคลือบคนหนึ่ง กำลังปีนออกมาจากเบ้าตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจ เพื่อซ่อมแซมรอยร้าวที่ดวงตาของมัน

คนงานเตาเผาคนนั้น สูงราวหนึ่งจั้งกว่า แขนขาเรียวยาว เป็นคนงานเตาเผาจากโรงเผาเครื่องเคลือบ ไม่รู้ทำไมถึงเข้าไปอยู่ในตัวพระโพธิสัตว์ปีศาจได้

“ครืดๆ”

เสียงเสียดสีดังบาดหู เป็นเสียงรอยต่อระหว่างหัวและคอของพระโพธิสัตว์ปีศาจ มันกำลังหมุนหัว หันอีกหน้าหนึ่งมาเพื่อสำรวจป่าไม้

มันก็มีลูกตากระเบื้องเคลือบขนาดใหญ่เช่นกัน ภายในดวงตามีการวาดลวดลายยันต์ที่สลับซับซ้อน แต่เฉินสือมองปราดเดียวก็รู้ซึ้งถึงโครงสร้างของยันต์ และจำยันต์นั้นได้ทันที

“ยันต์ตาทิพย์ (เทียนเหยียน)! แย่แล้ว!”

เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากของเขาทันที ดวงตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจหน้าตานี้วาดลวดลายยันต์ตาทิพย์เอาไว้ ซึ่งมีความซับซ้อนกว่ายันต์ตาทิพย์ที่เขาเรียนมาจากปู่มาก แต่โครงสร้างหลักก็คือยันต์ตาทิพย์นั่นแหละ เพียงแต่ช่างของกษัตริย์ที่แท้จริงได้เพิ่มอะไรอย่างอื่นเข้าไปด้วย

ยันต์ตาทิพย์มีสรรพคุณในการสอดส่องฟ้าดิน มองเห็นวิญญาณและเทพเจ้า ดวงตาของพระโพธิสัตว์ปีศาจหน้านี้วาดลวดลายยันต์ตาทิพย์ ขอเพียงยันต์นั้นสว่างขึ้น การหลบซ่อนตัวของพวกเขาก็จะสูญเปล่าทันที!

เฉินสือกำลังจะดึงหลี่เทียนชิงหนี จู่ๆ พระโพธิสัตว์ปีศาจก็เหมือนถูกดึงดูดด้วยเสียงอะไรบางอย่าง ยืดตัวตรง หันไปมองที่หมู่บ้านซานอิน

“ตึง!”

มันก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านซานอิน

เฉินสือและหลี่เทียนชิงยังคงหวาดผวา ก็เห็นพระโพธิสัตว์ปีศาจเดินผ่านไป ทุกสรรพสิ่งล้วนกลายเป็นกระเบื้องเคลือบ แม้แต่แม่บุญธรรมของหมู่บ้านซานอินก็กลายเป็นกระเบื้องเคลือบ กลายเป็นต้นไม้กระเบื้องเคลือบไปในพริบตา

พระโพธิสัตว์ปีศาจเข้าไปสำรวจในหมู่บ้าน แล้วก็นึกถึงความผิดปกติริมทางเมื่อครู่นี้ขึ้นมาได้ จึงก้าวเท้าเดินกลับมาที่ซ่อนตัวของเฉินสือและพวก กระตุ้นยันต์ตาทิพย์ กวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าไม้ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงลุกขึ้นเดินจากไปเสียงดังครืนๆ

ที่ไกลออกไป เฉินสือ หลี่เทียนชิง และเฮยโกวหยุดฝีเท้า ใจหายใจคว่ำ

พระโพธิสัตว์ปีศาจองค์นี้ กำลังค้นหาผู้รอดชีวิต!

การหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป!

“มันต้องการจะกวาดล้างทุกสรรพสิ่งให้สิ้นซาก ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นกระเบื้องเคลือบ!”

สนับสนุนนักเขียน

0 Comments

Heads up! Your comment will be invisible to other guests and subscribers (except for replies), including you after a grace period.
Note